บางคนไปตรวจสุขภาพแล้วงงครับ
ALT สูง
AST ขยับ
บางคน GGT ก็ขึ้น
แต่พอย้อนดูตัวเองก็คิดว่า
“ผมก็ไม่ได้กินเหล้าหนักนะ แล้วค่าตับมันขึ้นจากอะไร?”
จริง ๆ ตับไม่ได้มีศัตรูแค่แอลกอฮอล์ครับ
ของที่เรากินซ้ำ ๆ ทุกวัน บางอย่างก็ทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น และถ้าสะสมไปนาน ๆ ก็มีส่วนให้ไขมันพอกตับหรือค่าตับผิดปกติได้
ผมอยากให้มองค่าตับเหมือนไฟเตือนหน้าปัดรถครับ
ไฟขึ้นไม่ได้แปลว่าเครื่องพังทันที
แต่ก็ไม่ควรขับต่อแบบไม่สนใจ
วันนี้ผมเลยอยากชวนดู 5 ตัวที่หลายคนกินบ่อยมาก แต่แทบไม่เคยคิดเลยว่าอาจเกี่ยวกับค่าตับครับ
1️⃣
น้ำหวาน น้ำอัดลม ชานม กาแฟหวาน
อันนี้เป็นตัวแรกที่ผมอยากให้เช็กเลยครับ
เวลารับน้ำตาล โดยเฉพาะฟรุกโตสในปริมาณมาก ตับจะเป็นหนึ่งในอวัยวะหลักที่ต้องเอาไปจัดการ
ถ้ารับเกินบ่อย ๆ
ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปสร้างไขมัน
Triglyceride มีโอกาสสูงขึ้น
ไขมันก็เริ่มสะสมในตับมากขึ้น
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนไม่ดื่มเหล้าเลย แต่ยังมีไขมันพอกตับและ ALT สูงได้ครับ
และที่พลาดกันบ่อยคือ น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง หรือเครื่องดื่มที่ดู “สุขภาพดี” ถ้าหวานมากก็ยังนับเป็นน้ำตาลเหมือนกัน
2️⃣
แป้งขัดสีที่กินซ้ำทั้งวัน
ข้าวขาวปริมาณเยอะ
เส้น
ขนมปังขาว
เบเกอรี่
ขนมกรุบกรอบ
อาหารพวกนี้ไม่ได้ทำให้ตับอักเสบโดยตรงแบบสารพิษนะครับ
แต่ถ้ากินมากเกินพลังงานที่ใช้ โดยเฉพาะร่วมกับน้ำหวาน น้ำหนักเกิน และพุงที่เริ่มเพิ่ม ร่างกายจะดื้ออินซูลินง่ายขึ้น
พอดื้ออินซูลิน ตับจะมีแนวโน้มสร้างและเก็บไขมันมากขึ้นครับ
ตรงนี้เป็นกลไกสำคัญของไขมันพอกตับจากเมตาบอลิก ซึ่งทุกวันนี้เจอเยอะมาก
บางคนเลยไม่ได้พลาดที่ “กินอะไรหนึ่งอย่าง” แต่พลาดที่ทั้งวันเป็นแป้งกับของหวานต่อกันเหมือนรถติดยาวตั้งแต่เช้าถึงเย็นครับ
3️⃣
ของทอด เนื้อติดมัน และอาหารไขมันอิ่มตัวสูง
หมูกรอบ
ไก่ทอด
หนังไก่
เนื้อติดมัน
เบเกอรี่เนยเยอะ ๆ
ถ้ากินเยอะและกินบ่อย โดยเฉพาะจนพลังงานรวมเกิน จะมีส่วนทำให้ไขมันสะสมในตับมากขึ้นครับ
ไขมันอิ่มตัวที่มากเกินไปยังสัมพันธ์กับความไวต่ออินซูลินที่แย่ลง และในบางคนทำให้ไขมันพอกตับเดินหน้าเร็วขึ้นได้
ไม่ได้หมายความว่ากินหมูกรอบหนึ่งจานแล้วพรุ่งนี้ ALT จะพุ่งนะครับ
สิ่งที่ผมห่วงคือ จาก “ของที่นาน ๆ กินที” กลายเป็น “เมนูประจำจนตับจำได้”
4️⃣
แอลกอฮอล์ที่คิดว่า “นิดเดียวทุกวันไม่เป็นไร”
บางคนไม่ได้ดื่มหนักครับ
แต่เย็นหนึ่งแก้ว
ก่อนนอนอีกนิด
เสาร์อาทิตย์เพิ่มอีกหน่อย
พอมารวมทั้งสัปดาห์ ปริมาณอาจไม่ได้ “นิดเดียว” อย่างที่คิดแล้วครับ
ตับเป็นอวัยวะหลักที่ต้องจัดการแอลกอฮอล์ และถ้าดื่มต่อเนื่อง ยิ่งมีไขมันพอกตับ อ้วนลงพุง เบาหวาน หรือไตรกลีเซอไรด์สูงอยู่ก่อน ผลกระทบก็ยิ่งซ้อนกันได้
เพราะฉะนั้นเวลาค่าตับขึ้น อย่าถามแค่ว่า
“เมาหรือไม่เมา”
ต้องถามด้วยว่า
“ดื่มบ่อยแค่ไหน และรวมแล้วมากเท่าไร”
5️⃣
สมุนไพร และผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ตับ
ข้อนี้ผมอยากให้ระวังเป็นพิเศษครับ เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่า
“ของธรรมชาติ ไม่น่ามีอะไร”
จริง ๆ ไม่เสมอไปครับ
สมุนไพรเข้มข้น
อาหารเสริมลดน้ำหนัก
ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์
สูตรผสมหลายชนิด
หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่รู้ส่วนประกอบแน่นอน
บางชนิดสามารถทำให้เกิดตับอักเสบจากยาและสมุนไพรได้จริง
ทางการแพทย์เรียกว่า Drug-induced liver injury หรือ DILI ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเสริมบางประเภทด้วยครับ
เพราะฉะนั้นถ้าค่าตับขึ้นแล้วไปพบแพทย์ บอกให้หมดครับว่าเรากินอะไรอยู่
ยา
วิตามิน
สมุนไพร
ผงชง
น้ำดีท็อกซ์
อย่าคิดว่า “ไม่ใช่ยาเลยไม่ต้องบอก” เพราะสำหรับตับ ทุกอย่างที่ร่างกายต้องเอาไปจัดการมีความหมายครับ
👨⚕️
แล้วถ้าอยากดูแลค่าตับให้ดี ลดภาระการอักเสบ ต้องทำยังไง?
• เริ่มจากลดน้ำตาลและแป้งขัดสี แล้วเติมโปรตีนกับผักเข้าไปในมื้อเดียวกัน
ไม่ต้องถึงขั้นตัดข้าวหมดครับ แต่ลดน้ำหวาน ชานม ขนม เบเกอรี่ แล้วให้มื้อหลักมีปลา ไข่ เต้าหู้ หรือเนื้อไม่ติดมันคู่กับผักมากขึ้น แบบนี้ช่วยทั้งเรื่องน้ำตาล ดื้ออินซูลิน ไตรกลีเซอไรด์ และลดโอกาสสะสมไขมันในตับไปพร้อมกัน
• ขยับหลังอาหาร และออกกำลังกายให้มีทั้งคาร์ดิโอกับกล้ามเนื้อ
เดินหลังอาหารสัก 10–15 นาทีเป็นเรื่องง่ายที่ช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น ส่วนในสัปดาห์ควรมีทั้งการเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือคาร์ดิโอ ร่วมกับเวทหรือแรงต้าน เพราะเมื่อกล้ามเนื้อใช้น้ำตาลและพลังงานได้ดี ภาระที่ต้องเอาส่วนเกินไปเก็บในตับก็ลดลงครับ
• เลือกไขมันให้ดีขึ้น ไม่ใช่งดไขมันทั้งหมด
ลดของทอด เนื้อติดมัน หนังสัตว์ และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง แล้วสลับมาเป็นปลา ถั่ว เมล็ดพืช อะโวคาโด หรือน้ำมันจากพืชในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะปลาไขมันดีที่มีโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ และเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบอาหารที่เป็นมิตรกับหัวใจและตับครับ
• ถ้ามีน้ำหนักเกินหรือพุงเยอะ ค่อย ๆ ลด ไม่ต้องหักโหม
สำหรับคนที่มีไขมันพอกตับ การลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปมีหลักฐานว่าช่วยลดไขมันในตับได้ และถ้าลดได้มากพอ การอักเสบของตับก็มีโอกาสดีขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องอดอาหารจนกล้ามหายครับ เน้นลดพลังงานส่วนเกิน กินโปรตีนให้พอ และฝึกกล้ามเนื้อควบคู่กันจะดีกว่า
• ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะถ้าค่าตับสูงอยู่แล้ว
ช่วงที่ค่าตับผิดปกติ ผมไม่อยากให้คิดว่า “นิดเดียวคงไม่เป็นไร” เพราะถ้าตับกำลังมีไขมันสะสมหรืออักเสบอยู่ แอลกอฮอล์ก็เหมือนเอางานกองใหม่ไปวางบนโต๊ะที่งานเดิมยังไม่เสร็จครับ
• กินอาหารจริงให้หลากหลาย มากกว่าฝากความหวังไว้กับอาหารเสริมทั้งหมด
ผักหลากสี ผลไม้ทั้งลูก ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยให้ได้ทั้งไฟเบอร์ โคลีน โอเมก้า-3 วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการทำงานของตับ แต่ไม่มีอาหารชนิดไหน “ล้างตับ” ได้ในไม่กี่วันนะครับ
• นอนให้พอ และอย่าปล่อยให้ชีวิตนั่งทั้งวัน
การนอนน้อยเรื้อรังและการขยับตัวต่ำสัมพันธ์กับดื้ออินซูลิน น้ำหนักขึ้น และไขมันพอกตับได้ เพราะฉะนั้นการดูแลตับไม่ใช่แค่เรื่องอาหารในจาน แต่รวมถึงสิ่งที่เราทำตั้งแต่ตื่นจนเข้านอนด้วยครับ
😮 แล้วถ้าค่าตับขึ้น ต้องดูแค่ ALT กับ AST ไหม?
ไม่พอครับ
ผมจะดูภาพรวมร่วมกัน เช่น
• ALT และ AST
• GGT และ ALP
• Bilirubin
• น้ำตาลและ HbA1c
• Triglyceride
• น้ำหนักและรอบเอว
• ประวัติแอลกอฮอล์ ยา และอาหารเสริม
• และบางคนอาจต้องอัลตราซาวนด์หรือ FibroScan เพิ่ม
เพราะค่าตับสูงหนึ่งครั้ง ยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากไขมันพอกตับอย่างเดียวครับ
อาจเป็น ไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์ ยา สมุนไพรดีท็อกซ์ตับ ปัญหาทางเดินน้ำดี หรือสาเหตุอื่นก็ได้
ถ้าค่าตับเริ่มสูง อย่าเพิ่งคิดว่าตับพังครับ แต่ก็อย่าปล่อยผ่าน ลองย้อนดูของที่กินทุกวันก่อน เพราะหลายอย่างไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผิดปกติทันที แต่มันค่อย ๆ เพิ่มภาระให้ตับได้ สิ่งสำคัญคือหาสาเหตุให้ถูก แล้วค่อยแก้ตรงจุดครับ
ที่มา : หมอเจด
💥 5 ตัวกระตุ้นค่าตับพุ่ง! ที่คนอาจกินทุกวันโดยไม่เคยสงสัย!
ALT สูง
AST ขยับ
บางคน GGT ก็ขึ้น
แต่พอย้อนดูตัวเองก็คิดว่า
“ผมก็ไม่ได้กินเหล้าหนักนะ แล้วค่าตับมันขึ้นจากอะไร?”
จริง ๆ ตับไม่ได้มีศัตรูแค่แอลกอฮอล์ครับ
ของที่เรากินซ้ำ ๆ ทุกวัน บางอย่างก็ทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น และถ้าสะสมไปนาน ๆ ก็มีส่วนให้ไขมันพอกตับหรือค่าตับผิดปกติได้
ผมอยากให้มองค่าตับเหมือนไฟเตือนหน้าปัดรถครับ
ไฟขึ้นไม่ได้แปลว่าเครื่องพังทันที
แต่ก็ไม่ควรขับต่อแบบไม่สนใจ
วันนี้ผมเลยอยากชวนดู 5 ตัวที่หลายคนกินบ่อยมาก แต่แทบไม่เคยคิดเลยว่าอาจเกี่ยวกับค่าตับครับ
1️⃣ น้ำหวาน น้ำอัดลม ชานม กาแฟหวาน
อันนี้เป็นตัวแรกที่ผมอยากให้เช็กเลยครับ
เวลารับน้ำตาล โดยเฉพาะฟรุกโตสในปริมาณมาก ตับจะเป็นหนึ่งในอวัยวะหลักที่ต้องเอาไปจัดการ
ถ้ารับเกินบ่อย ๆ
ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปสร้างไขมัน
Triglyceride มีโอกาสสูงขึ้น
ไขมันก็เริ่มสะสมในตับมากขึ้น
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนไม่ดื่มเหล้าเลย แต่ยังมีไขมันพอกตับและ ALT สูงได้ครับ
และที่พลาดกันบ่อยคือ น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง หรือเครื่องดื่มที่ดู “สุขภาพดี” ถ้าหวานมากก็ยังนับเป็นน้ำตาลเหมือนกัน
2️⃣ แป้งขัดสีที่กินซ้ำทั้งวัน
ข้าวขาวปริมาณเยอะ
เส้น
ขนมปังขาว
เบเกอรี่
ขนมกรุบกรอบ
อาหารพวกนี้ไม่ได้ทำให้ตับอักเสบโดยตรงแบบสารพิษนะครับ
แต่ถ้ากินมากเกินพลังงานที่ใช้ โดยเฉพาะร่วมกับน้ำหวาน น้ำหนักเกิน และพุงที่เริ่มเพิ่ม ร่างกายจะดื้ออินซูลินง่ายขึ้น
พอดื้ออินซูลิน ตับจะมีแนวโน้มสร้างและเก็บไขมันมากขึ้นครับ
ตรงนี้เป็นกลไกสำคัญของไขมันพอกตับจากเมตาบอลิก ซึ่งทุกวันนี้เจอเยอะมาก
บางคนเลยไม่ได้พลาดที่ “กินอะไรหนึ่งอย่าง” แต่พลาดที่ทั้งวันเป็นแป้งกับของหวานต่อกันเหมือนรถติดยาวตั้งแต่เช้าถึงเย็นครับ
3️⃣ ของทอด เนื้อติดมัน และอาหารไขมันอิ่มตัวสูง
หมูกรอบ
ไก่ทอด
หนังไก่
เนื้อติดมัน
เบเกอรี่เนยเยอะ ๆ
ถ้ากินเยอะและกินบ่อย โดยเฉพาะจนพลังงานรวมเกิน จะมีส่วนทำให้ไขมันสะสมในตับมากขึ้นครับ
ไขมันอิ่มตัวที่มากเกินไปยังสัมพันธ์กับความไวต่ออินซูลินที่แย่ลง และในบางคนทำให้ไขมันพอกตับเดินหน้าเร็วขึ้นได้
ไม่ได้หมายความว่ากินหมูกรอบหนึ่งจานแล้วพรุ่งนี้ ALT จะพุ่งนะครับ
สิ่งที่ผมห่วงคือ จาก “ของที่นาน ๆ กินที” กลายเป็น “เมนูประจำจนตับจำได้”
4️⃣ แอลกอฮอล์ที่คิดว่า “นิดเดียวทุกวันไม่เป็นไร”
บางคนไม่ได้ดื่มหนักครับ
แต่เย็นหนึ่งแก้ว
ก่อนนอนอีกนิด
เสาร์อาทิตย์เพิ่มอีกหน่อย
พอมารวมทั้งสัปดาห์ ปริมาณอาจไม่ได้ “นิดเดียว” อย่างที่คิดแล้วครับ
ตับเป็นอวัยวะหลักที่ต้องจัดการแอลกอฮอล์ และถ้าดื่มต่อเนื่อง ยิ่งมีไขมันพอกตับ อ้วนลงพุง เบาหวาน หรือไตรกลีเซอไรด์สูงอยู่ก่อน ผลกระทบก็ยิ่งซ้อนกันได้
เพราะฉะนั้นเวลาค่าตับขึ้น อย่าถามแค่ว่า
“เมาหรือไม่เมา”
ต้องถามด้วยว่า
“ดื่มบ่อยแค่ไหน และรวมแล้วมากเท่าไร”
5️⃣ สมุนไพร และผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ตับ
ข้อนี้ผมอยากให้ระวังเป็นพิเศษครับ เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่า
“ของธรรมชาติ ไม่น่ามีอะไร”
จริง ๆ ไม่เสมอไปครับ
สมุนไพรเข้มข้น
อาหารเสริมลดน้ำหนัก
ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์
สูตรผสมหลายชนิด
หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่รู้ส่วนประกอบแน่นอน
บางชนิดสามารถทำให้เกิดตับอักเสบจากยาและสมุนไพรได้จริง
ทางการแพทย์เรียกว่า Drug-induced liver injury หรือ DILI ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเสริมบางประเภทด้วยครับ
เพราะฉะนั้นถ้าค่าตับขึ้นแล้วไปพบแพทย์ บอกให้หมดครับว่าเรากินอะไรอยู่
ยา
วิตามิน
สมุนไพร
ผงชง
น้ำดีท็อกซ์
อย่าคิดว่า “ไม่ใช่ยาเลยไม่ต้องบอก” เพราะสำหรับตับ ทุกอย่างที่ร่างกายต้องเอาไปจัดการมีความหมายครับ
👨⚕️ แล้วถ้าอยากดูแลค่าตับให้ดี ลดภาระการอักเสบ ต้องทำยังไง?
• เริ่มจากลดน้ำตาลและแป้งขัดสี แล้วเติมโปรตีนกับผักเข้าไปในมื้อเดียวกัน
ไม่ต้องถึงขั้นตัดข้าวหมดครับ แต่ลดน้ำหวาน ชานม ขนม เบเกอรี่ แล้วให้มื้อหลักมีปลา ไข่ เต้าหู้ หรือเนื้อไม่ติดมันคู่กับผักมากขึ้น แบบนี้ช่วยทั้งเรื่องน้ำตาล ดื้ออินซูลิน ไตรกลีเซอไรด์ และลดโอกาสสะสมไขมันในตับไปพร้อมกัน
• ขยับหลังอาหาร และออกกำลังกายให้มีทั้งคาร์ดิโอกับกล้ามเนื้อ
เดินหลังอาหารสัก 10–15 นาทีเป็นเรื่องง่ายที่ช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น ส่วนในสัปดาห์ควรมีทั้งการเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือคาร์ดิโอ ร่วมกับเวทหรือแรงต้าน เพราะเมื่อกล้ามเนื้อใช้น้ำตาลและพลังงานได้ดี ภาระที่ต้องเอาส่วนเกินไปเก็บในตับก็ลดลงครับ
• เลือกไขมันให้ดีขึ้น ไม่ใช่งดไขมันทั้งหมด
ลดของทอด เนื้อติดมัน หนังสัตว์ และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง แล้วสลับมาเป็นปลา ถั่ว เมล็ดพืช อะโวคาโด หรือน้ำมันจากพืชในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะปลาไขมันดีที่มีโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ และเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบอาหารที่เป็นมิตรกับหัวใจและตับครับ
• ถ้ามีน้ำหนักเกินหรือพุงเยอะ ค่อย ๆ ลด ไม่ต้องหักโหม
สำหรับคนที่มีไขมันพอกตับ การลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปมีหลักฐานว่าช่วยลดไขมันในตับได้ และถ้าลดได้มากพอ การอักเสบของตับก็มีโอกาสดีขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องอดอาหารจนกล้ามหายครับ เน้นลดพลังงานส่วนเกิน กินโปรตีนให้พอ และฝึกกล้ามเนื้อควบคู่กันจะดีกว่า
• ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะถ้าค่าตับสูงอยู่แล้ว
ช่วงที่ค่าตับผิดปกติ ผมไม่อยากให้คิดว่า “นิดเดียวคงไม่เป็นไร” เพราะถ้าตับกำลังมีไขมันสะสมหรืออักเสบอยู่ แอลกอฮอล์ก็เหมือนเอางานกองใหม่ไปวางบนโต๊ะที่งานเดิมยังไม่เสร็จครับ
• กินอาหารจริงให้หลากหลาย มากกว่าฝากความหวังไว้กับอาหารเสริมทั้งหมด
ผักหลากสี ผลไม้ทั้งลูก ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยให้ได้ทั้งไฟเบอร์ โคลีน โอเมก้า-3 วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการทำงานของตับ แต่ไม่มีอาหารชนิดไหน “ล้างตับ” ได้ในไม่กี่วันนะครับ
• นอนให้พอ และอย่าปล่อยให้ชีวิตนั่งทั้งวัน
การนอนน้อยเรื้อรังและการขยับตัวต่ำสัมพันธ์กับดื้ออินซูลิน น้ำหนักขึ้น และไขมันพอกตับได้ เพราะฉะนั้นการดูแลตับไม่ใช่แค่เรื่องอาหารในจาน แต่รวมถึงสิ่งที่เราทำตั้งแต่ตื่นจนเข้านอนด้วยครับ
😮 แล้วถ้าค่าตับขึ้น ต้องดูแค่ ALT กับ AST ไหม?
ไม่พอครับ
ผมจะดูภาพรวมร่วมกัน เช่น
• ALT และ AST
• GGT และ ALP
• Bilirubin
• น้ำตาลและ HbA1c
• Triglyceride
• น้ำหนักและรอบเอว
• ประวัติแอลกอฮอล์ ยา และอาหารเสริม
• และบางคนอาจต้องอัลตราซาวนด์หรือ FibroScan เพิ่ม
เพราะค่าตับสูงหนึ่งครั้ง ยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากไขมันพอกตับอย่างเดียวครับ
อาจเป็น ไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์ ยา สมุนไพรดีท็อกซ์ตับ ปัญหาทางเดินน้ำดี หรือสาเหตุอื่นก็ได้
ถ้าค่าตับเริ่มสูง อย่าเพิ่งคิดว่าตับพังครับ แต่ก็อย่าปล่อยผ่าน ลองย้อนดูของที่กินทุกวันก่อน เพราะหลายอย่างไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผิดปกติทันที แต่มันค่อย ๆ เพิ่มภาระให้ตับได้ สิ่งสำคัญคือหาสาเหตุให้ถูก แล้วค่อยแก้ตรงจุดครับ
ที่มา : หมอเจด