ปมฉาว 'พรรคส้ม' คุกคามทางเพศ บทเรียนแก้ไม่ตก





เป็นอีกครั้ง “พรรคส้ม” ถูกกล่าวหาว่าบุคลากรภายในพรรคมีพฤติการณ์ “คุกคามทางเพศ” โดยกรณีล่าสุดถูก “แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคก้าวไกล ออกมาแฉว่า เมื่อครั้งที่เธอเป็น สส.ภายในพรรค เคยถูกคุกคามทางเพศจากคนภายในพรรค

พร้อมกับเล่าเรื่องให้ผู้บริหารพรรคขณะนั้นรับทราบแล้ว แต่ไม่มีใครทำการใด ๆ แถมถูกกดดันให้เงียบ ด้านบุคคลดังกล่าว ยังถูกส่งลงสมัครรับเลือกตั้งต่อ แถมยังดำรงตำแหน่งสำคัญในขณะได้รับการดำรงตำแหน่งด้วย

ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สร้างแรงกดดันไปยังพรรคประชาชน (ปชน.) จนต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงปมร้อนฉ่านี้ 5 ข้อ ได้แก่

1.กรณีที่คุณธิษะณาเล่าว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศนั้น มีผู้บริหารพรรคทราบจริง เนื่องจากคุณธิษะณาได้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวให้พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลทราบ พิจารณ์ได้รายงานต่อมาที่ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคในขณะนั้น เนื่องจากการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องร้ายแรง และพรรคต้องดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้ได้ข้อยุติแล้วมีมาตรการลงโทษหากกระทำผิดจริง อย่างไรก็ตาม คุณธิษะณาในขณะนั้นยืนยันว่า เพียงต้องการแจ้งให้คุณพิจารณ์ทราบว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ไม่ต้องการให้พรรคดำเนินการใด ๆ ต่อ และไม่ยินยอมเปิดเผยชื่อผู้กระทำ

2.พรรคตระหนักดีว่าผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมาก มักเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก หรือมีหลายเหตุผลที่ทำให้ยังไม่ต้องการที่จะให้เกิดกระบวนการซึ่งอาจทำให้เรื่องนี้เป็นที่รับรู้ต่อบุคคลในวงกว้าง เมื่อคุณธิษะณายืนยันเช่นนี้ และไม่เปิดเผยชื่อผู้กระทำ พรรคก้าวไกลขณะนั้นจึงไม่สามารถดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจนได้ข้อยุติ

3.ผู้บริหารพรรคก้าวไกล ตลอดจนพรรคประชาชน ยืนยันว่าไม่เคยขอให้คุณธิษะณาเงียบเพื่อปกป้องภาพลักษณ์องค์กร หลายกรณีที่เกิดเหตุการณ์ ก็ได้มีการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดโดยไม่ละเว้น และเปิดเผยต่อสาธารณะมาโดยตลอด

4.ตลอดเวลาที่ผ่านมา พรรคไม่เคยปิดทางการดำเนินการสอบสวนกรณีคุณธิษะณา หากในเวลานี้ คุณธิษะณาพร้อมให้มีการสอบสวน พรรคยินดีและจะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่เธอและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน ซึ่งพรรคได้เริ่มดำเนินการเชิญคุณธิษะณาและพยานแวดล้อมที่น่าจะทราบข้อเท็จจริงมาให้ข้อมูลแก่พรรคแล้ว

5.พรรคประชาชนขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การล่วงละเมิดทางเพศเป็นความผิดร้ายแรง พรรคไม่มีวัฒนธรรมปกป้องผู้กระทำผิด และพร้อมดำเนินการลงโทษ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายอย่างรอบด้านที่สุด

แม้แต่ “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เลขาธิการพรรค ปชน. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กขอโทษ และแสดงความเสียใจต่อ “แก้วตา” ในเรื่องนี้ โดยยอมรับว่า เมื่อครั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รับทราบเรื่องนี้จากเธอจริง แต่เธอไม่ระบุว่าผู้กระทำคนนั้นคือใคร แม้จะพยายามสอบถามเพิ่มเติม เธอก็ยืนยันที่จะไม่เปิดเผยชื่อ เพียงแต่ต้องการให้ตนในฐานะผู้บริหารรับรู้ว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในพรรคเท่านั้น

ด้าน “ชัยธวัช ตุลาธน” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงว่า กรณีคุณแก้วตา มีความพยายามของบุคคลบางกลุ่มที่จงใจปล่อยข่าวเท็จใส่ร้ายผม และไปกระทบสร้างความเสียหายต่อ สส.หญิงอีกท่านหนึ่งด้วย

“ผมยืนยันว่าแก้วตาไม่เคยแจ้งเรื่องนี้ต่อผม แต่ผมทราบเรื่องนี้จากคุณพิจารณ์ โดยคุณแก้วตาในขณะนั้นไม่ต้องการที่จะเปิดเผยชื่อของ สส. ชายแก่คุณพิจารณ์ ซึ่งเหตุที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ในขณะนั้น พรรคประชาชนก็ได้แถลงออกมาแล้ว” ชัยธวัช ระบุ

ทำเอา “แก้วตา” โพสต์สวนแถลงการณ์ ปชน.ทันควัน ยืนยันว่า เคยบอกชื่อบุคคลดังกล่าวกับผู้บริหารในพรรคส้มอย่างชัดเจน พร้อมกล่าวถึงเหตุการณ์ซ้ำหลายครั้ง โดยสาเหตุที่เปิดโปงเรื่องนี้ล่าช้า เพราะกังวลการถูกเผชิญหน้าในพรรค กังวลเรื่องความปลอดภัย และพรรคไม่เคยมีกระบวนการคุ้มครองต่อเธอ

“หากกระบวนการยังไม่มีหลักประกันในการคุ้มครองผู้เสียหาย ทั้งในด้านความปลอดภัย ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของผู้ร้องเรียน ก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้ผู้เสียหายจำนวนมากกล้าออกมาเปิดเผยความจริง เพราะการเปิดเผยอาจหมายถึงการต้องเผชิญแรงกดดันและความอับอายจากคนในองค์กรเสียมากกว่าการได้รับความคุ้มครอง” แก้วตา ระบุ

เมื่อเรื่องนี้บานปลายออกมาสู่สาธารณะ มี “ด้อมส้ม” หลายคนพยายาม “แบก” แก้ต่างเรื่องนี้ให้พรรค ขณะที่บางฝ่ายพยายาม “แกะรอย” ตามหาว่า “บุคคล” ที่ล่วงละเมิด “แก้วตา” คือใครกันแน่

ว่ากันว่า บุคคลดังกล่าว คืออดีต สส.เขต จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออก เคยได้รับการโปรโมตให้รับบทบาทสำคัญใน กมธ.บางคณะ แต่จนถึงขณะนี้เจ้าตัวยังคงเก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาชี้แจงผ่านสาธารณะ

ประเด็นการ “คุกคามทางเพศ” ภายใน “พรรคส้ม” ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นกรณีแรก แต่ถูกบางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดเป็นเรื่อง “ซ้ำซาก” มายาวนานตั้งแต่ยุคพรรคก้าวไกล

โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2566 เคยเกิดกรณี 2 สส.เขต ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศมาแล้ว

รายแรกคือ อดีต สส.ปราจีนบุรี ถูกมติพรรคขับออก อีกรายเป็นอดีต สส.กทม. “กลุ่มนิวเจน” ภายในพรรค ทำให้ในการโหวตครั้งแรก ได้รับเสียงโหวตไม่ถึง 3 ใน 4 ของ สส.และกรรมการบริหารพรรคที่มีทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถขับออกจากพรรคได้ แต่ถูกตัดสิทธิพึงมี และถูกคาดโทษตลอดสมัยประชุมไปแทน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งคนภายใน ทั้งด้อมส้ม รวมถึง สส.หญิง ภายในพรรค

ทำให้หลังจากนั้นเมื่อ สส.กทม.รายนี้ โพสต์ขอโทษเรื่องดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย “ชัยธวัช ตุลาธน” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขณะนั้น เล็งเห็นช่องว่า การขอโทษดังกล่าวไม่เป็นไปตามมติพรรค ส่งผลให้มีการประชุมเรื่องนี้อีกครั้ง และมติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ให้ขับ สส.กทม.รายดังกล่าว ออกจากพรรคไป

ไม่ใช่แค่ 2 กรณีนี้เท่านั้น ที่ผ่านมาบุคลากรภายใน “พรรคส้ม” ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นการ “วางตัว” กับเพศตรงข้ามหลายคน

ยกตัวอย่างเมื่อปี 2565 เคยมีบุคคลระดับ “แกนนำ” ในพรรคคนหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่า จ้องมอง “หน้าอก” หญิงสาว จนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงอธิบายต่อสังคมเป็นการใหญ่ หรือกรณีผู้บริหารท้องถิ่นสีส้มบางราย ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในอดีตเคยมีพฤติการณ์ “ทำร้ายร่างกาย” อดีตคู่สมรส เป็นต้น

ไม่แปลกที่บรรดา “ลัทธิสตรีนิยม” หรือเฟมินิสต์นั้น จะมองว่า “พรรคส้ม” คือพรรคที่รวบรวมลัทธิชายเป็นใหญ่ หรือแมนมินิสต์ เพราะหลายครั้งเมื่อเกิดกรณี “คุกคามทางเพศ” เกิดขึ้น มักขยับตัวในเรื่องนี้ล่าช้า จนทำให้ “แฟนคลับ-ด้อมส้ม” บางส่วน เริ่มตีตัวออกห่าง จากพฤติกรรมของคนในพรรคบางคน

กรณีฉาวล่าสุดที่เกิดขึ้นกับ “แก้วตา” นั้น จะเป็นอีกหนึ่งมาตรวัดบทพิสูจน์ “พรรคส้ม” ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องคุกคามทางเพศภายในพรรคได้หรือไม่ และกระบวนการพิสูจน์หรือเยียวยาผู้เสียหายจะเป็นอย่างไร

เพราะหากสุดท้ายทำไม่ได้ อย่างคำอธิบายที่พูดออกมา ความนิยมของพรรคหลังจากนี้ น่าจะยิ่งย่ำแย่ ฉุดเรตติ้งให้ตกต่ำหนักเข้าไปอีก ซ้ำเติมจากสาเหตุทางการเมืองอย่าง MOA สีน้ำเงิน ที่ทำพรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้ง 69 จนมาอยู่จุดนี้


https://www.facebook.com/share/p/1HfQLZEdj1/

#เนชั่นสุดสัปดาห์ #การเมือง #ข่าวล่าสุด #พรรคประชาชน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่