สวัสดีครับผม
เคยรู้สึกไหมครับว่า ยิ่งเราใช้ชีวิตผ่านมานานเท่าไหร่
"เป้สะพายหลัง" ของเรา มันกลับยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ
จนบางวันแทบก้าวขาไม่ออก
ช่วงแรกๆ ของการเดินทางในโลกของการทำงาน
สังคมมักจะคอยยื่นสิ่งต่างๆ มาให้เราแบกไว้เสมอ
ทั้งตำแหน่งหน้าที่ ความคาดหวังของคนรอบข้าง
ข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องมีเพื่อแสดงสถานะ
ตลอดจนความสัมพันธ์ที่รุงรังที่เราต้องฝืนยิ้ม
ฝืนเข้าสังคมเพื่อรักษาคอนเนกชัน
เราแบกทุกอย่างไว้เต็มเป้ เพราะคิดว่า "ยิ่งมีเยอะ ยิ่งมั่นคง"
แต่พอเดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต (โดยเฉพาะในวัยนี้ วัย 50+)
ผมกลับค้นพบความจริงข้อใหญ่ว่า
... คนที่เดินทางได้ไกลและมีความสุขที่สุด ไม่ใช่คนที่มีสัมภาระเต็มเป้
แต่คือคนที่รู้จัก "ทิ้งของไม่จำเป็น" เพื่อให้ตัวเอง "ตัวเบา" ที่สุดต่างหาก
ช่วงหลังมานี้
ผมเริ่มเคลียร์ "สัมภาระรุงรัง" ออกจากชีวิตไปเยอะมาก:
ตัดความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย
เลิกไปงานปาร์ตี้สังคมที่ต้องปั้นหน้าคุยกัน
เหลือไว้แค่กัลยาณมิตรไม่กี่คนที่คุยกันด้วยความจริงใจ
ใจเบาขึ้นเยอะครับ
วางหัวโขนและอีโก้
เลิกเอาความสุขไปผูกกับคำชม คำยกยอ
หรือใบประเมินผลงาน
ใครจะมองยังไงไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว
ลดความต้องการทางวัตถุ
เมื่อความอยากอวดลดลง ค่าใช้จ่ายก็ลดลง
ไม่ต้องวิ่งพล่านหาเงินมาผูกมัดตัวเองให้เหนื่อยเปล่า
น่าแปลกนะครับ... พอไม่มีสัมภาระรุงรังคอยฉุดรั้ง
เรากลับรู้สึกกระฉับกระเฉง มีอิสระ
และเดินทางไปข้างหน้าได้เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ความสุขของเรากลายเป็นเรื่องง่ายๆ
แค่การได้นอนหลับเต็มอิ่ม ได้อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม
หรือได้นั่งมองฟ้าเงียบๆ โดยไม่มีความกังวลคอยทับถม
เป้าหมายชีวิตในตอนนี้
ไม่ใช่การสะสมให้ได้มากที่สุด
แต่คือการทำอย่างไรให้ตัวเบาที่สุด
เพื่อที่จะได้สนุกกับการเดินทางในเวลาที่เหลืออยู่ครับ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ
ตอนนี้ในเป้ชีวิตของทุกคน กำลังแบก "สัมภาระ" อะไร
ที่ทำให้หนักอยู่บ้างไหม?
หรือมีชิ้นไหนบ้าง...ที่คิดว่าถึงเวลาแล้ว
ที่ต้องหยิบโยนทิ้งไป
เพื่อให้ตัวเบาขึ้นแล้วบ้าง
....มาแชร์มุมมองกันครับ
เรากำลังตัวเบาเพื่อเดินทาง หรือกำลัง "แบกอิฐ" ? ( เมื่อการเคลียร์ชีวิตให้เหลือแต่สิ่งจำเป็น ทำให้เรามีความสุขง่ายขึ้น )
เคยรู้สึกไหมครับว่า ยิ่งเราใช้ชีวิตผ่านมานานเท่าไหร่
"เป้สะพายหลัง" ของเรา มันกลับยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ
จนบางวันแทบก้าวขาไม่ออก
ช่วงแรกๆ ของการเดินทางในโลกของการทำงาน
สังคมมักจะคอยยื่นสิ่งต่างๆ มาให้เราแบกไว้เสมอ
ทั้งตำแหน่งหน้าที่ ความคาดหวังของคนรอบข้าง
ข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องมีเพื่อแสดงสถานะ
ตลอดจนความสัมพันธ์ที่รุงรังที่เราต้องฝืนยิ้ม
ฝืนเข้าสังคมเพื่อรักษาคอนเนกชัน
เราแบกทุกอย่างไว้เต็มเป้ เพราะคิดว่า "ยิ่งมีเยอะ ยิ่งมั่นคง"
แต่พอเดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต (โดยเฉพาะในวัยนี้ วัย 50+)
ผมกลับค้นพบความจริงข้อใหญ่ว่า
... คนที่เดินทางได้ไกลและมีความสุขที่สุด ไม่ใช่คนที่มีสัมภาระเต็มเป้
แต่คือคนที่รู้จัก "ทิ้งของไม่จำเป็น" เพื่อให้ตัวเอง "ตัวเบา" ที่สุดต่างหาก
ช่วงหลังมานี้
ผมเริ่มเคลียร์ "สัมภาระรุงรัง" ออกจากชีวิตไปเยอะมาก:
ตัดความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย
เลิกไปงานปาร์ตี้สังคมที่ต้องปั้นหน้าคุยกัน
เหลือไว้แค่กัลยาณมิตรไม่กี่คนที่คุยกันด้วยความจริงใจ
ใจเบาขึ้นเยอะครับ
วางหัวโขนและอีโก้
เลิกเอาความสุขไปผูกกับคำชม คำยกยอ
หรือใบประเมินผลงาน
ใครจะมองยังไงไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว
ลดความต้องการทางวัตถุ
เมื่อความอยากอวดลดลง ค่าใช้จ่ายก็ลดลง
ไม่ต้องวิ่งพล่านหาเงินมาผูกมัดตัวเองให้เหนื่อยเปล่า
น่าแปลกนะครับ... พอไม่มีสัมภาระรุงรังคอยฉุดรั้ง
เรากลับรู้สึกกระฉับกระเฉง มีอิสระ
และเดินทางไปข้างหน้าได้เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ความสุขของเรากลายเป็นเรื่องง่ายๆ
แค่การได้นอนหลับเต็มอิ่ม ได้อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม
หรือได้นั่งมองฟ้าเงียบๆ โดยไม่มีความกังวลคอยทับถม
เป้าหมายชีวิตในตอนนี้
ไม่ใช่การสะสมให้ได้มากที่สุด
แต่คือการทำอย่างไรให้ตัวเบาที่สุด
เพื่อที่จะได้สนุกกับการเดินทางในเวลาที่เหลืออยู่ครับ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ
ตอนนี้ในเป้ชีวิตของทุกคน กำลังแบก "สัมภาระ" อะไร
ที่ทำให้หนักอยู่บ้างไหม?
หรือมีชิ้นไหนบ้าง...ที่คิดว่าถึงเวลาแล้ว
ที่ต้องหยิบโยนทิ้งไป
เพื่อให้ตัวเบาขึ้นแล้วบ้าง
....มาแชร์มุมมองกันครับ