++ ต้องบอกว่า จขกท. ไม่เคยได้ฟัง หรือรู้เรื่องราวของเรื่องเล่านี้จากช่อง Ghost Radio มาก่อนเลย รวมทั้งไม่ได้พรีวิวเรื่องราวของหนังมาก่อนด้วย จึงเข้าโรงหนังไปดูด้วยความรู้สึกที่เป็นศูนย์ รู้แต่เพียงว่านี่เป็นหนังไทยเรื่องที่ 6 ที่ได้ฉายในระบบ IMAX และยังได้ฉายในระบบ 4DX ด้วย ซึ่งเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบไม่รู้กี่ปีที่ได้กลับมาฉายในระบบ 4DX นี้ ดังนั้น จขกท. จึงขอเลือกดูในระบบ IMAX ในวันแรก รอบแรก ของการฉายเลยแล้วกันนะครับ...
++ สิ่งแรกที่อยากรีวิวเลย คือ ศักยภาพการใช้ระบบการฉายในโรง IMAX นั้นเป็นอย่างไรบ้าง ? คุ้มค่าในการตีตั๋วเข้าไปดูมั้ย ? ก็ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้มาพร้อมอัตราส่วนภาพขยายเฉพาะ IMAX ที่ 1.90:1 ตลอดทั้งเรื่อง เรียกได้ว่าภาพชัดเจนเต็ม ๆ ตา ส่วนระบบเสียงก็มิกซ์มาแบบ IMAX 12-Channel ซึ่งซาวน์ประกอบในหนังมันก็ถูกใส่มาเพื่อรับกับตรงนี้อยู่แล้ว ดังนั้น แม้แต่เสียงขวดแก้วตกหรือกลิ้ง ก็ได้ยินเสียงชัดเจนเหมือนอยู่ตรงหน้า คือ ถ้าเทียบกับราคาเต็มที่เพิ่มจากโรงธรรมดาแค่ 30 บาท หรือถ้าใช้บัตร M Pass ก็ได้รับส่วนลดโดยจ่ายถูกสุดแค่ 69 บาทสำหรับบัตรนักเรียน นักศึกษา หรือ 99 บาท สำหรับบัตรบุคคลทั่วไป จขกท. ว่าก็คุ้มอยู่นะ อันนี้ว่ากันตามตรงเลยครับ...
++ หนังเล่าเรื่องราวของ พระต่อ (อาเล็ก ธีรเดช) พระหนุ่มที่บวชเรียนอยู่ในวัดในชนบทแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความเป็นพระหนุ่ม ก็อาจจะมีเรื่องซุกซนอะไรไปบ้าง หากแต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาไม่ควรไปข้องเกี่ยว แม้แต่หลวงพ่อจะทักท้วงแล้วก็ไม่เป็นผล คือ การเข้าไปยังตำหนักของหมอไสยศาสตร์อย่าง หมอเทียน (ชาคริต แย้มนาม) และเมื่อทิดต่อสึกออกมาจากร่มกาสาวพัสตร์กลับไปอยู่ที่บ้าน เขากลับต้องพบกับเรื่องราวที่น่าเศร้าใจจากการถูกกดขี่ข่มเหงจากทั้ง พ่อ (อ่ำ อัมรินทร์) และ ลุง (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) รวมถึงการตายของแม่ของเขาด้วย (บุ๋ม รัญญา) ซึ่งแม้กฏหมายก็ช่วยไม่ได้ ทิดต่อจึงต้องหันไปพึ่งการล้างแค้นด้วยไสยศาสตร์จากหมอเทียน แต่ในขณะเดียวกันความรักของเขาที่มีต่อ มะลิ (เดนิส เจลีลชา) จะสมหวังหรือไม่ หรือจะมีความลับใดที่เขายังไม่รู้อีก เป็นเรื่องที่น่าติดตามมาก...
++ ความรู้สึกแรกหลังดูจบ คือ หนังสนุกมากกกก ก.ไก่ล้านตัว ทำออกมาได้ดีแบบน่าพอใจ แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ความสนุกของหนังมันเอาอยู่ ภาพรวม จขกท. เรียกว่า
"เป็นหนังชีวิตรันทด ที่มีผีและไสยศาสตร์แทรกอยู่แล้วกัน" ดังนั้น จขกท. จะขอแบ่งการรีวิวออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1.งานสร้าง 2.บทและการเล่าเรื่อง และ 3.การแสดง เริ่มต้นที่เรื่องของงานสร้างกันก่อนเลยครับ Production ของหนังเรื่องนี้เรียกว่าดีเลยแหละครับ ทำออกมาฉายในระบบ IMAX ไม่ขี้เหล่เลย เรียกว่าใช้ระบบคุ้มพอสมควรทีเดียว งานภาพสวย โดยเฉพาะซีนภาพที่เป็น Wide Shot วิวทิวทัศน์ คือ สวยจริง หนัง Grading สีออกมาชัดสวยด้วย แถมภาพที่ถ่ายออกมา จขกท. เห็น 3-4 ช็อตที่เขามีการให้ความหมายในเชิงสัญญะเปรียบเทียบด้วย จขกท. ยังว่าเลยว่าทีมงานเขาคิดมาดีนะ ไม่ใช่ถ่ายไปแบบสวยไปเรื่อยเปื่อย ที่ชอบอีกอย่าง คือ เป็นหนังที่ใช้ Practical Effect กว่า 80% ได้มั้ง ใช้ CGI น้อยนะ ไม่ถึง 20% เลยครับ ตรงนี้ประทับใจ เพราะเวลาภาพออกมาในจอใหญ่ ๆ มันเลยดูจริง ดูหลอน ดูสยอง ไม่ลอย ไม่ดูปลอม ทำให้ความแหยะที่เขาต้องการมันได้ บางซีน จขกท. ยังแอบเบือนหน้าหนีหน่อย ๆ เลย นี่ว่าภูมิคุ้มกันเราสูงแล้วนะ ส่วนงานออกแบบศิลป์ก็คือดี พอเป็นหนังย้อนยุคที่ทำอะไรเข้ากับยุคนั้นที่เราทันเห็น เราจะรู้ว่าอะไรใช่ ไม่ใช่ ซึ่งเรื่องนี้ผ่านฉลุยครับ ส่วนตัว จขกท. ไม่ค่อยกังวลกับหนังไทยสมัยใหม่ในเรื่อง Production นะ เพราะเรามีทีมงาน มีบุคลากร เครื่องไม้ เครื่องมือ มีสตูดิโอที่ทำงาน Post-production ที่ไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว สรุปเรื่องนี้สำหรับงานสร้าง = ผ่านฉลุย
++ มาต่อที่เรื่องบทและการเล่าเรื่อง ตรงนี้มีปัญหาหน่อย ๆ อย่างที่บอกว่า จขกท. คือ ผู้ชมที่มีข้อมูลเนื้อหาของเรื่องในหัวเป็นศูนย์ แต่เชื่อมั้ย จขกท. เดาทางเรื่องได้หมดเลย ถึงแม้เขาจะพยายามซ่อนปม ซ่อน Hidden Plot หรือ Plot Twist บิด ๆ ซ่อน ๆ ไว้ในหนังนะ ปรากฏว่าเดาได้หมด มีแค่จุดเดียวที่เดาไม่ได้ แล้วก็เหวอหน่อย ๆ ตอนใกล้จบ แต่มันโอเคมากนะ สำหรับซีนตรงนั้น ภาพรวมบทและการเล่าเรื่องเรียกได้ว่าทำได้โอเค แม้จะมีกลิ่นอายงานละครลอยออกมาเบา ๆ แต่ก็ถือว่ามีความ Cinematography ที่น่าพอใจ ในช่วงแรกหนังวางปมของเรื่องเกี่ยวกับตัวพระเอกและครอบครัวไว้ค่อนข้างนานทีเดียว แต่เดินเรื่องเร็ว ต่อมามีตกท้องช้างตอนผ่านไปได้ซักประมาณ 70 นาที สังเกตุจาก จขกท. เริ่มมองนาฬิกา แต่ก็มาอัพสปีดพร้อมเปิดจุดหักมุมในตอนท้าย ภาพรวมสำหรับบท คือ มีรูโหว่พอประมาณ ให้คนดูพอเล่นเกมส์จับผิดนิด ๆ หน่อย ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้แย่อะไร ถ้าจะติจริง ๆ น่าจะเรื่อง Jumpscare จขกท. ว่ามันเยอะไปหน่อย ถึงแม้มันจะทำงานได้ดี คนในโรงมีสะดุ้งนะ แต่บางช่วงที่ประโคมใส่มาแบบไม่ยั้งและไม่จำเป็น มันเลยดูเกร่อ ดูไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าที่ควร อิอิ อีกอย่างเรื่องซีนตลกคั่นฉาก อันนี้คงแก้ไม่ได้แล้ว คงเป็นเอกลักษณ์ของหนังสยองขวัญสัญชาติไทยไปแล้ว ความจริงไม่ต้องใส่มาก็ได้ พอใส่มาแล้วมันลดทอนความจริงจังของหนังลงไป แถมยังดูเหมือนละครที่ต้องมีซีนตลกคั่นฉากแบบนี้อีก แต่เอาเข้าจริงคนน่าจะชอบ เพราะคนในโรงก็ขำกันลั่นอยู่นะ โดยเฉพาะซีน Tie-in ตอนต้นเรื่องนะ แล้วก็ซีนนางพยาบาล กับพวกตำรวจ ขำกันลั่นโรงเลย
ปล. มีใครคิดเหมือน จขกท. มั้ยว่า ซีนเปิดกับซีนปิดหนังเรื่องนี้ มันคล้าย ๆ กับซีนเปิดกับปิดของ Interview with the Vampire (1994) เลยว่ามั้ยครับ...
++ มาที่เรื่องการแสดงกันบ้าง ความจริงหนังเรื่องนี้ใช้ตัวละครหลักน้อยมากนะ สำหรับหนังสเกลนี้ มีแค่ 6-7 คนเองมั้ง พูดเลยว่าผ่านทุกคน ไม่มีใครจม ไม่มีใครหาย แต่มีติดอยู่ 2 คน เริ่มจากการชมเชยก่อนแล้วกัน อาเล็ก นี่แบบพระเอกนอนมามาก เป็นตัวคุมเรื่องเลย แล้วเล่นดีมาก เล่นแบบเป็นงานหนังจริง ๆ เล่นดีกว่าตอน ข้างบ้าน (2025) อีก พัฒนาการแสดงในพาร์ทหนังโรงจอใหญ่เร็วมาก ซีนอารมณ์เล่นใหญ่ ซีนเจ็บปวด ซีนกลัว คือดีมาก พี่บุ๋ม รัญญา กับ คุณเวนย์ ในบทแม่กับลุง คือดีอยู่แล้ว รุ่นใหญ่ไม่ต้องห่วง เดนิส ออกมาไม่เยอะนะ แต่ออกแล้วก็ทำหน้าที่ได้ดี ส่งอารมณ์ทางสายตาเก่ง แต่งเป็นสาวบ้าน ๆ ขึ้นด้วย คิดถึง หยาด ใน ธี่หยด เลยครับ แต่ส่วนตัว จขกท. ติดอยู่ 2 คน คือ บทพ่อที่พี่อ่ำเล่น ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่แกเล่นไม่ดี แต่พี่อ่ำเล่นแบบเหมือนเล่นละครอ่ะ เราเห็นแกเล่นสไตล์นี้มาบ่อยแล้วนะ คือ กวน ๆ เมา ๆ ชั่ว ๆ แต่พอเป็นหนังอ่ะ มันเหมือนแคสต์ไม่เข้าอ่ะครับ คือ เราไม่ค่อยเชื่อแกอ่ะ ยิ่งเป็นหนังสยองขวัญจริงจัง มันยิ่งไม่เข้าพวกกับนักแสดงคนอื่น ๆ แล้วสไตล์การเล่นของแกมันเป็นแบบสไตล์ละครด้วยอ่ะ มันเลยแปร่ง ๆ อีกคนก็ คุณชาคริต ในบทหมอเทียน เชื่อมั้ยว่า จขกท. ไม่ซื้อเลยอ่ะ ทั้ง ๆ ที่แกเล่นดีนะ คิดว่าก็คงเป็นการแคสต์ไม่เข้ากับบทอีกนั่นแหละ แล้วคุณชาคริตแกจะมีสำเนียงการพูดแบบเฉพาะของแก ซึ่งมันไม่คือกับการที่จะมาเป็นหมอผีเถื่อน ๆ แบบนี้ แถมก็ยังหล่ออีกด้วย แต่งมอซอก็ยังหล่อหน้าใสอยู่เลย คือ มันทำให้เชื่อไม่ได้จริง ๆ ว่าจะเป็นหมอผีเถื่อน ๆ โหด ๆ อันนี้ความคิดเห็นของ จขกท. แต่ผู้เดียวนะครับ...
++ มาว่ากันอีกนิดถึงพาร์ทความน่ากลัวของหนัง อย่างที่บอกว่า Jumpscare ออกจะเกร่อไปบ้าง แต่ก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่งผี แต่งของสกปรก ทำออกมาได้ดี น่ากลัว น่าแหวะอยู่ แหวะแบบไหน ก็คิดง่าย ๆ ใครดู ข้างบ้าน กับ ครูพนอ มา ก็เอา 2 เรื่องที่ว่านี้มาคอลแล็บกันนั่นแหละครับ กลายเป็นเรื่องนี้ ส่วนตัวชอบที่หนังไม่ค่อยใช้ CGI พร่ำเพรื่อ มันดูโอเคกว่า จริงกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยสะดุ้งกับ Jumpscare แต่ขยะแขยงกับพวกของสกปรกไสยศาสตร์มากกว่า...
++ สรุปภาพรวมหนังสำหรับ จขกท. คือ เป็นหนังที่สนุกมาก สนุกจนสามารถกลบเกลื่อนริ้วรอยความบกพร่องของหนังไปได้หมด เป็นหนังที่ใช้โรง IMAX คุ้มค่าพอสมควร ภาพสวย เสียงดี สยองใช้ได้ ถ้าให้เปรียบเทียบความสนุกกับหนังไทยในสเกลเดียวกัน (เอาแต่เรื่องความสนุกนะครับ) จขกท. ให้หนังเรื่องนี้เทียบเท่า ธี่หยด 1 และ 2 ได้เลยนะ และดีกว่า ธี่หยด 3 และ ข้างบ้าน แบบชัดเจน แต่ถ้าวัดกันแค่เรื่อง Production จขกท. คิดว่าไม่แพ้ ธี่หยด 2 เลยนะ จขกท. เห็นควรว่าทุกคนดูได้ครับ ดูเอาสนุกครับเรื่องนี้ อะไรปล่อยผ่านได้ก็ปล่อย รีวิวแบบตรง ๆ โนสปอนเซอร์ครับ สำหรับว่าที่หนังไทย 100 ล้านอัพ เรื่องนี้ครับ น่าจะถูกจริตแฟนหนังไทยที่ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรกันมากครับ...
++ ยัง.. ยังไม่จบ ไม่ลืมครับ ไม่ลืม น้องแบมแบม น้องออกมาแน่นอนครับ ออกตอนไหนไม่รู้ไม่บอก แต่สาว ๆ คนข้าง ๆ จขกท. มีแอบกรี๊ดเบา ๆ อ่ะ อิอิ แต่ออกพอสมควร ตอนแรกนึกว่าจะมาแค่ 30 วินาที อิอิ ใบ้ว่าหนังเค้าปูทางภาคต่อไว้แล้ว และถ้าเป็นแบบนั้นจริง น่ากลัว สัปเหร่อ (2023) กับ พี่มากพระโขนง (2013) เตรียมโดนเขย่าบัลลังก์รายได้แปดร้อยกับพันล้านไว้ได้เลย บอกตรง ๆ โคตะระน่าดู...
[ รีวิวหนังโรง ] คำสารภาพของหมอผี (2026)
++ ต้องบอกว่า จขกท. ไม่เคยได้ฟัง หรือรู้เรื่องราวของเรื่องเล่านี้จากช่อง Ghost Radio มาก่อนเลย รวมทั้งไม่ได้พรีวิวเรื่องราวของหนังมาก่อนด้วย จึงเข้าโรงหนังไปดูด้วยความรู้สึกที่เป็นศูนย์ รู้แต่เพียงว่านี่เป็นหนังไทยเรื่องที่ 6 ที่ได้ฉายในระบบ IMAX และยังได้ฉายในระบบ 4DX ด้วย ซึ่งเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบไม่รู้กี่ปีที่ได้กลับมาฉายในระบบ 4DX นี้ ดังนั้น จขกท. จึงขอเลือกดูในระบบ IMAX ในวันแรก รอบแรก ของการฉายเลยแล้วกันนะครับ...
++ สิ่งแรกที่อยากรีวิวเลย คือ ศักยภาพการใช้ระบบการฉายในโรง IMAX นั้นเป็นอย่างไรบ้าง ? คุ้มค่าในการตีตั๋วเข้าไปดูมั้ย ? ก็ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้มาพร้อมอัตราส่วนภาพขยายเฉพาะ IMAX ที่ 1.90:1 ตลอดทั้งเรื่อง เรียกได้ว่าภาพชัดเจนเต็ม ๆ ตา ส่วนระบบเสียงก็มิกซ์มาแบบ IMAX 12-Channel ซึ่งซาวน์ประกอบในหนังมันก็ถูกใส่มาเพื่อรับกับตรงนี้อยู่แล้ว ดังนั้น แม้แต่เสียงขวดแก้วตกหรือกลิ้ง ก็ได้ยินเสียงชัดเจนเหมือนอยู่ตรงหน้า คือ ถ้าเทียบกับราคาเต็มที่เพิ่มจากโรงธรรมดาแค่ 30 บาท หรือถ้าใช้บัตร M Pass ก็ได้รับส่วนลดโดยจ่ายถูกสุดแค่ 69 บาทสำหรับบัตรนักเรียน นักศึกษา หรือ 99 บาท สำหรับบัตรบุคคลทั่วไป จขกท. ว่าก็คุ้มอยู่นะ อันนี้ว่ากันตามตรงเลยครับ...
++ หนังเล่าเรื่องราวของ พระต่อ (อาเล็ก ธีรเดช) พระหนุ่มที่บวชเรียนอยู่ในวัดในชนบทแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความเป็นพระหนุ่ม ก็อาจจะมีเรื่องซุกซนอะไรไปบ้าง หากแต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาไม่ควรไปข้องเกี่ยว แม้แต่หลวงพ่อจะทักท้วงแล้วก็ไม่เป็นผล คือ การเข้าไปยังตำหนักของหมอไสยศาสตร์อย่าง หมอเทียน (ชาคริต แย้มนาม) และเมื่อทิดต่อสึกออกมาจากร่มกาสาวพัสตร์กลับไปอยู่ที่บ้าน เขากลับต้องพบกับเรื่องราวที่น่าเศร้าใจจากการถูกกดขี่ข่มเหงจากทั้ง พ่อ (อ่ำ อัมรินทร์) และ ลุง (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) รวมถึงการตายของแม่ของเขาด้วย (บุ๋ม รัญญา) ซึ่งแม้กฏหมายก็ช่วยไม่ได้ ทิดต่อจึงต้องหันไปพึ่งการล้างแค้นด้วยไสยศาสตร์จากหมอเทียน แต่ในขณะเดียวกันความรักของเขาที่มีต่อ มะลิ (เดนิส เจลีลชา) จะสมหวังหรือไม่ หรือจะมีความลับใดที่เขายังไม่รู้อีก เป็นเรื่องที่น่าติดตามมาก...
++ ความรู้สึกแรกหลังดูจบ คือ หนังสนุกมากกกก ก.ไก่ล้านตัว ทำออกมาได้ดีแบบน่าพอใจ แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ความสนุกของหนังมันเอาอยู่ ภาพรวม จขกท. เรียกว่า "เป็นหนังชีวิตรันทด ที่มีผีและไสยศาสตร์แทรกอยู่แล้วกัน" ดังนั้น จขกท. จะขอแบ่งการรีวิวออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1.งานสร้าง 2.บทและการเล่าเรื่อง และ 3.การแสดง เริ่มต้นที่เรื่องของงานสร้างกันก่อนเลยครับ Production ของหนังเรื่องนี้เรียกว่าดีเลยแหละครับ ทำออกมาฉายในระบบ IMAX ไม่ขี้เหล่เลย เรียกว่าใช้ระบบคุ้มพอสมควรทีเดียว งานภาพสวย โดยเฉพาะซีนภาพที่เป็น Wide Shot วิวทิวทัศน์ คือ สวยจริง หนัง Grading สีออกมาชัดสวยด้วย แถมภาพที่ถ่ายออกมา จขกท. เห็น 3-4 ช็อตที่เขามีการให้ความหมายในเชิงสัญญะเปรียบเทียบด้วย จขกท. ยังว่าเลยว่าทีมงานเขาคิดมาดีนะ ไม่ใช่ถ่ายไปแบบสวยไปเรื่อยเปื่อย ที่ชอบอีกอย่าง คือ เป็นหนังที่ใช้ Practical Effect กว่า 80% ได้มั้ง ใช้ CGI น้อยนะ ไม่ถึง 20% เลยครับ ตรงนี้ประทับใจ เพราะเวลาภาพออกมาในจอใหญ่ ๆ มันเลยดูจริง ดูหลอน ดูสยอง ไม่ลอย ไม่ดูปลอม ทำให้ความแหยะที่เขาต้องการมันได้ บางซีน จขกท. ยังแอบเบือนหน้าหนีหน่อย ๆ เลย นี่ว่าภูมิคุ้มกันเราสูงแล้วนะ ส่วนงานออกแบบศิลป์ก็คือดี พอเป็นหนังย้อนยุคที่ทำอะไรเข้ากับยุคนั้นที่เราทันเห็น เราจะรู้ว่าอะไรใช่ ไม่ใช่ ซึ่งเรื่องนี้ผ่านฉลุยครับ ส่วนตัว จขกท. ไม่ค่อยกังวลกับหนังไทยสมัยใหม่ในเรื่อง Production นะ เพราะเรามีทีมงาน มีบุคลากร เครื่องไม้ เครื่องมือ มีสตูดิโอที่ทำงาน Post-production ที่ไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว สรุปเรื่องนี้สำหรับงานสร้าง = ผ่านฉลุย
++ มาต่อที่เรื่องบทและการเล่าเรื่อง ตรงนี้มีปัญหาหน่อย ๆ อย่างที่บอกว่า จขกท. คือ ผู้ชมที่มีข้อมูลเนื้อหาของเรื่องในหัวเป็นศูนย์ แต่เชื่อมั้ย จขกท. เดาทางเรื่องได้หมดเลย ถึงแม้เขาจะพยายามซ่อนปม ซ่อน Hidden Plot หรือ Plot Twist บิด ๆ ซ่อน ๆ ไว้ในหนังนะ ปรากฏว่าเดาได้หมด มีแค่จุดเดียวที่เดาไม่ได้ แล้วก็เหวอหน่อย ๆ ตอนใกล้จบ แต่มันโอเคมากนะ สำหรับซีนตรงนั้น ภาพรวมบทและการเล่าเรื่องเรียกได้ว่าทำได้โอเค แม้จะมีกลิ่นอายงานละครลอยออกมาเบา ๆ แต่ก็ถือว่ามีความ Cinematography ที่น่าพอใจ ในช่วงแรกหนังวางปมของเรื่องเกี่ยวกับตัวพระเอกและครอบครัวไว้ค่อนข้างนานทีเดียว แต่เดินเรื่องเร็ว ต่อมามีตกท้องช้างตอนผ่านไปได้ซักประมาณ 70 นาที สังเกตุจาก จขกท. เริ่มมองนาฬิกา แต่ก็มาอัพสปีดพร้อมเปิดจุดหักมุมในตอนท้าย ภาพรวมสำหรับบท คือ มีรูโหว่พอประมาณ ให้คนดูพอเล่นเกมส์จับผิดนิด ๆ หน่อย ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้แย่อะไร ถ้าจะติจริง ๆ น่าจะเรื่อง Jumpscare จขกท. ว่ามันเยอะไปหน่อย ถึงแม้มันจะทำงานได้ดี คนในโรงมีสะดุ้งนะ แต่บางช่วงที่ประโคมใส่มาแบบไม่ยั้งและไม่จำเป็น มันเลยดูเกร่อ ดูไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าที่ควร อิอิ อีกอย่างเรื่องซีนตลกคั่นฉาก อันนี้คงแก้ไม่ได้แล้ว คงเป็นเอกลักษณ์ของหนังสยองขวัญสัญชาติไทยไปแล้ว ความจริงไม่ต้องใส่มาก็ได้ พอใส่มาแล้วมันลดทอนความจริงจังของหนังลงไป แถมยังดูเหมือนละครที่ต้องมีซีนตลกคั่นฉากแบบนี้อีก แต่เอาเข้าจริงคนน่าจะชอบ เพราะคนในโรงก็ขำกันลั่นอยู่นะ โดยเฉพาะซีน Tie-in ตอนต้นเรื่องนะ แล้วก็ซีนนางพยาบาล กับพวกตำรวจ ขำกันลั่นโรงเลย
ปล. มีใครคิดเหมือน จขกท. มั้ยว่า ซีนเปิดกับซีนปิดหนังเรื่องนี้ มันคล้าย ๆ กับซีนเปิดกับปิดของ Interview with the Vampire (1994) เลยว่ามั้ยครับ...
++ มาที่เรื่องการแสดงกันบ้าง ความจริงหนังเรื่องนี้ใช้ตัวละครหลักน้อยมากนะ สำหรับหนังสเกลนี้ มีแค่ 6-7 คนเองมั้ง พูดเลยว่าผ่านทุกคน ไม่มีใครจม ไม่มีใครหาย แต่มีติดอยู่ 2 คน เริ่มจากการชมเชยก่อนแล้วกัน อาเล็ก นี่แบบพระเอกนอนมามาก เป็นตัวคุมเรื่องเลย แล้วเล่นดีมาก เล่นแบบเป็นงานหนังจริง ๆ เล่นดีกว่าตอน ข้างบ้าน (2025) อีก พัฒนาการแสดงในพาร์ทหนังโรงจอใหญ่เร็วมาก ซีนอารมณ์เล่นใหญ่ ซีนเจ็บปวด ซีนกลัว คือดีมาก พี่บุ๋ม รัญญา กับ คุณเวนย์ ในบทแม่กับลุง คือดีอยู่แล้ว รุ่นใหญ่ไม่ต้องห่วง เดนิส ออกมาไม่เยอะนะ แต่ออกแล้วก็ทำหน้าที่ได้ดี ส่งอารมณ์ทางสายตาเก่ง แต่งเป็นสาวบ้าน ๆ ขึ้นด้วย คิดถึง หยาด ใน ธี่หยด เลยครับ แต่ส่วนตัว จขกท. ติดอยู่ 2 คน คือ บทพ่อที่พี่อ่ำเล่น ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่แกเล่นไม่ดี แต่พี่อ่ำเล่นแบบเหมือนเล่นละครอ่ะ เราเห็นแกเล่นสไตล์นี้มาบ่อยแล้วนะ คือ กวน ๆ เมา ๆ ชั่ว ๆ แต่พอเป็นหนังอ่ะ มันเหมือนแคสต์ไม่เข้าอ่ะครับ คือ เราไม่ค่อยเชื่อแกอ่ะ ยิ่งเป็นหนังสยองขวัญจริงจัง มันยิ่งไม่เข้าพวกกับนักแสดงคนอื่น ๆ แล้วสไตล์การเล่นของแกมันเป็นแบบสไตล์ละครด้วยอ่ะ มันเลยแปร่ง ๆ อีกคนก็ คุณชาคริต ในบทหมอเทียน เชื่อมั้ยว่า จขกท. ไม่ซื้อเลยอ่ะ ทั้ง ๆ ที่แกเล่นดีนะ คิดว่าก็คงเป็นการแคสต์ไม่เข้ากับบทอีกนั่นแหละ แล้วคุณชาคริตแกจะมีสำเนียงการพูดแบบเฉพาะของแก ซึ่งมันไม่คือกับการที่จะมาเป็นหมอผีเถื่อน ๆ แบบนี้ แถมก็ยังหล่ออีกด้วย แต่งมอซอก็ยังหล่อหน้าใสอยู่เลย คือ มันทำให้เชื่อไม่ได้จริง ๆ ว่าจะเป็นหมอผีเถื่อน ๆ โหด ๆ อันนี้ความคิดเห็นของ จขกท. แต่ผู้เดียวนะครับ...
++ มาว่ากันอีกนิดถึงพาร์ทความน่ากลัวของหนัง อย่างที่บอกว่า Jumpscare ออกจะเกร่อไปบ้าง แต่ก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่งผี แต่งของสกปรก ทำออกมาได้ดี น่ากลัว น่าแหวะอยู่ แหวะแบบไหน ก็คิดง่าย ๆ ใครดู ข้างบ้าน กับ ครูพนอ มา ก็เอา 2 เรื่องที่ว่านี้มาคอลแล็บกันนั่นแหละครับ กลายเป็นเรื่องนี้ ส่วนตัวชอบที่หนังไม่ค่อยใช้ CGI พร่ำเพรื่อ มันดูโอเคกว่า จริงกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยสะดุ้งกับ Jumpscare แต่ขยะแขยงกับพวกของสกปรกไสยศาสตร์มากกว่า...
++ สรุปภาพรวมหนังสำหรับ จขกท. คือ เป็นหนังที่สนุกมาก สนุกจนสามารถกลบเกลื่อนริ้วรอยความบกพร่องของหนังไปได้หมด เป็นหนังที่ใช้โรง IMAX คุ้มค่าพอสมควร ภาพสวย เสียงดี สยองใช้ได้ ถ้าให้เปรียบเทียบความสนุกกับหนังไทยในสเกลเดียวกัน (เอาแต่เรื่องความสนุกนะครับ) จขกท. ให้หนังเรื่องนี้เทียบเท่า ธี่หยด 1 และ 2 ได้เลยนะ และดีกว่า ธี่หยด 3 และ ข้างบ้าน แบบชัดเจน แต่ถ้าวัดกันแค่เรื่อง Production จขกท. คิดว่าไม่แพ้ ธี่หยด 2 เลยนะ จขกท. เห็นควรว่าทุกคนดูได้ครับ ดูเอาสนุกครับเรื่องนี้ อะไรปล่อยผ่านได้ก็ปล่อย รีวิวแบบตรง ๆ โนสปอนเซอร์ครับ สำหรับว่าที่หนังไทย 100 ล้านอัพ เรื่องนี้ครับ น่าจะถูกจริตแฟนหนังไทยที่ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรกันมากครับ...
++ ยัง.. ยังไม่จบ ไม่ลืมครับ ไม่ลืม น้องแบมแบม น้องออกมาแน่นอนครับ ออกตอนไหนไม่รู้ไม่บอก แต่สาว ๆ คนข้าง ๆ จขกท. มีแอบกรี๊ดเบา ๆ อ่ะ อิอิ แต่ออกพอสมควร ตอนแรกนึกว่าจะมาแค่ 30 วินาที อิอิ ใบ้ว่าหนังเค้าปูทางภาคต่อไว้แล้ว และถ้าเป็นแบบนั้นจริง น่ากลัว สัปเหร่อ (2023) กับ พี่มากพระโขนง (2013) เตรียมโดนเขย่าบัลลังก์รายได้แปดร้อยกับพันล้านไว้ได้เลย บอกตรง ๆ โคตะระน่าดู...