ย้อนกลับไปในช่วง 2 ปี 2 เดือนหลังจากกลับมาอยู่เมืองไทย ฉันเดินทางรักษาอาการสโตรกผ่านคลินิกแพทย์แผนจีนและฝังเข็มมาถึง 3 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งให้ผลลัพธ์และประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป:
ร้านแรก: คุณหมอมีประสบการณ์รักษาโรคอัมพฤกษ์มายาวนาน และเป็นคุณหมออายุรกรรมด้วย โดดเด่นเรื่องการฝังเข็มจ่ายยา สามารถรักษาอาการไหล่ตกหลุดให้กลับเข้าที่ได้สำเร็จโดยไม่หลุดอีกเลย ทั้งนี้ต้องอาศัยวินัยในการปั่นจักรยานมือและทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอควบคู่กัน
ร้านที่สอง: โดดเด่นเรื่องการลดอักเสบ หลังจากรักษาครบตามโปรแกรม อาการไหล่ที่เคยบวมและอักเสบก็หายเป็นปกติ (หลังจากนั้นฉันได้กลับไปหาร้านแรกอีกครั้งเพื่อขอรับยาสมุนไพรช่วยผ่อนคลายความเครียด)
ร้านที่สาม (ร้านใกล้บ้าน): ล่าสุดฉันได้ลองมารักษาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ทั้งฝังเข็ม กระตุ้นไฟฟ้า และครอบแก้ว ช่วยให้อาการปวดสะบักหลังดีขึ้นมาก แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือคุณหมอน่ารักและมีเป้าหมายการรักษาที่ชัดเจน โดยมุ่งหวังจะช่วยฟื้นฟูกำลังมือให้กลับมาพอจับช้อนส้อมกินข้าวได้
ถึงแม้จะรู้ดีว่าโอกาสอาจจะมีน้อยมาก แต่การที่คุณหมอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเรา มันช่วยสร้างความหวังให้มีพลังใจสู้ต่อ ถึงแม้จะเป็นโอกาสแค่ 1% ก็ตาม หลังจากนี้ฉันตั้งใจจะฝึกกายภาพกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการรักษา และหวังว่าเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในอีก 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้า
อยากส่งต่อเรื่องราวนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ผู้ป่วยสโตรกทุกคนนะคะ การฟื้นฟูต้องใช้เวลาและความอดทนสูงมาก ขอแค่เราไม่ยอมแพ้ ทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ และจับมือสู้ไปพร้อมกับคุณหมอที่เข้าใจเราค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุณเสมอในทุก ๆ วันของการฟื้นฟูนะคะ
แชร์ประสบการณ์ฟื้นฟูสโตรก: กว่าจะพบหมอที่ใช่ และความหวังแม้เพียง 1%
ร้านแรก: คุณหมอมีประสบการณ์รักษาโรคอัมพฤกษ์มายาวนาน และเป็นคุณหมออายุรกรรมด้วย โดดเด่นเรื่องการฝังเข็มจ่ายยา สามารถรักษาอาการไหล่ตกหลุดให้กลับเข้าที่ได้สำเร็จโดยไม่หลุดอีกเลย ทั้งนี้ต้องอาศัยวินัยในการปั่นจักรยานมือและทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอควบคู่กัน
ร้านที่สอง: โดดเด่นเรื่องการลดอักเสบ หลังจากรักษาครบตามโปรแกรม อาการไหล่ที่เคยบวมและอักเสบก็หายเป็นปกติ (หลังจากนั้นฉันได้กลับไปหาร้านแรกอีกครั้งเพื่อขอรับยาสมุนไพรช่วยผ่อนคลายความเครียด)
ร้านที่สาม (ร้านใกล้บ้าน): ล่าสุดฉันได้ลองมารักษาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ทั้งฝังเข็ม กระตุ้นไฟฟ้า และครอบแก้ว ช่วยให้อาการปวดสะบักหลังดีขึ้นมาก แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือคุณหมอน่ารักและมีเป้าหมายการรักษาที่ชัดเจน โดยมุ่งหวังจะช่วยฟื้นฟูกำลังมือให้กลับมาพอจับช้อนส้อมกินข้าวได้
ถึงแม้จะรู้ดีว่าโอกาสอาจจะมีน้อยมาก แต่การที่คุณหมอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเรา มันช่วยสร้างความหวังให้มีพลังใจสู้ต่อ ถึงแม้จะเป็นโอกาสแค่ 1% ก็ตาม หลังจากนี้ฉันตั้งใจจะฝึกกายภาพกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการรักษา และหวังว่าเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในอีก 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้า
อยากส่งต่อเรื่องราวนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ผู้ป่วยสโตรกทุกคนนะคะ การฟื้นฟูต้องใช้เวลาและความอดทนสูงมาก ขอแค่เราไม่ยอมแพ้ ทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ และจับมือสู้ไปพร้อมกับคุณหมอที่เข้าใจเราค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุณเสมอในทุก ๆ วันของการฟื้นฟูนะคะ