แมงกะพรุนกล่องอันตราย-คร่าชีวิตเด็ก 13 ปี อาจารย์ธรณ์ย้ำ “ห้ามใช้น้ำจืดล้าง” ยิ่งเร่งพิษเข้าสู่ร่างกาย ควรใช้น้ำส้มสายชู

เที่ยว-เล่นน้ำทะเลต้องระวัง เอาน้ำส้มสายชูไปเตรียมพร้อมไว้

แมงกะพรุนกล่องคร่าชีวิตเด็ก 13 ปี อาจารย์ธรณ์ย้ำ “ห้ามใช้น้ำจืดล้าง” จะยิ่งเร่งพิษเข้าสู่ร่างกาย


มีเหตุเด็กชายวัย13ปี  ถูกพิษแมงกะพรุนกล่อง ( หรือ แมงกะพรุนสาหร่าย หรือ สาโหร่ง) เสียชีวิตกะทันหัน เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา บริเวณหาดบ้านฝายท่า ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรายงานระบุว่า ผู้ตายได้เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลเตะจุดโทษการกุศลหารายได้ให้ชุมชนบ้านฝายท่า เมื่อแข่งเสร็จได้ลงเล่นน้ำทะเลกับเพื่อนประมาณ 20 คน ห่างจากฝั่งเพียง 10 เมตร ก่อนจะถูกพิษแมงกะพรุนกล่องเข้าที่บริเวณหน้าอก แขน และคอ รวมถึงพบร่องรอยคล้ายเขี้ยวที่ข้อพับแขนซ้าย จนเกิดอาการช็อกหมดสติและน้ำลายฟูมปากตั้งแต่อยู่ในที่เกิดเหตุและระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีเพื่อนๆ และชาวบ้านที่ลงไปช่วยได้รับบาดเจ็บจากพิษอีก 3 ราย ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

โดยเพื่อนสนิทของผู้ตายที่ได้รับบาดเจ็บขณะเข้าไปช่วย เล่าว่า เห็นแมงกะพรุนประมาณ 3-4 ตัวล้อมรอบตัวเจ้านิวอยู่ ก่อนที่เจ้านิวจะล้มหมดสติไป ตนจึงรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากรถพยาบาลที่จอดสแตนด์บายอยู่ในงาน

จากเหตุการณ์ความสูญเสียดังกล่าว เพจ “Drama-addict” และThon Thamrongnawasawat (ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์) ได้ร่วมแสดงความเสียใจ พร้อมออกมาให้ข้อมูลเตือนภัยและเน้นย้ำถึงข้อควรระวังในการปฐมพยาบาลผู้โดนพิษแมงกะพรุนกล่องอย่างถูกต้อง ชี้พิษของแมงกะพรุนกล่องมีความร้ายแรงสูงมาก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อ"ระบบหัวใจ" ทำให้ผู้ได้รับพิษเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

แมงกะพรุนกล่อง จะมี กระเปาะพิษขนาดเล็ก จำนวนมากปนอยู่ในเมือกและปักเข้าสู่ร่างกายผู้สัมผัส
ข้อห้ามสำคัญ (ห้ามทำเด็ดขาด): ห้ามนำ "น้ำจืด"มาล้างบริเวณที่โดนพิษเด็ดขาด เนื่องจากน้ำจืดจะไปกระตุ้นให้กระเปาะพิษที่ยังไม่ทำงาน ปลดปล่อยและพ่นเข็มพิษออกมาแทงเข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ได้รับพิษรุนแรงกว่าเดิม

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง
ข้อควรปฏิบัติเมื่อพบผู้โดนแมงกะพรุนกล่อง
1.ห้ามใช้น้ำจืดล้างแผล และห้ามขัดถูบริเวณแผลเด็ดขาด
2.ให้รีบใช้ "น้ำส้มสายชู" ราดบริเวณที่โดนพิษอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วินาที เพื่อยับยั้งกระเปาะพิษที่ยังไม่ทำงาน
3.เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หากหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้ทำ CPR ทันที

ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่