ที่สุดโลกในกายยาววา ฯ มีวิญญาณครอง (สร้างกับ เอไอ)

สุดขอบจักรวาล ซ่อนอยู่ในกายยาววา

มนุษย์เราออกเดินทางค้นหาความสุขและความลับของชีวิตมานานแสนนาน บางคนเดินทางข้ามโลก บางคนเฝ้ามองดวงดาว หรือเสาะแสวงหาคำตอบจากสิ่งภายนอกตัวตลอดเวลา แต่ในความจริงแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบและบอกกล่าวความจริงอันน่าทึ่งไว้ว่า คำตอบทั้งหมดของจักรวาลไม่ได้ซ่อนอยู่ ณ สุดขอบฟ้าที่ไหนเลย หากแต่ประดิษฐานอยู่ภายในร่างกายและจิตใจของเราเอง
 
พระพุทธพจน์บทนี้ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก เล่มที่ยี่สิบเอ็ด พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต รวมถึงในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค โดยเป็นคำตรัสขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสตอบแก่ เทพบุตรองค์หนึ่งนามว่า โรหิตัสสะเทวบุตร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในยามดึกสงัด ณ วัดพระเชตวันมหาวิหาร อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี เมื่อแสงสว่างอันเป็นทิพย์ของโรหิตัสสะเทวบุตรได้ส่องสว่างไสวไปทั่วทั้งพระเชตวัน ก่อนที่เขาจะเข้าเฝ้าและทูลถามปัญหาสำคัญต่อพระบรมศาสดา
 
เรื่องราวเบื้องหลังคำถามนี้มีที่มาจากอดีตชาติของโรหิตัสสะเทวบุตร ซึ่งในชาตินั้นเขาเคยเกิดเป็นฤๅษีผู้มีฤทธิ์เดชมาก มีวิชาการเดินทางอันรวดเร็วประดุจลูกศรที่ยิงออกจากธนูอย่างแรง เขามีความสงสัยว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเดินทางไปให้ถึง สุดขอบโลก อันเป็นสถานที่ที่ไม่มีการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย ด้วยความปรารถนานั้น เขาจึงออกเดินทางด้วยกำลังฤทธิ์ ตลอดระยะเวลานับร้อยปี โดยไม่หยุดพักยกเว้นเวลาดื่ม กิน ขับถ่าย และนอนหลับ แต่ทว่า เขากลับต้องมาสิ้นชีวิตลงกลางทางโดยที่ไม่สามารถบรรลุถึงสุดขอบโลกตามที่หวังไว้ได้เลย
 
เมื่อได้มาอุบัติเป็นเทพบุตร และมีโอกาสเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โรหิตัสสะจึงทูลถามด้วยความทรงจำเดิมว่า มนุษย์เราสามารถเดินทางไปให้ถึงที่สุดแห่งโลกด้วยการก้าวเดินหรือเดินทางได้หรือไม่ พระพุทธองค์จึงตรัสตอบด้วยความจริงอันเด็ดขาดว่า ตราบใดที่ยังเดินทางด้วยกายเนื้อหรือกำลังฤทธิ์ ก็ไม่มีใครสามารถไปถึงที่สุดแห่งโลกได้ แต่ในขณะเดียวกัน หากยังไปไม่ถึงที่สุดแห่งโลก ก็จะไม่สามารถทำที่สุดแห่งความทุกข์ให้สิ้นไปได้เช่นกัน
 
จากนั้น พระบรมศาสดาจึงทรงเปิดเผยความจริงอันเป็นหัวใจสำคัญว่า แท้จริงแล้ว คำว่า โลก การเกิดขึ้นแห่งโลก การดับสิ้นไปแห่งโลก และหนทางให้ถึงการดับสิ้นไปแห่งโลก พระองค์ทรงชี้ลงมาที่ กายยาวประมาณหนึ่งวา หนาหนึ่งคืบ กว้างหนึ่งศอก อันมีวิญญาณครองนี้เอง คำสอนนี้ถูกขยายความอย่างลึกซึ้งในชั้นอรรถกถาและปกรณ์พิเศษอย่างวิสุทธิมรรคว่า คำว่า โลก ในทางพระพุทธศาสนานั้นมีหลายมิติ ทั้งโลกที่เป็นแผ่นดินหรือจักรวาลที่เรียกว่าโอกาสโลก โลกคือหมู่สัตว์ที่เรียกว่าสัตตโลก และโลกคือสังขารธรรมทั้งหลายที่เรียกว่าสังขารโลก
 
สิ่งที่โรหิตัสสะเทวบุตรพยายามค้นหาในอดีต คือการเดินทางไปให้สุดขอบของโอกาสโลก ซึ่งไม่มีวันสิ้นสุดเพราะจักรวาลนี้กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต แต่พระพุทธองค์ทรงหมุนทิศทางจากการมองออกไปข้างนอก ให้กลับเข้ามามองข้างใน ตัวโลกที่แท้จริงที่สร้างความสุขและความทุกข์ให้เรา ก็คือ สังขารโลก หรือ ขันธ์ห้า อันประกอบด้วยร่างกายและความรู้สึกนึกคิดที่ซ่อนอยู่ในกายยาววา หนาคืบ กว้างศอกนี้เอง
 
เมื่อเราพิจารณาตามหลักอริยสัจสี่ จะพบว่า โลก ก็คือ ตัวทุกข์ หรือรูปนามขัณฑ์ห้าที่กำลังบีบคั้นเราอยู่ การเกิดขึ้นแห่งโลก ก็คือ สมุทัย หรือตัณหาความอยากในใจเราที่ทำให้เกิดการปรุงแต่ง การดับสิ้นไปแห่งโลก ก็คือ นิโรธ หรือภาวะที่จิตใจสงบเย็นปราศจากตัณหา และ หนทางให้ถึงการดับสิ้นไปแห่งโลก ก็คือ มรรค มีองค์แปด หรือการเจริญสติปัฏฐาน รู้เท่าทันกายและใจตนเอง ความจริงอันประเสริฐทั้งสี่ประการนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่บนดวงดาวดวงไหน แต่นั่ง นอน ยืน เดิน และเคลื่อนไหวอยู่ในตัวเราตลอดเวลา
 
สำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ที่เริ่มสนใจธรรมะ การเข้าใจหลักธรรมข้อนี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของฤทธิ์เดชปาฏิหาริย์แต่อย่างใด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะวิ่งวุ่นตามหาความสุข วิ่งหนีความทุกข์ คาดหวังให้คนอื่นหรือสิ่งแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนไปเพื่อให้เราสบายใจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการออกเดินทางของโรหิตัสสะฤๅษีที่วิ่งไปจนหมดแรงตายโดยไม่พบคำตอบ แต่การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน คือการหมุนความรู้สึกตัวกลับเข้าสู่ภายในกายและใจของตนเอง
 
ทุกครั้งที่เกิดความเครียด ความเหงา ความโกรธ หรือความเศร้า แทนที่เราจะวิ่งหากิจกรรมภายนอกมาปลอบประโลมหรือกลบเกลื่อน ให้เรากลับมารู้สึกตัวที่ลมหายใจ รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังนั่งหรือยืนอยู่ เฝ้ามองความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นแล้วดับไปในใจตนเอง เมื่อเรารู้เท่าทันว่า สุขและทุกข์ล้วนเกิดขึ้นภายในกายยาววา หนาคืบ กว้างศอกนี้ และฝึกฝนการปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น กายและใจของเราก็จะค่อยๆ ผ่อนคลายและเข้าถึงความสงบเย็นที่แท้จริง
 
ผลอันประเสริฐของการหมุนมุมมองกลับมาสู่ภายใน คือการที่เราไม่ต้องเป็นทาสของสิ่งแวดล้อมภายนอกอีกต่อไป เราจะพบอิสรภาพที่แท้จริงโดยไม่ต้องรอให้โลกภายนอกเป็นไปตามใจเรา เพราะเมื่อเรารู้แจ้งเห็นจริงใน โลกแห่งกายและใจ นี้ ความทุกข์ทั้งหลายก็จะดับสลายลง ณ ที่นี้เอง อันเป็นการถึงที่สุดแห่งโลกตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงชี้ทางไว้ให้อย่างงดงามและเรียบง่ายที่สุด
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่