เยาวชนบูลลี่กันในสังคมไทย

การบูลลี่ระหว่างเยาวชนในสังคมไทยเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองว่าเป็นเพียง “เรื่องเด็ก ๆ” เพราะสามารถส่งผลต่อความมั่นใจ การเรียน ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิตของผู้ถูกกระทำได้

รูปแบบที่พบได้บ่อย

ล้อรูปร่างหน้าตา เช่น อ้วน ผอม เตี้ย ผิว สีผิว หรือหน้าตา
ล้อฐานะและครอบครัว เช่น บ้านจน พ่อแม่มีอาชีพอะไร
ล้อความแตกต่าง เช่น บุคลิก การเรียน ความพิการ หรือความเป็นตัวของตัวเอง
ล้อเรื่องเพศและเพศสภาพ
กีดกันออกจากกลุ่ม ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมหรือทำให้เป็นคนนอก
ใช้ความรุนแรง เช่น ผลัก ตบ ต่อย หรือข่มขู่
Cyberbullying เช่น ประจาน ด่าทอ ปล่อยข่าวลือ ทำมีม หรือเผยแพร่ภาพเพื่อทำให้อับอาย โดยข้อมูล UNICEF ระบุว่า 55.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปีเคยถูกกลั่นแกล้งหรือเยาะเย้ยทางออนไลน์
ทำไมเยาวชนถึงบูลลี่กัน?

ไม่ได้มีสาเหตุเดียว บางครั้งเกิดจากการต้องการ อำนาจหรือสถานะในกลุ่มเพื่อน การเลียนแบบพฤติกรรมที่เห็นจากคนรอบตัว การขาดทักษะในการจัดการความขัดแย้ง หรือการไม่เข้าใจว่าคำพูดและการกระทำของตนสร้างบาดแผลให้คนอื่นได้

ที่สำคัญคือ การถูกบูลลี่ไม่ใช่ความผิดของผู้ถูกบูลลี่ และการที่เด็กคนหนึ่ง “แตกต่าง” ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ใครจะมีสิทธิ์รังแกเขา

สิ่งที่สังคมไทยควรทำ

ควรเปลี่ยนจากการสอนเด็กว่า “อดทนไว้ เดี๋ยวก็ผ่านไป” เป็นการสร้างวัฒนธรรมที่เด็กสามารถพูดได้ว่า “ฉันกำลังถูกกลั่นแกล้ง” แล้วมีผู้ใหญ่รับฟังและช่วยเหลือจริงจัง

ทั้ง พ่อแม่ ครู โรงเรียน และเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์ มีบทบาทสำคัญ โดย UNICEF เน้นเรื่องความเข้าอกเข้าใจและความมีน้ำใจระหว่างเยาวชนเพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้น

หัวใจสำคัญคือ:

“เด็กไม่ควรถูกสอนให้แข็งแกร่งเพื่อทนต่อการบูลลี่ แต่สังคมควรถูกสอนให้เข้มแข็งพอที่จะไม่สร้างการบูลลี่ขึ้นมา”


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่