ผมเป็นนักดนตรี ชีวิตส่วนใหญ่คือเดินทางไปเล่นงานต่างจังหวัด นั่งรถหลายชั่วโมง ยืนเล่นบนเวทีนานๆ แล้วก็ต้องยกอุปกรณ์ขึ้นลงเองตลอด จนคิดว่าการปวดเมื่อยเป็นเรื่องธรรมดาของอาชีพนี้ ไม่เคยคิดเลยว่าสุดท้ายจะกลายเป็นปัญหาใหญ่จนเกือบเล่นดนตรีไม่ได้
อาการเริ่มจากปวดหลังช่วงล่างครับ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจมาก คิดว่าเป็นเพราะนั่งรถนาน
หรือเล่นงานติดกันหลายวัน เดี๋ยวกลับบ้านไปพักก็คงดีขึ้น แต่ผ่านไปหลายวัน อาการกลับไม่หายครับ
แค่ลุกจากเตียงก็ทรมาน จากที่ปวดแค่หลังช่วงล่าง อาการเริ่มปวดหลังร้าวลงขา หนักสุดคือผมยืนเล่นดนตรีแทบไม่ไหว จากที่เคยยืนเล่นเป็นชั่วโมง
กลายเป็นยืนแค่แป๊บเดียวก็ปวดจนต้องพัก ตอนนั้นเครียดมากครับ
เพราะงานดนตรีคืออาชีพหลักของผม
ช่วงแรกผมซื้อยาแก้ปวดมากินเองครับ
ตอนยาออกฤทธิ์ก็รู้สึกดีขึ้น แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็กลับมาปวดเหมือนเดิม
ลองประคบร้อน ยืดกล้ามเนื้อ ลดการเดิน พักงานอยู่หลายวัน
แต่อาการก็ยังวนอยู่แบบเดิม แถมเริ่มปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายเลยตัดสินใจไปพบคุณหมอที่รพ.แถวลาดพร้าว 111 เพราะเริ่มรู้แล้วว่าถ้าปล่อยไว้
น่าจะไม่ใช่แค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดาแล้ว
.
ผล MRI ทำเอาใจหายเลยครับ
คุณหมอตรวจร่างกายก่อน แล้วแนะนำให้ทำ MRI
ผลออกมาคือ หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท
ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังร้าวลงขาที่ผมเป็นอยู่
พอเห็นภาพ MRI ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงปวดขนาดนี้
คืนแรกคุณหมอให้ยาเพื่อดูอาการก่อนครับ ความปวดลดลงบ้าง แต่ยังเดินได้ไม่ปกติ
คุณหมอเลยอธิบายทางเลือกในการรักษา และแนะนำ การผ่าตัดส่องกล้อง
เพราะเหมาะกับอาการของผมมากที่สุด ตอนแรกยอมรับเลยว่ากลัวคำว่า "ผ่าตัด"
แต่พอคุณหมออธิบายว่าเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก ไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อ
และเข้าไปเอาเฉพาะส่วนของหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออก ก็ทำให้สบายใจขึ้นมาก
เป้าหมายคือรักษาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่บรรเทาอาการ สุดท้ายเลยตัดสินใจผ่าครับ
สิ่งที่ได้หลังผ่าตัด เกินกว่าที่คิดไว้มาก
ตอนฟื้นจากยาสลบ สิ่งแรกที่สังเกตได้คือ อาการปวดหลังร้าวลงขาที่ทรมานมาหลายสัปดาห์หายไปเลย
เหลือเพียงอาการชานิดหน่อย ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นเรื่องที่ค่อยๆ ดีขึ้นได้
สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ
📌 แผลผ่าตัดเล็กมาก แทบมองไม่เห็น
✅ ไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อ
✨ ฟื้นตัวได้เร็วกว่าอย่างที่คิด
ตอนนี้กลับมาใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนเดิมแล้ว
เดินไปซื้อของได้ นั่งทำงานได้นานขึ้น ออกกำลังกายเบาๆได้
ที่สำคัญคือไม่ต้องทนกับอาการปวดหลังร้าวลงขาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
คุณหมอแนะนำให้ค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายตามโปรแกรมอีกประมาณ 1 เดือน
ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็เตรียมกลับไปลุยเล่นดนตรีได้ตามปกติ
แค่คิดว่าจะได้กลับไปยืนบนเวทีอีกครั้งก็มีความสุขมากแล้วครับ
ฝากถึงคนที่กำลังมีอาการแบบเดียวกัน
ถ้าใครกำลังมีอาการปวดหลังร้าวลงขา อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หายเหมือนที่ผมเคยคิดนะครับ
ผมเสียเวลาอยู่หลายสัปดาห์ เพราะหวังว่ากินยาแล้วจะดีขึ้น สุดท้ายอาการกลับหนักกว่าเดิม จนกระทบทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน
ใครเคยมีอาการแบบนี้ หรือเพิ่งผ่าตัดมาเหมือนกัน มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะครับ 🙂
แชร์ประสบการณ์ จากนักดนตรีที่เกือบเดินไม่ได้ เพราะ "ปวดหลังร้าวลงขา"
อาการเริ่มจากปวดหลังช่วงล่างครับ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจมาก คิดว่าเป็นเพราะนั่งรถนาน
หรือเล่นงานติดกันหลายวัน เดี๋ยวกลับบ้านไปพักก็คงดีขึ้น แต่ผ่านไปหลายวัน อาการกลับไม่หายครับ
แค่ลุกจากเตียงก็ทรมาน จากที่ปวดแค่หลังช่วงล่าง อาการเริ่มปวดหลังร้าวลงขา หนักสุดคือผมยืนเล่นดนตรีแทบไม่ไหว จากที่เคยยืนเล่นเป็นชั่วโมง
กลายเป็นยืนแค่แป๊บเดียวก็ปวดจนต้องพัก ตอนนั้นเครียดมากครับ
เพราะงานดนตรีคืออาชีพหลักของผม
ช่วงแรกผมซื้อยาแก้ปวดมากินเองครับ
ตอนยาออกฤทธิ์ก็รู้สึกดีขึ้น แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็กลับมาปวดเหมือนเดิม
ลองประคบร้อน ยืดกล้ามเนื้อ ลดการเดิน พักงานอยู่หลายวัน
แต่อาการก็ยังวนอยู่แบบเดิม แถมเริ่มปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายเลยตัดสินใจไปพบคุณหมอที่รพ.แถวลาดพร้าว 111 เพราะเริ่มรู้แล้วว่าถ้าปล่อยไว้
น่าจะไม่ใช่แค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดาแล้ว
.
ผล MRI ทำเอาใจหายเลยครับ
คุณหมอตรวจร่างกายก่อน แล้วแนะนำให้ทำ MRI
ผลออกมาคือ หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท
ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังร้าวลงขาที่ผมเป็นอยู่
พอเห็นภาพ MRI ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงปวดขนาดนี้
คืนแรกคุณหมอให้ยาเพื่อดูอาการก่อนครับ ความปวดลดลงบ้าง แต่ยังเดินได้ไม่ปกติ
คุณหมอเลยอธิบายทางเลือกในการรักษา และแนะนำ การผ่าตัดส่องกล้อง
เพราะเหมาะกับอาการของผมมากที่สุด ตอนแรกยอมรับเลยว่ากลัวคำว่า "ผ่าตัด"
แต่พอคุณหมออธิบายว่าเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก ไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อ
และเข้าไปเอาเฉพาะส่วนของหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออก ก็ทำให้สบายใจขึ้นมาก
เป้าหมายคือรักษาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่บรรเทาอาการ สุดท้ายเลยตัดสินใจผ่าครับ
สิ่งที่ได้หลังผ่าตัด เกินกว่าที่คิดไว้มาก
ตอนฟื้นจากยาสลบ สิ่งแรกที่สังเกตได้คือ อาการปวดหลังร้าวลงขาที่ทรมานมาหลายสัปดาห์หายไปเลย
เหลือเพียงอาการชานิดหน่อย ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นเรื่องที่ค่อยๆ ดีขึ้นได้
สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ
📌 แผลผ่าตัดเล็กมาก แทบมองไม่เห็น
✅ ไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อ
✨ ฟื้นตัวได้เร็วกว่าอย่างที่คิด
ตอนนี้กลับมาใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนเดิมแล้ว
เดินไปซื้อของได้ นั่งทำงานได้นานขึ้น ออกกำลังกายเบาๆได้
ที่สำคัญคือไม่ต้องทนกับอาการปวดหลังร้าวลงขาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
คุณหมอแนะนำให้ค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายตามโปรแกรมอีกประมาณ 1 เดือน
ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็เตรียมกลับไปลุยเล่นดนตรีได้ตามปกติ
แค่คิดว่าจะได้กลับไปยืนบนเวทีอีกครั้งก็มีความสุขมากแล้วครับ
ฝากถึงคนที่กำลังมีอาการแบบเดียวกัน
ถ้าใครกำลังมีอาการปวดหลังร้าวลงขา อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หายเหมือนที่ผมเคยคิดนะครับ
ผมเสียเวลาอยู่หลายสัปดาห์ เพราะหวังว่ากินยาแล้วจะดีขึ้น สุดท้ายอาการกลับหนักกว่าเดิม จนกระทบทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน
ใครเคยมีอาการแบบนี้ หรือเพิ่งผ่าตัดมาเหมือนกัน มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะครับ 🙂