🫐ที่ไทยก็มีขาย ! รู้จัก “มะเดื่อฝรั่ง” ผลไม้ที่ถูกพูดถึงเรื่องสุขภาพ แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะให้รับประทานอย่างพอเหมาะ

กระทู้สนทนา
ช่วงหลังๆจะเห็นว่ามีการพูดถึง “มะเดื่อฝรั่ง” (Fig / ลูกฟิก) กันมากขึ้นในสายสุขภาพ บางสื่อถึงกับเรียกว่า “ผลไม้แห่งความอายุยืน” เพราะพบได้บ่อยในอาหารแถบเมดิเตอร์เรเนียน และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรูปแบบการรับประทานอาหารที่ถูกศึกษาว่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพที่ดี

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ผลไม้แห่งความอายุยืน” เป็นการเรียกในเชิงวัฒนธรรมหรือการสื่อสาร ไม่ได้หมายความว่ารับประทานแล้วจะทำให้อายุยืนโดยตรง


ภาพ : Pixabay
🧿ประโยชน์ของมะเดื่อฝรั่ง
• แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากไต้หวัน นพ.หลี่ ซื่อเสียน ได้ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “มะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารทั้งชนิดละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพในหลายด้าน”

ภาพ : Pixabay
1. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
• ใยอาหารชนิดละลายน้ำอาจช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารไม่เพิ่มขึ้นรวดเร็วเกินไป

2. ช่วยดูแลระดับคอเลสเตอรอล
• ใยอาหารบางชนิดมีส่วนช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล จึงอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ และหลอดเลือดเมื่อรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล

3. ช่วยส่งเสริมการขับถ่าย
• ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหาร และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเป็นครั้งคราว


ภาพ : Pixabay
🧿 สาเหตุที่ถูกเชื่อมโยงกับ “ความอายุยืน”
• มะเดื่อฝรั่งมีสารพฤกษเคมี เช่น สารประกอบฟีนอลิก และฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในผัก และผลไม้หลายชนิด จึงมักถูกนำไปเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพ และการชะลอความเสื่อมของเซลล์
• อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าการรับประทานมะเดื่อฝรั่งเพียงอย่างเดียวสามารถทำให้อายุยืนหรือชะลอวัยได้อย่างชัดเจน สุขภาพในระยะยาวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอาหารโดยรวม การออกกำลังกาย การนอนหลับ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ภาพ : Pixabay
🧿 เหตุผลที่มีคำเตือนว่าไม่ควรรับประทานมากเกินไป
• ประเด็นสำคัญที่ นพ.หลี่ เน้นคือ มะเดื่อฝรั่งมีน้ำตาลตามธรรมชาติค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อผลสุกมาก สำหรับมะเดื่อฝรั่งอบแห้ง ปริมาณน้ำจะลดลง ทำให้น้ำตาล และพลังงานเข้มข้นกว่าผลสดหลายเท่า จึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาลในเลือด

คำแนะนำเรื่อง “ไม่เกินครั้งละ 2 ผล” เป็นคำแนะนำจากแพทย์ผู้ให้ข้อมูล ไม่ใช่เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้กับทุกคน เพราะปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดของผล ความสุก และภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล

⚠️ ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
• นักกำหนดอาหารบางส่วนแนะนำว่า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ควรระมัดระวังการรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคสูงในปริมาณมากหรือไม่สม่ำเสมอ เพราะอาจส่งผลต่อการควบคุมยาได้

หากกำลังใช้ยากลุ่มนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ไม่เฉพาะมะเดื่อฝรั่ง แต่รวมถึงผักใบเขียว และอาหารอื่นๆที่มีวิตามินเคสูงด้วย

🧿 วิธีรับประทานให้ได้ประโยชน์
✅ เลือกผลสดที่สุกพอดี
✅ รับประทานเป็นของว่างประมาณ 1-2 ผล
✅ หลีกเลี่ยงการรับประทานมะเดื่อฝรั่งอบแห้งจำนวนมากในครั้งเดียว
✅ ไม่ควรเติมน้ำผึ้งหรือไซรัปเพิ่ม เพราะจะทำให้ได้รับน้ำตาลสูงขึ้น

🔘 สรุปแล้ว มะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีใยอาหาร และสารพฤกษเคมีที่น่าสนใจ อาจช่วยส่งเสริมการขับถ่าย การควบคุมระดับน้ำตาลหลังอาหาร และสุขภาพหัวใจได้ในระดับหนึ่งเมื่อรับประทานอย่างเหมาะสม

แต่คำว่า “ผลไม้แห่งความอายุยืน” ควรมองว่าเป็นฉายาที่ใช้สื่อถึงคุณค่าทางโภชนาการ และวัฒนธรรมการรับประทานอาหารมากกว่าจะเป็นสรรพคุณทางการแพทย์โดยตรง และแม้จะเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ ก็ยังควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะมะเดื่อฝรั่งอบแห้งหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง

ที่มา : Sanook

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่