วิธีการพาไทยไปฟุตบอลโลก (ที่ใครๆก็รู้) ตอนที่ 2: "ตั้งคำถามให้ถูก" ไม่ใช่ ควรเล่นสไตล์ไหน แต่คือ "จำนวนนักเตะส่งออก"

วิธีการพาไทยไปฟุตบอลโลก (ที่ใครๆก็รู้) ตอนที่ 2: "ตั้งคำถามให้ถูก" ไม่ใช่ ควรเล่นสไตล์ไหน แต่คือ "จำนวนนักเตะส่งออก"

จากกระทู้ ตอนที่ 1 https://pantip.com/topic/44184446  ตามอ่านได้ครับ


1.  เราต้องตั้งคำถามให้ถูก

ทุกครั้งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง คำถามที่สังคมมักถกเถียงกันคือ
ควรเล่นสไตล์ไหน? ควรใช้ระบบการเล่นแบบใด?
โค้ชทีมชาติควรเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ?
ควรเรียกนักเตะคนใดติดทีมชาติ? ฯลฯ

คำถามเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ แต่เป็นคำถามที่เกิดขึ้น “ปลายทางของระบบ” ไม่ใช่ ต้นทางของปัญหา หากประเทศไทยยังมีฐานนักฟุตบอลคุณภาพ “ไม่มากพอ” ต่อให้เปลี่ยนโค้ช เปลี่ยนแท็กติก ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนแปลงได้เพียงเล็กน้อย  
ดังนั้นคำถามที่ถูก คือ  "เราจะส่งออกนักฟุตบอลเยาวชนไปยุโรปจำนวนมากได้อย่างไร"
 

2. โมเดลญี่ปุ่นเป็นต้นแบบที่ดี แต่ทำไมประเทศไทยทำไม่ได้ ?
ญี่ปุ่นใช้เวลากว่า 50 ปีในการสร้างระบบฟุตบอลทั้งประเทศ
1.  เงินทุน พวกเขาลงทุนตั้งแต่ฟุตบอลโรงเรียน ลีกเยาวชน สโมสรอาชีพ ศูนย์ฝึก โค้ช วิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้ตัดสิน ระบบแมวมอง และสนามแข่งขัน จนเกิดระบบที่มีการแข่งขันอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงอายุ
2.   การสร้างระบบอย่าง "ต่อเนื่อง" เป็นสิ่งที่พวกเขา (ชาวญี่ปุ่น) ถนัด ไม่ใช่ในบริบทของไทย
ความสำเร็จของญี่ปุ่นไม่ได้เกิดจากโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เกิดจากการลงทุนระยะยาวที่รักษา “ความต่อเนื่อง” เอาไว้

 
“แก่นแท้” ของ Japan way ที่หลายคนยังไม่ได้อ่าน ? แก่นแท้ของ Japan's Way ไม่ใช่เรื่องแท็กติกหรือระบบการเล่น
 แต่คือการสร้าง "Football Family" หรือครอบครัวฟุตบอลให้มีจำนวน 10 ล้านคนภายในปี 2050  เพราะญี่ปุ่นเชื่อว่าประเทศจะมีนักฟุตบอลระดับโลกได้ ต้องมีคนเล่นฟุตบอล คนดูฟุตบอล โค้ช ผู้ตัดสิน อาสาสมัคร ผู้ปกครอง และชุมชนฟุตบอลจำนวนมหาศาลรองรับ เมื่อฐานของพีระมิดมีขนาดใหญ่ โอกาสในการค้นพบและพัฒนานักเตะระดับโลกก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เป้าหมายการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกของญี่ปุ่นจึงไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างทีมชาติ แต่เริ่มต้นจากการทำให้ฟุตบอลเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของผู้คนนับล้านทั่วประเทศ เพราะยิ่งมี "ครอบครัวฟุตบอล" มากเท่าใด โอกาสที่จะสร้างนักฟุตบอลระดับโลกก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น


ลืม Japanway ไปก่อน แล้วหันมาดู อาฟริกา Way


3. “ทำไมต้อง อาฟริกา โมเดล ผสมญี่ปุ่นเล็กน้อย”  เน้นส่งออก

โมเดลที่ทำให้แอฟริกากลายเป็นแหล่งผลิตนักฟุตบอลให้ยุโรป ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
ศูนย์ฝึกเหล่านี้ไม่ได้มุ่งหมายเพียงสร้างทีมในประเทศ แต่มีเป้าหมายหลักคือ พัฒนาเด็กที่มีศักยภาพให้ได้เซ็นสัญญากับสโมสรยุโรป
ความร่วมมือกับสโมสรยุโรป  โมเดลนี้ได้รับการศึกษาว่าเป็นส่วนสำคัญของการย้ายนักเตะแอฟริกาไปยุโรปตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา

 โดยภาพรวม ลีกในแอฟริกาไม่ได้แข็งแกร่งเท่าลีกยุโรป และหลายลีกยังไม่แข็งแกร่งเท่าลีกญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ด้วย
ถ้าท่านดู ไนจีเรีย, กานา, ไอวอรีโคสต์, เซเนกัล และมาลี ลีกเหล่านี้ ไม่ได้แกร่งนัก
แน่นอน โครงสร้างสนามย่อมไม่ดีนัก มูลค่าตั๋ว หรือ การทำรายได้จากคนดู ก็ไม่มาก  แต่ทำไม ทีมชาติเก่ง ?
พูดตรงๆ ไม่ได้ดีกว่าไทย กี่มากน้อย (ดูเศรษฐกิจในประเทศ ไม่มีทางที่ลีกในอาฟริกาส่วนใหญ่จะมีมูลค่ามาก) แต่มีข้อยกเว้นคือ ลีกชั้นนำของแอฟริกาเหนือ เช่น อียิปต์ โมร็อกโก และตูนิเซีย ที่มีมาตรฐานค่อนข้างสูง



ลีกในประเทศอาจไม่แข็งแกร่งมาก แต่สามารถผลิตนักเตะระดับโลกได้จำนวนมาก
หลายสโมสรมีบทบาทเป็น "สโมสรผู้ผลิต" มากกว่า
จุดนี้เองที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทย เพราะ เป้าหมายของโมเดลแอฟริกาไม่ใช่การสร้างลีกที่ดีที่สุด แต่คือการสร้างระบบส่งออกนักเตะที่ดีที่สุด

 
 
4.  โมเดลธุรกิจของศูนย์ฝึกเหล่านี้
โดยทั่วไปจะมีลักษณะ คัดเลือกเด็กอายุน้อย ให้การฝึกฟุตบอล พร้อมการศึกษาและที่พัก
ส่งแข่งขันรายการที่แมวมองยุโรปเข้าชม หากนักเตะโดดเด่น จะถูกส่งไปสโมสรพันธมิตรในยุโรปก่อน
เมื่อย้ายทีมในอนาคต ศูนย์ฝึกได้รับส่วนแบ่งค่าตัว กล่าวคือ รายได้หลักไม่ได้มาจากการคว้าแชมป์ลีกในประเทศ
แต่มาจากการ "ผลิตและส่งออกนักเตะ"

ทำไมแอฟริกาทำได้
- ค่าใช้จ่ายในการพัฒนานักเตะต่ำกว่ายุโรป  
- สโมสรยุโรปยินดีลงทุน เพราะต้นทุนต่ำและผลตอบแทนสูง
- หลายศูนย์ฝึกมีพันธมิตรกับสโมสรยุโรปโดยตรง ทำให้เส้นทางสู่ฟุตบอลอาชีพชัดเจน
 



5. แล้วประเทศไทย จะทำอย่างไรล่ะ ? บอกแล้วว่า ต้อง “ตั้งคำถามให้ถูก”
 
โลกแห่งความจริง ต้องขับเคลื่อนด้วย ธุรกิจ และผลกำไร
แก่นของเรื่องมีอยู่เพียงประโยคเดียว  “ผลตอบแทนคือทุกสิ่ง” นี่คือธุรกิจ

สโมสรต่างประเทศ ยุโรป หรือ ญี่ปุ่น ไม่ได้อยากลงทุนรับนักเตะไทยไปเพราะอยากช่วยพัฒนาฟุตบอลไทย
แต่จะสนใจลงทุนเมื่อเชื่อว่านักเตะไทยสามารถ “สร้างผลตอบแทน” ได้ ต่างหาก

ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการให้ยุโรปหรือญี่ปุ่นสนใจ คำถามคือ

" จะทำอย่างไร ให้ ให้สโมสรต่างประเทศมั่นใจว่า การลงทุนในนักเตะไทยมีโอกาสสร้างผลตอบแทน ของดีราคาถูก
และมีจำนวนมาก"

 นั่นคือหัวใจของ "Thai Player Export Pathway"
 

"การทลายกำแพง สิ่งต่างๆที่อาฟริกา มี แต่ไทยไม่มี"
เช่น
1.ภาษา อังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส
2. การดิ้นรนต่อสู้  เพื่อเงิน เพื่อครอบครัว
3. สภาพร่างกายสูงใหญ่ กำยำ
4. คอนเนคชั่น อาฟริกายุโรป จากสมัยดั้งเดิม ฯลฯ
ฯลฯ

การทลายกำแพงเหล่านี้ กับนักเตะไทย
ใช้เงินน้อยกว่า การสร้างทั้งระบบแบบญ่ปุ่น ไม่รู้กี่เท่า


ซึ่งประเทศไทย มี Strength หลายอย่าง  สภาพแวดล้อม  ค่าเงิน  ประเทศไทย พร้อมกว่าอาฟริกาหลายอย่าง
นอกจากนี้ infrastructure ทางฟุตบอลของเรา ก็เห็นมากขึ้นแล้ว
ทั้งสโมสรต่างๆ  และ กระแสฟุตบอล อยู่ในสายเลือกคนไทยอยู่แล้ว


และ ไม่ใช่ ทำให้เกิดได้โดยอาศัย การควบคุม จาก ภาครัฐ หรือ องค์กร ที่ต้องอัดเงินเข้ามา
แต่ทำให้ โดย สนับสนุนทางอ้อม และ "ให้ธุรกิจดำเนินไปเอง โดยภาคเอกชน"

บทความหน้า จะมาบอกว่า
" จะทำอย่างไร ให้ ให้สโมสรต่างประเทศมั่นใจว่า การลงทุนในนักเตะไทยมีโอกาสสร้างผลตอบแทน ของดีราคาถูก
และมีจำนวนมาก"
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่