รักษาอุโบสถศีล ๘ ประการ ตลอดไป

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธาราม
เขตกรุงกบิลพัสดุ์ในแคว้นสักกะ  ครั้งนั้นแล อุบาสกอุบาสิกา
ชาวแคว้นสักกะเป็นจำนวนมากได้พากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
ถึงที่ประทับในวันอุโบสถ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร
พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสถาม ดังนี้ว่า
        “อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย
พากันรักษาอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ บ้างหรือไม่หนอ”
        อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะเหล่านั้นกราบทูลว่า
“บางคราวข้าพระองค์ทั้งหลายพากันรักษาอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘
แต่บางคราวก็ไม่ได้พากันรักษา พระพุทธเจ้าข้า”
        “อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะทั้งหลาย ไม่ใช่ลาภของท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายไม่ได้ดีแล้ว ที่เมื่อชีวิตมีภัยเพราะความโศก มีภัยเพราะความตายอย่างนี้
บางคราวท่านทั้งหลายพากันรักษาอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘
แต่บางคราวก็ไม่ได้พากันรักษา
        ท่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้พึงหาทรัพย์
ได้วันละกึ่งกหาปณะด้วยการงานชอบ โดยไม่แตะต้องอกุศลกรรมเลย
สมควรจะกล่าวได้หรือไม่ว่า ‘เป็นคนฉลาด มีความขยันหมั่นเพียร”
        “สมควรกล่าวได้อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
        “อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร
บุคคลนั้น เมื่อหาทรัพย์ได้วันละ ๑๐๐ กหาปณะ ๑,๐๐๐ กหาปณะ ก็เก็บทรัพย์
ที่ตนได้ไว้ เป็นผู้มีชีวิต ๑๐๐ ปี จะพึงได้โภคสมบัติกองใหญ่บ้างหรือไม่หนอ”
        “ได้ พระพุทธเจ้าข้า”
        “อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร
บุคคลนั้นจะพึงเสวยสุขอย่างเดียวอยู่ตลอดคืนหนึ่ง วันหนึ่ง ครึ่งคืนหรือครึ่งวัน
อันมีโภคสมบัตินั้นเป็นเหตุ มีโภคสมบัตินั้นเป็นปัจจัย มีโภคสมบัตินั้นเป็นที่ตั้ง
ได้บ้างหรือไม่หนอ”
        “ไม่ได้ พระพุทธเจ้าข้า”
        “ข้อนั้นเพราะเหตุไร”
        “เพราะกามทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง ว่างเปล่า หลอกลวง มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
พระพุทธเจ้าข้า”
        พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะทั้งหลาย
ส่วนสาวกของเราในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจ
ปฏิบัติตามที่เราพร่ำสอนอยู่ตลอดปี ตลอดเดือน ตลอดวัน ตลอดคืน
พึงเป็นผู้เสวยความสุขโดยส่วนเดียว (อาทิ สุขอันเป็นทิพย์ในสวรรค์ชั้นกามภพ)
อยู่ตลอด ๑๐๐ ปีก็มี ๑๐,๐๐๐ ปีก็มี ๑๐๐,๐๐๐ ปีก็มี และสาวกของเรานั้นแล
เป็นสกทาคามีก็มี เป็นอนาคามีก็มี เป็นโสดาบันไม่ปฏิบัติผิดพลาดก็มี
อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะทั้งหลาย ไม่ใช่ลาภของท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายไม่ได้ดีแล้ว ที่เมื่อชีวิตมีภัยเพราะความโศก มีภัยเพราะความตายอย่างนี้
บางคราวท่านทั้งหลายพากันรักษาอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ แต่บางคราวก็ไม่ได้พากันรักษา
        อุบาสกอุบาสิกาชาวแคว้นสักกะทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ข้าพระองค์เหล่านี้จักพากันรักษาอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

สักกสูตรที่ ๖ จบ (บทย่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่