[CR] น้า Low Batt :: ทริปเดิน " กินแห้ว " หลายวัด ย่านสะพานซังฮี้

สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน  อมยิ้ม01


เมื่อวานนี้วันเสาร์ที่ 8  ผมปิดร้านหนึ่งวันครับ  ท่าน.ผบ มีธุระต้องไปทำแถวย่านคลองบางหลวง
ผมเลยต้องนั่งวางแผนจากที่เคย save ทิ้ง ๆ ไว้ใน google maps ล่วงหน้าก่อนว่าเสร็จธุระแล้วจะไปเดินชมวัดที่ไหนต่อดี

สรุปเองได้ว่าจะไปเดินเที่ยวสี่ห้าวัดย่านสะพานซังฮี้ ซึ่งเป็นวัดขนาดไม่ใหญ่  มีทั้งวัดหลวงและวัดราษฎร์แต่เป็นวัดเก่าสมัยต้นรัตนโกสินทร์ +/- แทบทั้งนั้น  



ราว ๆ สิบโมงท่าน.ผบ ก็ทำธุระเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็พากันไปนั่ง mrt. ท่าพระ เพื่อลงที่สถานี mrt บางยี่ขัน ไปถึงตอนสิบโมงครึ่ง


เดินลงมาตามทางออก #1 ลงมาถึงก็ชนกับปากซอยจรัล.51 พอดี  ตามข้อมูลเขาว่ามีร้านรถเข็นให้พอฝากท้องได้อยู่ปากซอย ชื่อก๋วยเตี๋ยวร้านป้า ซอย.51  มีโต๊ะแบบพับให้นั่งกินสี่ห้าโต๊ะ คนนั่งเกือบทุกโต๊ะมีทั้งคนทั่วไป ทั้งไรเดอร์ส่งอาหารนั่งกินกันแต่ยังมีว่างหนึ่งโต๊ะพอดี  ขนาดไรเดอร์ยังนั่งกินกัน อย่างน้อยก็การันตีว่าไม่ขี้เหร่แน่ ๆ


  ท่าน ผบ.สั่งเป็นบะหมี่โฟ หน้าตาโอเค มีแมงกระพรุนใส่ให้ด้วย


ผมสั่งเป็นข้าวหมูอบ  มีกระหล่ำซอยใส่มาด้วยหน่อยนึง แล้วก็น้ำซุปถ้วยน้อย ๆ หนึ่งถ้วย



กินเสร็จก็โอเคอยู่นะ หมูอบนิ่มดี  เย็นตาโฟก็ไม่ขี้เหร่  สองอย่างรวม 95.-


จากนั้นก็เดินขึ้นไปทางบางพลัด เดินไปไม่ไกลก็ข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้ามฝั่งซอยเลขคู่เพื่อไปยังซอย จรัญ.44  


ซอยนี้เป็นซอยเดียวกันกับทางไป วัดคฤหบดี แต่วันนี้ผมไม่คิดแวะไปเพราะเคยแวะแล้ว  วันนี้ผมจะไปวัดโบราณอีกวัดที่ชื่อว่า วัดลิงขบ ครับ
นั่งวินเข้าไปนะครับ คันละ 30.- แลกกับระยะทางร่วมสองกิโลกว่าจะถึงวัด เป็นการเก็บแรงขาที่มีอยู่น้อย ๆ ไว้ก่อน


ชื่อวัดแบบเก่าเป็นอะไรที่คุ้นหูมาก ๆ จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ชอบพูดประมาณว่าบูลลี่กันแบบในสมัยนี้ละครับ  เอามาล้อเล่นจนคิดว่าเป็นแค่ชื่อวัดที่ไม่มีอยู่จริง แค่ตั้งมาล้อเล่นเฉย ๆ  แต่ปรากฏว่าเคยมีอยู่จริงนะแต่เปลี่ยนชื่อใหม่ตั้งแต่สมัย ร.๒ นู้นนนน  จาก วัดลิงขบ เป็นชื่อใหม่คือ วัดบวรมงคลราชวรวิหาร ครับ



พระเจดีย์แบบมอญที่ลานหน้าวัด เหมือนจะเพิ่งบูรณะใหม่แต่ยังไม่แล้วเสร็จดี


ถ้าเดินมาจากทางแม่น้ำเจ้าพระยา  ซ้ายมือคือพระเจดีย์มอญ  ขวามือคือตึกคณะแดง  บนตึกประดิษฐาน หลวงพ่อสามสี     ด้านหน้าไกล ๆ คือ พระอุโบสถ


ว่าจะขึ้นไปชมหลวงพ่อสามสี พระพุทธรูปโบราณบนตึก แต่ดันตรงกับเวลาที่เพิ่งเริ่มฉันเพลพอดี ประตูจึงถูกล๊อคไว้  อดชมไปหนึ่ง


หอพระไตรปิฏก ในรั้วตึกคณะแดง แต่ก็ปิดเช่นกัน



จะเข้าพระอุโบสถก็ปิดล๊อคตั้งแต่ประตูรั้วกำแพงแก้ว ถามชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา เขาบอกปิดเกือบทั้งปีจะเปฺิดแค่ในวันสำคัญ



ไม่อยากรอเลยไม่รู้จะชมอะไรอีกดีก็พากันเดินไปวัดต่อไปดีกว่าครับ  


เดินย้อนมาหกเจ็ดร้อยเมตรแล้วเลี้ยวขวาก็จะมาชนกับซอย 46  ให้เลี้ยวขวาอีกไปตามป้ายโรงเรียนทิวไผ่งาม


เลี้ยวไปปุ๊บก็จะเห็นป้ายทางเข้าวัด


เดินเลี้ยวเข้ามาก็เห็นวัดอยู่ไม่ไกลแล้วครับ


เข้ามาก็จะเป็นลานจอดรถ  ทางซ้ายจะเป็น อุโบสถ เจดีย์ วิหาร เรียงกันไป


ที่อุโบสถเห็นคนนั่งทำอะไรกันอยู่หลายคนเลย ไม่รู้ว่ามีงานอะไรกัน  



พอถามไถ่ดูถึงรู้ว่าพรุ่งนี้ทางวัดจะจัดงานยกฉัตรขึ้นเหนือ หลวงพ่อทอง พระพุทธรูปทองคำโบราณองค์สำคัญของทางวัด ครับ

วันนี้ภายในโบสถ์ก็เลยมีช่างกำลังปัดเงาองค์หลวงพ่อทอง หรือ พระพุทธสุวรรณวชิรบพิตร  ผมก็เลยได้ชมองค์พระในบรรยากาศแปลกตาแบบนี้เป็นครั้งแรก






เดินออกจากโบสถ์ไปชมวิหาร จะผ่านเจดีย์ก่อน


ถัดจากเจดีย์ถึงจะเป็นวิหาร  ตามประวัติว่าเป็นวัดที่สร้างมาแต่ปลายสมัยอยุธยา


ภายในวิหารเปิดให้ชมได้  ด้านในเป็นหมู่พระพุทธรูปหลายองค์




ออกจากวิหารเราก็ไปกันต่อครับ  เดินต่อจากวิหารเข้าไปก็จะเป็นทางเดินเลียบคลอง ไปตัดซอย.52 รวม ๆ แล้วก็ราว ๆ สามสี่ร้อยเมตร



จะมาโผล่ด้านหลังวัดครับ มีสะพานข้ามคลองให้เดินได้  


วัดนี้ชื่อ วัดเปาโรหิตย์  โดยทางที่เราเดินมาจะมาโผล่แถวด้านหลังของอุโบสถ


เดินอ้อมมาด้านหน้า  เห็นป้ายที่ประตูก็แทบหมดอารมณ์เลยครับ


อุโบสถเปิดแค่ บ่ายวันอาทิตย์ แล้วตอนนี้มันเพิ่งจะบ่ายวันเสาร์


ภายนอกอุโบสถ


ประตูโบสถ์ล๊อคกลอนแน่นหนา



บานหน้าต่างเปิดไว้ให้อากาศถ่ายเทแต่มีตะแกรงเหล็กปิดไว้  วันนี้ชมผ่านรูตะแกรงกันแล้วกัน




เดินออกมาทางด้านหน้าทางเข้าวัด  


สุดรั้วโรงเรียนจะมีทางเดินแคบ ๆ เลียบรั้วโรงเรียน เพื่อไปยังวัดถัดไปชื่อ วัดภคินีนาถ


พอเลี้ยวขวาพ้นแนวโรงเรียนก็จะเป็นถนน มองเห็นหลังคาวัดภคินีฯ อยู่ข้างหน้า


สุดถนนเมื่อกี้ ถ้าเลี้ยวขวาไปนิดเดียวก็จะเป็น วัดใหม่เทพนิมิตร


ผมเดินมาวัดนี้ก่อนเพราะเดี๋ยวตอนจะกลับออกไปถนนใหญ่เราต้องออกทางวัดภคินีฯ ครับ
แต่ปรากฎว่า พอเดินเลี้ยวขวาเข้าในวัดไปได้หน่อยเดียว น้อนหมาเป็นฝูงจากที่นอนกันเต็มลานดันพากันเห่าและวิ่งกรูกันมาหาหมดฝูง
ก็เลยต้องถอยกลับไม่ไปต่อ เพราะท่าน.ผบ ผมยังจิตตกเรื่องน้อนหมากระโจนใส่ไม่หาย  ถือซะว่าเราไม่มีวาสนาต่อกันแล้วกันนะหลวงพ่อ


เดินย้อนมาที่วัดภคินีฯ อีกรอบ  ประตูทางเข้าด้านนี้จะเป็นด้านหลังวัด แถว ๆ ข้างพระวิหาร ซึ่งเปิดตลอด


เดินอ้อมมาด้านหน้าพระวิหาร  



สะดุดตากับหน้าบันของพระวิหารก่อนเลย เป็นพวกเครื่องเคลือบต่าง ๆ ฝังแปะไว้ในผนังปูนโดยปล่อยส่วนนูนกว่าครึ่งใบออกมาโชว์ไว้  สวยดีครับ




ด้านในพะวิหารก็มีทั้งตู้พระธรรมและพระพุทธรูปโบราณตั้งไว้ให้ชม  บรรยากาศเลยออกขลัง ๆ นิดหน่อย







จากนั้นก็เดินมาพระอุโบสถ ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงแก้วเหมือนที่วัดลิงขบ
แต่ปรากฏว่า ปิด  ถามคนแถวนั้นดูเขาบอก ปิดตลอด เปิดเฉพาะวันสำคัญ  

เอาจริง ๆ จากประสบการณ์เดินเที่ยวชมวัดมาไม่ต่ำกว่าสี่ห้าร้อยวัดของผมนะ  วัดที่ปิดอุโบสถหรือพระอุโบสถแทบทั้งปีหรือเปิดเฉพาะวันพระ  ถ้ารู้ก่อนว่าปิด คนก็ไม่ค่อยอยากจะไปหรอก ตัวอย่างเช่น วัดนางชี ตลาดพลู  สมัยก่อนเปิดให้ชมเฉพาะวันพระ เงียบเหงามาก  แต่หลายปีมาแล้วที่เปิดให้ชมได้ทุกวัน ทุกวันนี้กลายเป็นว่าคนไปเยอะขึ้นมาก  เพราะคนไปวัดก็อยากไปชมอยากไปกราบพระในโบสถ์แทบทั้งนั้น  เล่นปิดตลอดก็พาให้คนหมดความอยากไปวัดนั้น ๆ   เรื่องกลัวโจรขโมยมันก็เพียงแค่ข้ออ้างมากกว่า



จากนั้นก็เดินออกไปทางเข้าด้านหน้าวัด



ทางจะมาโผล่ปากซอยราชวิถี.21 ถ้าเลี้ยวซ้ายก็ไปสี่แยกบางพลัด  


แต่ผมจะเลี้ยวขวาเพื่อเดินไปใต้สะพานซังฮี้ จะไปรอนั่งเรือด่วนขึ้นไปวัดเทพนารี ที่อยู่ก้นซอยจรัญ.68 ห่างกันแค่ท่าเรือเดียวในฝั่งเดียวกัน

ชื่อสินค้า:   ร้าน Victory Bakery สาขาเชิงสะพานซังฮี้
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่