เราเรื่องผีหน่อย (มือใหม่หัดเล่า) IP content 2 อย่าเสียงดังกันนะ... คุณป้าไม่ชอบ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเ
อประมาณ 15 ปีก่อน ตอนนั้นผมเป็นอาจารย์ใหม่ๆ
ในเทอมนั้น ผมได้รับมอบหมายให้สอนวิชาด้านสัมมนา ซึ่งมีมีนักศึกษาถึง 3 ห้องเรียน ที่ต้องจัดงานสัมมนาร่วมกัน ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นแทบทุกวัน
    นักศึกษาต้องช่วยกันคิดหัวข้อสัมมนา ติดต่อเชิญวิทยากรจากหลากหลายอาชีพ จัดทำเอกสาร ประสานงาน เตรียมสถานที่ จัดลำดับคิวงาน ซ้อมพิธีกร ซ้อมระบบแสง สี เสียง และกล้องถ่ายทอด ทุกอย่างต้องพร้อมก่อนถึงวันจริง
เราจะเข้าไปสถานที่จริงในการจัดงานซึ่งเป็นห้องประชุมหลังเลิกเรียน เพื่อซ้อมและให้ทุกคนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองในการทำงานในวันจริง
 
     เย็นวันซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนวันจัดงานจริงนั้นคือวันพรุ่งนี้
หลังเลิกเรียน นักศึกษาทุกคนต่างขึ้นไปที่ห้องประชุมบนชั้นห้า เพื่อช่วยกันจัดสถานที่ ซ้อมพิธีกร ทดสอบระบบแสง สี เสียง กล้อง และลำดับกิจกรรมต่าง ๆ ผมกำชับทุกคนไว้เพียงเรื่องเดียว
"อย่าเสียงดังกันนะ เดี๋ยวไปรบกวนคนอื่นเขา"
 
       ระหว่างที่ทุกคนจัดเตรียม ผมมีภาระกิจคือการสอนนักศึกษาอีก1วิชาซึ่งเป็นภาคเย็น เพราะจากประสบการณ์การทำงานก่อนหน้านี้ ผมจะรู้ว่ากว่าจะเตรียมทุกอย่างเสร็จและเริ่มซ้อมจริงได้ ก็ก็น่าประมาณ หกโมงเย็น
เมื่อสอนเสร็จ ผมจึงเดินกลับไปที่อาคารห้องประชุมชั้น5
   เย็นวันนั้นท้องฟ้ามืดเร็วกว่าปกติลานจอดรถที่เคยแน่นกลับแทบไม่มีรถเหลืออยู่ ผู้คนในอาคารก็หายไปเกือบหมด
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังได้ยินชัดเจน คือเสียงนักศึกษาที่ดังลงมาจากห้องประชุมชั้นบนสุด
 
     ผมขึ้นลิฟต์ด้วยความหงุดหงิด เพราะเสียงเด็ก ๆ ดังมากซึ่งไม่ได้มาจากการทำงานแต่มีเด็กคุยเล่นสนุกสนาน ผมคิดเลยว่า อู้งานออกมาเล่นกันจนเสียงดัง ผมเข้าใจว่าเด็กๆก็เป็นแบบนี้แต่ฐานะอาจารย์ผู้ควบคุมก็ต้องต่อว่ากันหน่อย
เมื่อไปถึงห้องประชุม ผมเรียกนักศึกษาทุกคนมาประชุมทันที พร้อมตำหนิทั้งเรื่องเสียงดังและความไม่คืบหน้าของงาน
ทุกคนยืนเงียบ เพราะรู้ว่ามีบางคน ไม่ช่วยเพื่อนทำงาน ระหว่างนั้น มีนักศึกษาหญิงสองคนเดินเข้ามา
คนหนึ่งหน้าซีดมาก  อีกคนร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด
ผมตกใจมากรีบถามว่า "เกิดอะไรขึ้น" ในใจก็คิดว่านักศึกษาไม่สบาย หรือ เกิดอุบัติเหตุในการทำงานหรือเปล่า
คนที่ร้องไห้ไม่ตอบ ได้แต่ร้องไห้  ส่วนอีกคนที่หน้าซีดค่อย ๆ เดินเข้ามาช้าๆ
 
เธอพูดด้วยเสียงสั่นๆ ตะกรุกตะกัก เธอเล่าว่า………
ระหว่างที่ทุกคนกำลังทำงานกันและมีคนออกไปเสียงดังนอกห้องประชุม เธอกับเพื่อนเดินออกไปคุยกันหน้าห้องประชุม จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องน้ำ เหมือนคนล้ม
ทั้งสองจึงเดินเข้าไปดู ว่ามีใครหกล้มในห้องน้ำหรือมีอะไรเกิดขึ้น
แล้วทั้ง2ก็พบกับคุณป้าคนหนึ่ง
คุณป้ายืนอยู่ในห้องน้ำ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า
"เสียงดังมากเลยนะ""ทำไมไม่เกรงใจกันบ้าง"
 
ผมฟังแล้วก็พูดขึ้นทันที
"เห็นไหม อาจารย์บอกแล้ว อย่าเสียงดัง เดี๋ยวพี่แม่บ้านเขาไม่พอใจ"
แต่เด็กคนนั้นกลับส่ายหน้า  ก่อนพูดเสียงเบาว่า "ไม่ใช่พี่แม่บ้านค่ะ"
ผมหยุดไปนิดหนึ่งด้วยความสงสัย
ผมถามกลับทันที "รู้ได้ยังไง"ว่าไม่ใช่พี่แม่บ้าน
เด็กคนนั้นเงียบเหมือนกำลังรวบรวมสติ
ก่อนตอบเบา ๆ
"คุณป้า"...หน้าแกมีเขียวค่ะ"
ผมแอบสงสัยว่ าผมได้ยินถูกไหม  คุณป้าหน้าเขียวหรือ
แล้วเธอก็อธิบายลักษณะรูปร่าง หน้าตา และการแต่งกายของคุณป้าคนนั้นอย่างละเอียดและสำคัญสีหน้าแกดูไม่ปกติ เหมือนคนทั่วไป
 
   ทันใดนั้น ผมก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาในสมัยที่ผมทำงานที่นี้ใหม่ๆก่อนหน้านี้
มีเรื่องเล่า เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งมาประชุมและเป็นลมหมดสติภายในอาคารแห่งนี้ ที่ห้องน้ำชั้น5 ก่อนท่านจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เรื่องนี้มีคนเล่าต่อ ๆ กันมา แต่ผมไม่ได้นำมาใส่ใจ จนวันนี้ ซึ่งผมรู้จักท่านด้วยคุณลักษณ์ที่นักศึกษาบอกตรงกับลักษณ์ของท่านมากๆ เมื่อเด็กเล่าจบ ทั้งห้องก็เงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไร มีแต่ความเงียบ
 
ผมพยายามทำใจดีสู้เสือ จึงถามต่อว่า
"แล้วทำไมเพื่อนถึงร้องไห้"เด็กที่หน้าซีดตอบว่า "เพราะคุณป้ามายืนอยู่ข้างเพื่อนค่ะ"ตอนนี้
"แล้วแกโกรธพวกเรามาก"
ผมรีบตัดบททันที เดินขึ้นไปยืนบนเวที ก่อนพูดกับนักศึกษาทุกคนว่า
"ไม่มีอะไรหรอก" "ผีเผอไม่มีหรอก"
ทันใดนั้น เด็กที่ยืนเล่าเรื่องให้ผมฟังก็ทำหน้าตกใจ เธอรีบชี้มาที่ข้างตัวผม
แล้วพูดเสียงสั่นว่า  "อาจารย์...""คุณป้ายืนอยู่ข้างอาจารย์"
"แล้วแกโกรธมาก ที่อาจารย์ไปลบหลู่แก"
วินาทีนั้น ผมรู้สึกตัวเย็นวาบไปทั้งตัว  และหายใจไม่ออกขึ้นมาทันที
 
 
 
แม้จะตกใจ แต่ผมก็พยายามตั้งสติ ก่อนพูดออกไปว่า
"ถ้าคุณป้าอยู่ตรงนี้จริง""ผมขอโทษแทนเด็ก ๆ""แล้วก็ขอโทษแทนตัวผมเอง ที่อาจพูดจาไม่เหมาะสม"นะครับ
 
    หลังจากนั้น ผมตัดสินใจยุติการซ้อมในเวลาประมาณสองทุ่ม ทุกฝ่ายเก็บอุปกรณ์และของ ลงอาคารด้วยความรวดเร็วและให้นักศึกษากลับมาซ้อมต่อในเวลา ตีห้า ของวันจัดงานจริงแทน เพราะอย่างไรพรุ่งนี้เราต้องจัดกิจกรรมแล้ว
      ผมยังให้ หัวหน้าห้องไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คุณป้า พร้อมอธิษฐานว่า"ถ้าคุณป้ายังอยู่จริง ก็ขอให้ช่วยดูแลงานของเด็ก ๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี"สุดท้าย งานวันนั้นก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นอีก
 
หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้อาจารย์รุ่นพี่ฟัง
ด้วยความตื่นเต้น แกก็นำเรื่องนี้ไปเล่าต่อให้นักศึกษาอีกห้องหนึ่งที่รุ่นพี่อาจารย์สอนซึ่งอยู่อีกอาคาร
หลังเลิกเรียน มีนักศึกษาคนหนึ่งเดินเข้ามาถามรุ่นพี่อาจารย์ว่า
"อาจารย์คะ..."
"คุณป้าที่นั่งอยู่หลังห้องเมื่อกี้ เป็นคนรู้จักอาจารย์หรือเปล่าคะ"
อาจารย์รุ่นพี่ถึงกับขนลุกเพราะในห้องเรียนตอนนั้น ไม่มีใครนั่งอยู่หลังห้องเลย
นักศึกษาจึงบอกว่า"หนูเห็นคุณป้านั่งฟังอาจารย์เล่าเรื่องตั้งแต่ต้น"
"ตอนแรกหนูนึกว่าเขามารออาจารย์"
"พอเล่าจบ หนูหันกลับไปดู แกก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น"
หลังจากนั้น อาจารย์รุ่นพี่จึงพูดกับผมว่า "บางครั้ง...วิญญาณอาจรับรู้ เมื่อมีใครกำลังกล่าวถึงเขา"ก็ได้
 
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่ผมเล่าเรื่องนี้ ผมมักจะบอกกับทุกคนเสมอว่า
"ไม่ว่าเรื่องนี้จะอธิบายได้อย่างไรจะจริงหรืออุปทานหมู่  แต่ถ้ามีโอกาส ก็ช่วยอุทิศส่วนกุศลให้คุณป้าท่านนั้นสักครั้ง"
เพราะหากเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ผมก็หวังว่า...
คุณป้าท่านนั้น จะได้ไปสู่ภพภูมิที่สงบ และไม่ต้องคอยนั่งบ่นเด็ก ๆ ที่มาซ้อมงานเสียงดังอยู่บนชั้นห้าอีกต่อไป
"อย่าเสียงดังกันนะ... คุณป้าไม่ชอบ"
 
 ผู้เล่า เรียบเรียงเรื่อง ตั้ม ธนิต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่