ชาวรัสเซียเริ่มเชื่อคำแนะนำจาก AI มากกว่าบล็อกเกอร์

ชาวรัสเซียเริ่มเชื่อคำแนะนำจาก AI มากกว่าบล็อกเกอร์

ผลสำรวจในรัสเซียพบว่า AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้า และในบางกรณีได้รับความไว้วางใจมากกว่าคำแนะนำจากบล็อกเกอร์แล้ว

ผลสำรวจจัดทำโดย i-Media และมีผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 10,000 คน อายุระหว่าง 18–50 ปี

1. AI ได้รับความเชื่อถือมากกว่าบล็อกเกอร์
เมื่อถามว่าหากต้องเลือกซื้อสินค้าที่ไม่คุ้นเคย ผู้บริโภคจะเชื่อคำแนะนำจากแหล่งใด
8.61% พร้อมเชื่อคำตอบจาก AI หากเป็นคำตอบที่ตรงประเด็นและมีเหตุผลรองรับ
3.64% เชื่อคำแนะนำจากบล็อกเกอร์
8.94% ใช้สินค้าที่ติดอันดับต้น ๆ ในผลการค้นหาเป็นตัวช่วยตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญมากที่สุดคือ คนใกล้ตัว 37.09% และ รีวิวบนมาร์เก็ตเพลส 24.5%

ตัวเลขจึงไม่ได้หมายความว่าคนรัสเซียหันมาเชื่อ AI มากกว่ามนุษย์ทั้งหมด แต่สะท้อนว่า AI เริ่มแซงหน้าบล็อกเกอร์ในฐานะแหล่งคำแนะนำบางประเภท

2. คนจำนวนมากเปิดรับ AI แต่ยังไม่ได้มอบอำนาจทั้งหมดให้
ผลสำรวจพบว่า 56.29% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับการใช้ AI ช่วยเลือกซื้อสินค้า และ 29.14% เคยใช้ AI เพื่อหาไอเดียหรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าแล้ว

สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจาก AI มากที่สุดไม่ใช่การตัดสินใจแทนทั้งหมด แต่เป็นการช่วย จัดการข้อมูลจำนวนมาก

ตัวอย่างเช่น 48.01% พร้อมให้ AI วิเคราะห์รีวิวจำนวนมาก แล้วสรุปข้อดีข้อเสียของสินค้าให้ ขณะที่ 43.71% ยอมให้ AI อธิบายว่าควรใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกสินค้า

พูดง่าย ๆ คือ ผู้บริโภคต้องการให้ AI ทำงานที่ใช้เวลา เช่น อ่านรีวิวหลายร้อยรายการ เปรียบเทียบคุณสมบัติ และคัดตัวเลือกที่น่าสนใจ ก่อนที่มนุษย์จะเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

3. สินค้าทั่วไปเปิดรับ AI มากกว่า
AI มีแนวโน้มถูกนำมาใช้ช่วยเลือกซื้อ อาหารและสินค้าสำหรับบ้าน มากที่สุด โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 51.32% ที่ยอมรับแนวทางนี้

สำหรับ สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง อยู่ที่ 44.04%

แต่เมื่อเป็นสินค้าที่ความผิดพลาดอาจสร้างความเสียหายมากขึ้น เช่น อะไหล่รถยนต์ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้บริโภคจะระมัดระวังมากกว่า
นี่สะท้อนว่า ความไว้วางใจต่อ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ความสามารถของเทคโนโลยี แต่ยังขึ้นอยู่กับว่า “ถ้า AI แนะนำผิด เราจะเสียหายมากแค่ไหน”

4. คนส่วนใหญ่ยังอยากเป็นคนกดจ่ายเงินเอง
แม้จะเปิดรับ AI แต่มีเพียง 6.62% เท่านั้นที่พร้อมปล่อยให้ AI จัดการการซื้อสินค้าแบบครบวงจรด้วยตัวเอง

รูปแบบที่ได้รับการยอมรับมากกว่าคือ ให้ AI ช่วยเลือกสินค้าและจัดของลงตะกร้า จากนั้น มนุษย์เป็นผู้ตรวจสอบและยืนยันการชำระเงินเอง ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามเลือกแนวทางนี้ 41.39%

ผู้เชี่ยวชาญจาก i-Media มองว่า ผู้บริโภคต้องการให้ AI รับภาระงานที่ยุ่งยากแทน เช่น อ่านรีวิวและเปรียบเทียบสินค้า แต่ยังต้องการเก็บสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องเงินไว้กับตัวเอง

ประเด็นที่น่าสนใจ
ผลสำรวจนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะ AI กำลังขยับจากการเป็นเพียง เครื่องมือถาม-ตอบ ไปสู่การเป็น ผู้ช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า

จุดแข็งของ AI ที่ดูเหมือนผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือความสามารถในการจัดการข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างจากบล็อกเกอร์ที่ผู้บริโภคต้องพิจารณาทั้งความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ และแรงจูงใจของผู้แนะนำ

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังชี้ชัดว่า ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการให้ AI เข้ามาแทนที่การตัดสินใจของมนุษย์ทั้งหมด แต่ต้องการให้ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ช่วยลดเวลาและความยุ่งยาก ก่อนที่มนุษย์จะเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ดังนั้น ทิศทางที่น่าจับตามองอาจไม่ใช่ “AI จะมาแทนบล็อกเกอร์ทั้งหมดหรือไม่” แต่เป็นว่า AI จะกลายเป็นด่านแรกที่ผู้บริโภคใช้คัดกรองข้อมูล ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจครั้งนี้เริ่มเห็นสัญญาณดังกล่าวแล้ว

ข้อมูลจากข่าวต้นฉบับ
ผลสำรวจจัดทำโดย i-Media มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10,000 คน อายุ 18–50 ปี โดยตัวเลขและความคิดเห็นข้างต้นมาจากข่าวของ Mail Finance ที่รายงานผลสำรวจดังกล่าว


สำนักข่าวต้นฉบับ (เอไอสรุป) finance.mail.ru
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่