อย่าเผลอใส่กางเกงในตูดขาดลงในกระเป๋าเดินทางไปตปท. ; กฎใหม่ เปิดตรวจกระเป๋า ไม่ต้องเรียกเจ้าของ หากพบสิ่งผิดปกติ
วัสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ชี้แจงกรณีการบังคับใช้ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 ซึ่ง
จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการยกระดับการรักษาความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากลที่ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก พร้อมย้ำว่าการเปิดตรวจกระเป๋าสัมภาระจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย และอยู่ภายใต้ขั้นตอนการตรวจสอบที่รัดกุมและตรวจสอบย้อนหลังได้
CAAT ขอชี้แจงว่า
การเปิดตรวจกระเป๋าโดยไม่แจ้งเจ้าของล่วงหน้า มิใช่การเปิดตรวจกระเป๋าของผู้โดยสารโดยทั่วไป แต่จะดำเนินการเฉพาะกรณีที่เครื่องเอกซเรย์ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยการบินเท่านั้น โดยการเปิดตรวจจะต้องดำเนินการในพื้นที่ที่กำหนด มี
การบันทึกภาพและจัดเก็บหลักฐานทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ มีการตรวจพบสิ่งใด และจะต้องมีการแจ้งให้ผู้โดยสารทราบภายหลังว่ามีการเปิดตรวจสัมภาระตามขั้นตอนที่กำหนด
โดยแนวทางดังกล่าวเป็นมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่ใช้อยู่ในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงหลายประเทศในตะวันออกกลางและยุโรป ตลอดจนสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันการนำสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายต่อการบินขึ้นอากาศยาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเที่ยวบิน ลดความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากการต้องติดตามเจ้าของกระเป๋ามาเปิดสัมภาระก่อนออกเดินทาง
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร CAAT ขอแนะนำให้เลือกใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระที่ได้มาตรฐานสากล เช่น TSA Lock ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วยอุปกรณ์เฉพาะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ในกรณีจำเป็น โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระเป๋าสัมภาระ ทั้งนี้ ผู้โดยสารควรตรวจสอบรายการสิ่งของต้องห้ามหรือสิ่งของที่อาจเข้าข่ายต้องได้รับการตรวจค้นเป็นพิเศษก่อนการเดินทาง เนื่องจากมาตรการลักษณะเดียวกันนี้ถูกนำมาใช้ในสนามบินหลายแห่งทั่วโลก และอาจมีการตรวจค้นเพิ่มเติมทั้งในประเทศต้นทาง ประเทศระหว่างทาง และประเทศปลายทาง หากพบสิ่งของที่ฝ่าฝืนกฎหมายของประเทศนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางได้
ทั้งนี้ หากผู้โดยสารพบปัญหาหรือได้รับความเสียหายอันเกิดจากการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านสายการบินที่ใช้บริการ หรือยื่นเรื่องมายังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียน
https://complaint.caat.or.th เพื่อให้ CAAT ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ที่นี่
อย่าเผลอใส่กางเกงในตูดขาดลงในกระเป๋าเดินทางไปตปท. ; กฎใหม่ เปิดตรวจกระเป๋าเดินทาง ไม่ต้องเรียกเจ้าของ หากพบสิ่งผิดปกติ
วัสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ชี้แจงกรณีการบังคับใช้ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการยกระดับการรักษาความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากลที่ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก พร้อมย้ำว่าการเปิดตรวจกระเป๋าสัมภาระจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย และอยู่ภายใต้ขั้นตอนการตรวจสอบที่รัดกุมและตรวจสอบย้อนหลังได้
CAAT ขอชี้แจงว่า การเปิดตรวจกระเป๋าโดยไม่แจ้งเจ้าของล่วงหน้า มิใช่การเปิดตรวจกระเป๋าของผู้โดยสารโดยทั่วไป แต่จะดำเนินการเฉพาะกรณีที่เครื่องเอกซเรย์ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยการบินเท่านั้น โดยการเปิดตรวจจะต้องดำเนินการในพื้นที่ที่กำหนด มีการบันทึกภาพและจัดเก็บหลักฐานทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ มีการตรวจพบสิ่งใด และจะต้องมีการแจ้งให้ผู้โดยสารทราบภายหลังว่ามีการเปิดตรวจสัมภาระตามขั้นตอนที่กำหนด
โดยแนวทางดังกล่าวเป็นมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่ใช้อยู่ในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงหลายประเทศในตะวันออกกลางและยุโรป ตลอดจนสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันการนำสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายต่อการบินขึ้นอากาศยาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเที่ยวบิน ลดความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากการต้องติดตามเจ้าของกระเป๋ามาเปิดสัมภาระก่อนออกเดินทาง
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร CAAT ขอแนะนำให้เลือกใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระที่ได้มาตรฐานสากล เช่น TSA Lock ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วยอุปกรณ์เฉพาะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ในกรณีจำเป็น โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระเป๋าสัมภาระ ทั้งนี้ ผู้โดยสารควรตรวจสอบรายการสิ่งของต้องห้ามหรือสิ่งของที่อาจเข้าข่ายต้องได้รับการตรวจค้นเป็นพิเศษก่อนการเดินทาง เนื่องจากมาตรการลักษณะเดียวกันนี้ถูกนำมาใช้ในสนามบินหลายแห่งทั่วโลก และอาจมีการตรวจค้นเพิ่มเติมทั้งในประเทศต้นทาง ประเทศระหว่างทาง และประเทศปลายทาง หากพบสิ่งของที่ฝ่าฝืนกฎหมายของประเทศนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางได้
ทั้งนี้ หากผู้โดยสารพบปัญหาหรือได้รับความเสียหายอันเกิดจากการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านสายการบินที่ใช้บริการ หรือยื่นเรื่องมายังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียน https://complaint.caat.or.th เพื่อให้ CAAT ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ที่นี่