🍗🧑‍⚕️​ งานวิจัยไทยพิสูจน์ความเชื่อ "กิน KFC แล้วเวรเยิน"

งานวิจัยไทยพิสูจน์ความเชื่อ "กิน KFC แล้วเวรเยิน" ทดลองแบบ RCT เก็บข้อมูลกว่า 300 เวร พบชัด! อาหารที่กินก่อนเข้าเวรไม่มีผลต่อภาระงาน
.
นพ.ธนัท ตันตินาม แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โพสต์เฟซบุ๊ก เผยผลการวิจัยที่ร่วมกับทีมงานหลายท่าน เกี่ยวกับความเชื่อของบุคลากรทางการแพทย์ที่ว่า กิน KFC แล้วจะทำให้เวรเยิน
.
นพ.ธนัท ระบุว่า "กิน KFC ก่อนขึ้นเวรแล้วจะเยินจริงมั๊ย? – ในที่สุดความเชื่อนี้ก็ถูกพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ระดับ RCT แล้วครับ เชื่อว่าหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในไทยแทบทุกคนต้องเคยได้ยินเรื่อง ความเชื่อเรื่องอาหารต้องห้ามก่อนขึ้นเวร โดยเฉพาะการกินไก่ทอด KFC ที่ล่ำลือกันว่าถ้ากินเมื่อไหร่ เวรคืนนั้นจะเยิน"
.
นพ.ธนัท ระบุต่อว่า "เพื่อพิสูจน์ความเชื่อนี้ให้เห็นดำเห็นแดง ผมและทีมศัลยแพทย์จาก โรงพยาบาลพัทลุง ได้ร่วมกันทำวิจัยแบบ Randomized Controlled Trial (RCT)  เพื่อทดสอบสมมติฐานนี้อย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย! โดยได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Annals of Surgery Open เรียบร้อย"
.
"พวกเราเก็บข้อมูลเวรทั้งหมดในช่วงระยะเวลา 12 เดือน (กรกฎาคม 2566 – มิถุนายน 2567) รวมเวรทั้งหมด 345 เวร โดยสุ่มจับฉลากแพทย์เวรออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ในอัตราส่วน 1:1:1
.
1️⃣ กลุ่มควบคุม (Control): กินอาหารตามปกติ หรือไม่กินอะไรเลย
2️⃣ กลุ่ม KFC: ทานไก่ทอด KFC ก่อนอยู่เวร
3️⃣ กลุ่มไก่ทอดห้าดาว (Five Star): ทานไก่ทอดห้าดาว เพื่อเปรียบเทียบดูว่าผลลัพธ์เป็นเพราะ "แบรนด์" หรือผลจาก "ประเภทอาหาร" (ทำหน้าที่เหมือนกลุ่มควบคุมที่เป็น Active Comparator)
.
สำหรับผลลัพธ์ที่ได้ นพ.ธนัท ระบุว่า เมื่อนำปริมาณงานมาผ่านการวิเคราะห์ทางสถิติ ผลปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเลยในทุกด้าน ดังนี้
.
📌 ปริมาณงานรวม (Total Workload): ค่ามัธยฐานอยู่ที่ 14 เคส (กลุ่มควบคุม) vs 16 เคส (KFC) vs 14 เคส (ห้าดาว) ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.22)
.
📌 จำนวนเคสผ่าตัดฉุกเฉิน (Operations performed): ค่ามัธยฐานอยู่ที่ 6 ครั้ง (กลุ่มควบคุม) vs 7 ครั้ง (KFC) vs 6 ครั้ง (ห้าดาว) ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.71)
.
📌 เคสปรึกษาคนไข้ (Consultations attended): ค่ามัธยฐานอยู่ที่ 7 ครั้ง (กลุ่มควบคุม) vs 8 ครั้ง (KFC) vs 6 ครั้ง (ห้าดาว)
.
"แม้ว่าค่าภาพรวมทางสถิติจะปริ่ม ๆ ที่ p = 0.046 แต่เมื่อพวกเราวิเคราะห์เปรียบเทียบ pairwise อย่างละเอียด (Post-hoc Dunn’s test with Bonferroni correction) พบว่า ทั้งกลุ่มกิน KFC และกลุ่มกินไก่ทอดห้าดาว ไม่ได้มีจำนวนเคสปรึกษาแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญเลย (ความแตกต่างทางสถิติเกิดขึ้นเฉพาะระหว่างแบรนด์ไก่ทอดสองแบรนด์ด้วยกันเอง ซึ่งน่าจะเป็นเพียงความบังเอิญทางสถิติเท่านั้น)"
.
ขณะที่ความรุนแรงของเคสผ่าตัด นพ.ธนัท ระบุว่า ปริมาณการเสียเลือดในห้องผ่าตัด (Estimated blood loss; p=0.86) และระยะเวลาในการผ่าตัดสะสมต่อเวร (Operative time; p=0.55) เท่ากันหมดในทุกกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำข้อมูลไปเข้าแบบจำลองสถิติชั้นสูงเพื่อปรับปัจจัยรบกวน (Linear Mixed-Effects Model) โดยคุมตัวแปรเรื่องประเภทวันอยู่เวร (วันธรรมดา vs วันหยุด) และประวัติความเร็วในการผ่าตัด/ปริมาณงานของศัลยแพทย์แต่ละท่าน ยืนยันตรงกันว่าอาหารที่กินไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อปริมาณงานในเวรเลย
.
นพ.ธนัท ระบุว่า ความเชื่อเรื่องดังกล่าวนั้นหยั่งรากลึกกว่าที่คิด อีกเรื่องที่น่าสนใจมากคือ ก่อนและหลังจบงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้วัด "ระดับความเชื่อเรื่องอาหารต่อความเยิน" ของศัลยแพทย์ที่เข้าร่วมวิจัยทั้ง 5 ท่าน (สเกล 0–10 คะแนน) ผลคือศัลยแพทย์ทุกคนลดระดับความเชื่อลงคนละ 1 คะแนนถ้วน
.
ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกนั้นเปลี่ยนแปลงได้ยากและใช้เวลา แม้จะมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาวางอยู่ตรงหน้า แต่การทดลองกับตัวเอง น่าจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการทลายความเชื่อนี้ลงได้จริง
.
นพ.ธนัท ทิ้งท้ายว่า "ในการวิเคราะห์หลัก ผู้วิจัยได้ทำการคัดแยกเวรที่มีแพทย์ประจำบ้านออก 32 เวร เพื่อป้องกันไม่ให้ชั่วโมงและรูปแบบการทำงานของแพทย์ประจำบ้านรบกวนข้อมูลภาระงานที่แท้จริงของสตาฟฟ์เวรเดี่ยว เหลือเวรที่นำมาวิเคราะห์หลัก 313 เวร แต่ผู้วิจัยก็ได้ทำ Sensitivity Analysis โดยรวบรวมข้อมูลครบทั้ง 345 เวรด้วย เพื่อพิสูจน์แนวโน้มของผลลัพธ์ ซึ่งได้ผลออกมาตรงกัน โดยสรุป พวกเราได้ทำวิจัยเพื่อล้างมลทินให้ KFC แล้วครับ KFC ไม่ได้ทำให้เวรเยิน!"
.
#KFC #เวรแพทย์ #ความเชื่อKFC #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

https://www.facebook.com/share/p/1ciu2vd7zg/


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่