ผมเคยทำร้ายคนที่มาแกล้งจนเกือบถึงแก่ชีวิต

เรื่องจริงๆที่เขาทำมันไม่ได้มีอะไรมาก มันก็คือการล้อชื่อพ่อแม่นั่นแหละ
แต่วันนั้นผมหมดความอดทน แล้วบีบคอเขาอยู่นานจะหน้าซีดเกือบเสียชีวิต
ถ้าไม่มีคนมาห้ามแล้วหยุดวันนั้นเขาคงเสียชีวิตไปจริงๆ ตอนนั้นผมก็ ม.3เหมือนกัน

*
ชีวิตผมวัยเด็กครอบครัวทเลาะกันประจำ หลายครั้งที่โดนตีเนื่องจากแม่หงุดหงิดจากเรื่องอื่นๆ
*
ชีวิตในโรงเรียนดีบ้าง ร้ายบ้าง แต่ก็มีคนเข้ามาแกล้งเป็นประจำตั้งแต่ประถม
พอโตขึ้นก็รู้ว่าลักษณะหน้าตา นิสัยเรามักโดน พวกที่ชอบแกล้งคนอื่นเขามาแกล้ง
แต่อาจจะเพราะผมไม่ได้มีร่างกายที่อ่อนแอ บวกกับที่บ้านที่มีปัญหาก็จะลงมือทำร้ายคนที่สร้างปัญหา

**
ทักษะการแก้ปัญหาวัยนั้นผมทำได้แค่นั้นจริงๆ คือถ้ามีอะไรไม่ดีไม่ถูกใจในชีวิต คือใช้กำลัง
โตมาถึงรู้จักการเลิกยุ่ง การประจานความผิดคนกระทำ การตอบโต้ที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรง
**
ที่อยากจะสื่อคือ
คนอาจจะไปมองว่า คนโดนแกล้งไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายคนอื่น
หรือมันมีวิธีอื่นในการแก้ปัญหา
แต่คนที่เขาโดดเดี่ยว ไม่มีการสอนด้วยคำพูด มีแค่ไม่พอใจหรือผิดก็ตี(ครู) ไม่ได้มอบทางออกอื่นในชีวิต
***
ผมจะบอกว่า ถ้าคนๆนั้นมีคนใส่ใจ ช่วยหาทางออกให้เขา
มันจะไม่เกิดเรื่องที่เขาเลือกทางแก้ปัญหาที่ใช้ความรุนแรง
****
ที่สำคัญมากๆ
คนที่โดนแกล้งจะเข้าสังคมไม่เก่ง และไม่ทันคนอยู่แล้ว
มันมีหลายครั้งที่ผมโดนใส่ร้ายและถูกทำโทษ โดยไม่ได้ทำอะไรผิด
มันทำให้เราพึ่งใครไม่ได้นอกจากจัดการด้วยตัวเอง
****
พวกคุณทำอะไรได้
สอนลูกสอนหลานเรื่องการไม่แกล้งไม่รีดไถตังคนอื่น การล้อเลียนหรือทำให้เพื่อนรู้สึกแย่
การช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย แสดงความเห็นอกเห็นใจ รีบเข้าช่วยเหลือ อย่าทิ้งให้ใครตัวคนเดียว
******
อย่าปล่อยให้ปัญหามันเกิดซ้ำๆ เพราะมามัวเถียงกันว่าสิ่งที่คนแก้แค้นทำผิดหรือถูก
ทำสิ่งที่ทำได้ ป้องกันก่อนจะเกิด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่