ขอเกริ่นก่อนนะคะว่าเราทำงานบริษัทค่อนข้างใหญ่นิดนึง
เรื่องมีอยู่ว่าเราทำงานกับบริษัทนี้มาปีกว่าเราเป็น Jobber แล้วตอนที่เราสมัครเข้ามาใหม่ๆ รู้สึกว่างานไม่เยอะมาก เราทำงานด้านบัญชี มีบริษัทที่หนึ่งกับบริษัทที่สองแต่อยู่ในเครือเดียวกัน เราจะทำคู่กับพี่อีกคนนึงสมมุติว่าชื่อพี่มาย พี่มายด์จะทำบริษัทที่หนึ่งเราทำบริษัทที่สอง จะนั่งทำรวมกับบริษัทที่หนึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ แล้วงานเยอะมากแต่เราก็ทำมาปีนึงเราก็รู้สึกชิวมาก เพราะในการทำงานเราไม่ค่อยเยอะซับซ้อนมากแค่มีเอกสารที่เยอะ แล้วก็มีข่าวว่าจะเปลี่ยนโปรแกรมใหม่เราก็ไม่อะไรเพราะว่าเราชินกับโปรแกรมเก่าแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนโปรแกรมใหม่เค้ามีการที่ให้ไปอบรมสอนการทำโปรแกรมใหม่ เค้าก็จะมีให้ตั้งคำถามไปถามคนที่เค้ามาสอน พอเราตั้งคำถามเพื่อจะไปถามเค้า เค้าบอกว่าทำเหมือนโปรแกรมเก่าเลยเหมือนเดิมเราจะถามเค้าหลายครั้งมากแต่เค้ายืนยันว่าทำเหมือนโปรแกรมเก่าเลยเราก็โอเค เอกสารมันจะเป็นงานรูทีนทำอาทิตย์ต่ออาทิตย์ แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาเรานั่งว่างมา 3 วัน เพราะหัวหน้าบอกว่าให้รอโปรแกรมใหม่เปิดเราจะกลับพี่มายจึงรอไม่มีอะไรทำเลยในสามวันนั้นแต่งานที่คนอื่นเค้าส่งมาให้เราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปกติถ้าไม่เปลี่ยนโปรแกรมใหม่เราจะทำเสร็จไปตั้งนานแล้ว พอเปลี่ยนโปรแกรมใหม่แล้วก็ต้องรอให้โปรแกรมใหม่มาก่อน พอโปรแกรมใหม่มาวันจันทร์เค้าให้เราทำเอกสารในโปรแกรมเก่าก่อนแล้วส่งให้เค้า เค้าจะตีกลับมาเพื่อที่จะให้เราไปทำในโปรแกรมใหม่ คือเค้าให้เราทำ 2 รอบทั้งๆที่ตอนแรกบอกว่าให้เรารอโปรแกรมใหม่ก่อน ก่อนที่จะวันจันทร์เค้าให้เรามาทำงานวันอาทิตย์ปกติเราหยุด ส-อ แต่เค้าให้โอทีเราจึงต้องมาทำ แล้วเค้าให้เฉพาะเด็กรุ่นใหม่มาทำเพราะว่าโปรแกรมใหม่เด็กรุ่นใหม่จะเข้าใจง่ายกว่า แต่ก็ต้องมีผู้ใหญ่คุม แต่ว่าอาทิตย์ก็เข้าใจได้ว่าเค้าไม่ได้โอทีเค้าถึงไม่มาแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่เค้าถึงไม่คุยกันเองก่อน ที่จะให้เราเริ่มทำเหมือนเราทำงานซ้ำหลายรอบมา แล้วงานรูทีนของเราก็เยอะมากด้วย เค้าต้องการอะไรเค้าไม่บอกรายละเอียดสักอย่างเค้าให้เราทำไปก่อนแล้วเค้าก็จะตรวจพอเราไม่ผ่านเค้าก็จะให้แก้ แก้ทีละหนึ่งตัวสองตัว เราไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เป็นผู้ใหญ่เค้าไม่ไปปรึกษากันก่อนที่จะมาให้เด็กรุ่นใหม่ทำเพราะว่าเด็กรุ่นใหม่งานก็เยอะเหมือนกัน พอวันจันทร์เราเหนื่อยมากเพราะว่าแก้งานเยอะมากแล้วก็คนถามเรื่องงานเยอะมากทั้งๆที่แบบทุกคนก็เรียนมาเหมือนกันหมดแต่เค้ามาถามเรา เราก็ต้องสอน กลับบ้านมาเราหลับไม่รู้ตัวเลยพอตื่นวันอังคารเราตื่นสายแล้วเราก็รู้สึกร่างกายมันล้าไม่ไหวอ่อนเพลียเราจึงขอลาป่วย พอวันพุธเราก็ไปทำงานปกติเราเขียนใบลาหัวหน้าห้องเค้ามาถามว่าทำไมลาบ่อยจังพอเราไปดูใบลาปีนี้เราลาไปแค่7วันเองนี้ถือว่าบ่อยหรอ แล้วเค้าก็มีถามกวนด้วยว่าเราป่วยเป็นอะไรคือเราอ่ะไม่ได้ป่วยหรอกแต่เราลาเพราะร่างกายไม่ไหว เราก็โกหกเค้าไปว่าเราเป็นไข้อะไรก็ว่าไปแต่แบบเข้าใจไหมว่าวันจันทร์เราเหนื่อยมากทุกคนมาถามเราหมดเราแทบไม่ได้ทำงานของตัวเองเลยพอได้ทำงานของตัวเองก็จะหมดเวลาเลิกงานอยู่แล้ว แล้วคือผู้ใหญ่เค้าก็เถียงกันเรื่องโปรแกรมใหม่เหมือนคนนึงอยากได้อีกอย่างอีกคนนึงอยากได้อีกอย่างไม่เหมือนเหมือนกันซักทีคุยกันเสียงดังเราไม่มีสมาธิในการทำงานเลยบางคนทะเลาะกันด้วย เรารู้สึกว่างานมันดูเป็นระบบเลยเพราะว่าให้เราทำเอกสารในโปรแกรมเก่าแล้วยังต้องมาทำในโปรแกรมใหม่อีกทำซ้ำซากทำไมก่อน แล้วกว่าเราจะทำเสร็จมันก็ยังมีงานอื่นที่กองอยู่เรายังไม่ได้แตะเลย ไอ้งานที่ทำไปแล้วเค้าให้กลับมาทำใหม่เค้าบอกว่าให้มาดูในโปรแกรมใหม่ให้หน่อยว่ามันขึ้นในระบบหรือยังจะได้ให้เราทำเราบอกว่างานอื่นมีเยอะมากคือต้องช่วยช่วยกันทำหน่อยนะไม่ใช่ให้เราทำคนเดียว คืองานเราแบบอาทิตย์นี้คงไม่เสร็จหรอกแต่เค้าอยากได้ภายในวันศุกร์เราก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเราก็คุยกับพี่มายว่าถ้าสมมุติทำไม่เสร็จทำยังไงพี่มายก็บอกว่าเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะว่าของเค้าก็เยอะเหมือนกัน ต่างคนต่างเยอะเค้าบอกว่าถ้าไม่ทันก็ไม่รู้แล้วเพราะว่างานมันสะสมตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแต่จะเอาอาทิตย์นี้มันคงเป็นไปไม่ได้เพราะว่ามันเยอะมากมันเหมือนสองอาทิตย์รวมกัน รู้สึกว่าถ้าเค้ายังให้งานเราเยอะอยู่เราไม่รู้ว่าเราจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เพราะว่าคนทำงานที่เราทำมีประมาณเกือบ 50 คน แล้วหน่วยงานมีเป็น 10 หน่วย เราอยู่ส่วนกลางเราต้องทำประมาณ 9 ถึง 10 หน่วยคิดเหรอว่าเราจะทำทัน เราก็คุยกับพี่มายด์ว่าถ้าทำไม่ทันก็คงต้องปล่อยต้องบอกคนต่อไปว่าเราทำไม่ทันจริงๆ เค้าต้องทำใจเพราะว่ามันเปิดโปรแกรมใหม่แล้วมันยังไม่ชินมีผิดบ้าง ข้อมูลไม่ครบบ้างเราก็ต้องรอเราไม่สามารถที่จะกรอกข้อมูลเองได้ถ้าเค้าไม่ทำให้เรา มันทำให้วันพุธเราเครียดมากคือหงุดหงิดทุกอย่าง เครียดกับงานแล้วมาเครียดกับคนก็ไม่ไหว
เราแค่อยากมาระบายเพราะมันอึดอัดมากคือเราไม่ได้สนิทกับคนที่ทำงานเราก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเขากลัวพูดไปแล้วมันไม่เข้าหู พอเราพูดอะไรกับคนที่ทำงานไม่ได้มันจะทำให้เราเครียดขึ้นอีก
ทำไมงานถึงตกมาอยู่ที่เราเยอะ
เรื่องมีอยู่ว่าเราทำงานกับบริษัทนี้มาปีกว่าเราเป็น Jobber แล้วตอนที่เราสมัครเข้ามาใหม่ๆ รู้สึกว่างานไม่เยอะมาก เราทำงานด้านบัญชี มีบริษัทที่หนึ่งกับบริษัทที่สองแต่อยู่ในเครือเดียวกัน เราจะทำคู่กับพี่อีกคนนึงสมมุติว่าชื่อพี่มาย พี่มายด์จะทำบริษัทที่หนึ่งเราทำบริษัทที่สอง จะนั่งทำรวมกับบริษัทที่หนึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ แล้วงานเยอะมากแต่เราก็ทำมาปีนึงเราก็รู้สึกชิวมาก เพราะในการทำงานเราไม่ค่อยเยอะซับซ้อนมากแค่มีเอกสารที่เยอะ แล้วก็มีข่าวว่าจะเปลี่ยนโปรแกรมใหม่เราก็ไม่อะไรเพราะว่าเราชินกับโปรแกรมเก่าแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนโปรแกรมใหม่เค้ามีการที่ให้ไปอบรมสอนการทำโปรแกรมใหม่ เค้าก็จะมีให้ตั้งคำถามไปถามคนที่เค้ามาสอน พอเราตั้งคำถามเพื่อจะไปถามเค้า เค้าบอกว่าทำเหมือนโปรแกรมเก่าเลยเหมือนเดิมเราจะถามเค้าหลายครั้งมากแต่เค้ายืนยันว่าทำเหมือนโปรแกรมเก่าเลยเราก็โอเค เอกสารมันจะเป็นงานรูทีนทำอาทิตย์ต่ออาทิตย์ แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาเรานั่งว่างมา 3 วัน เพราะหัวหน้าบอกว่าให้รอโปรแกรมใหม่เปิดเราจะกลับพี่มายจึงรอไม่มีอะไรทำเลยในสามวันนั้นแต่งานที่คนอื่นเค้าส่งมาให้เราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปกติถ้าไม่เปลี่ยนโปรแกรมใหม่เราจะทำเสร็จไปตั้งนานแล้ว พอเปลี่ยนโปรแกรมใหม่แล้วก็ต้องรอให้โปรแกรมใหม่มาก่อน พอโปรแกรมใหม่มาวันจันทร์เค้าให้เราทำเอกสารในโปรแกรมเก่าก่อนแล้วส่งให้เค้า เค้าจะตีกลับมาเพื่อที่จะให้เราไปทำในโปรแกรมใหม่ คือเค้าให้เราทำ 2 รอบทั้งๆที่ตอนแรกบอกว่าให้เรารอโปรแกรมใหม่ก่อน ก่อนที่จะวันจันทร์เค้าให้เรามาทำงานวันอาทิตย์ปกติเราหยุด ส-อ แต่เค้าให้โอทีเราจึงต้องมาทำ แล้วเค้าให้เฉพาะเด็กรุ่นใหม่มาทำเพราะว่าโปรแกรมใหม่เด็กรุ่นใหม่จะเข้าใจง่ายกว่า แต่ก็ต้องมีผู้ใหญ่คุม แต่ว่าอาทิตย์ก็เข้าใจได้ว่าเค้าไม่ได้โอทีเค้าถึงไม่มาแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่เค้าถึงไม่คุยกันเองก่อน ที่จะให้เราเริ่มทำเหมือนเราทำงานซ้ำหลายรอบมา แล้วงานรูทีนของเราก็เยอะมากด้วย เค้าต้องการอะไรเค้าไม่บอกรายละเอียดสักอย่างเค้าให้เราทำไปก่อนแล้วเค้าก็จะตรวจพอเราไม่ผ่านเค้าก็จะให้แก้ แก้ทีละหนึ่งตัวสองตัว เราไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เป็นผู้ใหญ่เค้าไม่ไปปรึกษากันก่อนที่จะมาให้เด็กรุ่นใหม่ทำเพราะว่าเด็กรุ่นใหม่งานก็เยอะเหมือนกัน พอวันจันทร์เราเหนื่อยมากเพราะว่าแก้งานเยอะมากแล้วก็คนถามเรื่องงานเยอะมากทั้งๆที่แบบทุกคนก็เรียนมาเหมือนกันหมดแต่เค้ามาถามเรา เราก็ต้องสอน กลับบ้านมาเราหลับไม่รู้ตัวเลยพอตื่นวันอังคารเราตื่นสายแล้วเราก็รู้สึกร่างกายมันล้าไม่ไหวอ่อนเพลียเราจึงขอลาป่วย พอวันพุธเราก็ไปทำงานปกติเราเขียนใบลาหัวหน้าห้องเค้ามาถามว่าทำไมลาบ่อยจังพอเราไปดูใบลาปีนี้เราลาไปแค่7วันเองนี้ถือว่าบ่อยหรอ แล้วเค้าก็มีถามกวนด้วยว่าเราป่วยเป็นอะไรคือเราอ่ะไม่ได้ป่วยหรอกแต่เราลาเพราะร่างกายไม่ไหว เราก็โกหกเค้าไปว่าเราเป็นไข้อะไรก็ว่าไปแต่แบบเข้าใจไหมว่าวันจันทร์เราเหนื่อยมากทุกคนมาถามเราหมดเราแทบไม่ได้ทำงานของตัวเองเลยพอได้ทำงานของตัวเองก็จะหมดเวลาเลิกงานอยู่แล้ว แล้วคือผู้ใหญ่เค้าก็เถียงกันเรื่องโปรแกรมใหม่เหมือนคนนึงอยากได้อีกอย่างอีกคนนึงอยากได้อีกอย่างไม่เหมือนเหมือนกันซักทีคุยกันเสียงดังเราไม่มีสมาธิในการทำงานเลยบางคนทะเลาะกันด้วย เรารู้สึกว่างานมันดูเป็นระบบเลยเพราะว่าให้เราทำเอกสารในโปรแกรมเก่าแล้วยังต้องมาทำในโปรแกรมใหม่อีกทำซ้ำซากทำไมก่อน แล้วกว่าเราจะทำเสร็จมันก็ยังมีงานอื่นที่กองอยู่เรายังไม่ได้แตะเลย ไอ้งานที่ทำไปแล้วเค้าให้กลับมาทำใหม่เค้าบอกว่าให้มาดูในโปรแกรมใหม่ให้หน่อยว่ามันขึ้นในระบบหรือยังจะได้ให้เราทำเราบอกว่างานอื่นมีเยอะมากคือต้องช่วยช่วยกันทำหน่อยนะไม่ใช่ให้เราทำคนเดียว คืองานเราแบบอาทิตย์นี้คงไม่เสร็จหรอกแต่เค้าอยากได้ภายในวันศุกร์เราก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเราก็คุยกับพี่มายว่าถ้าสมมุติทำไม่เสร็จทำยังไงพี่มายก็บอกว่าเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะว่าของเค้าก็เยอะเหมือนกัน ต่างคนต่างเยอะเค้าบอกว่าถ้าไม่ทันก็ไม่รู้แล้วเพราะว่างานมันสะสมตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแต่จะเอาอาทิตย์นี้มันคงเป็นไปไม่ได้เพราะว่ามันเยอะมากมันเหมือนสองอาทิตย์รวมกัน รู้สึกว่าถ้าเค้ายังให้งานเราเยอะอยู่เราไม่รู้ว่าเราจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เพราะว่าคนทำงานที่เราทำมีประมาณเกือบ 50 คน แล้วหน่วยงานมีเป็น 10 หน่วย เราอยู่ส่วนกลางเราต้องทำประมาณ 9 ถึง 10 หน่วยคิดเหรอว่าเราจะทำทัน เราก็คุยกับพี่มายด์ว่าถ้าทำไม่ทันก็คงต้องปล่อยต้องบอกคนต่อไปว่าเราทำไม่ทันจริงๆ เค้าต้องทำใจเพราะว่ามันเปิดโปรแกรมใหม่แล้วมันยังไม่ชินมีผิดบ้าง ข้อมูลไม่ครบบ้างเราก็ต้องรอเราไม่สามารถที่จะกรอกข้อมูลเองได้ถ้าเค้าไม่ทำให้เรา มันทำให้วันพุธเราเครียดมากคือหงุดหงิดทุกอย่าง เครียดกับงานแล้วมาเครียดกับคนก็ไม่ไหว
เราแค่อยากมาระบายเพราะมันอึดอัดมากคือเราไม่ได้สนิทกับคนที่ทำงานเราก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเขากลัวพูดไปแล้วมันไม่เข้าหู พอเราพูดอะไรกับคนที่ทำงานไม่ได้มันจะทำให้เราเครียดขึ้นอีก