JJNY : 5in1 ปิยบุตรฉายภาพปท.ไทยในฝัน│พีมูฟบุกทำเนียบ│ปภ.ถกรับมืออุทกภัย│เตือนคนไทยในตอ.กลาง│โดรนยูเครนโจมตีคลังสินค้า

ปิยบุตร ปลุก พรรคกองหน้า รุก 2 ยุทธศาสตร์ ฉายภาพประเทศไทยในฝัน-รณรงค์เนื้อหารธน.ใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5830595
.

.
‘ปิยบุตร’ ส่งสารถึง ‘พรรคกองหน้า’ แนะเร่งเดิน 2 ยุทธศาสตร์รุกคืบ ฉายภาพประเทศไทยในฝัน-ขยายความคิดอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของ ปชช. ปลุกความหวังเปลี่ยนประเทศ
.
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์การเมืองไทย ว่า ถ้าคนจำนวนมากมายมหาศาลเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ว่าอย่างไร ประเทศไทยต้องเปลี่ยน พรรคการเมืองที่ประกาศตนเป็น “กองหน้า” ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยขนานใหญ่ ต้องทำอย่างไรต่อไป พรรคต้องปลุกเร้าทางความคิดต่อไปให้คนเห็นว่า มีโอกาส มีความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
.
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า แน่นอนภายหลังการเลือกตั้ง 3 ครั้งผ่านไป และ “นิติสงคราม” ยังคงเดินหน้าบดขยี้ประชาชนและนักการเมืองของพรรค ก็อาจเป็นสถานการณ์ที่ยากกว่าช่วงปี 2561-2566 แต่ก็ยังพอมีหนทาง ผมเห็นว่า มีวิธีการอันเป็นรูปธรรมที่พรรคควรเร่งทำ 2 เรื่อง เรื่องแรก การรณรงค์ฉายภาพประเทศไทยในฝันให้สังคมไทยได้เห็น เมื่อคนจำนวนมากรู้สึกว่า “ต้องเปลี่ยน” แต่เปลี่ยนอะไรล่ะ เปลี่ยนอย่างไร เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร เราจะแปลงความรู้สึกนึกคิดอันเป็นนามธรรมนั้นให้เป็นรูปธรรมได้ ก็ต้องวาดภาพให้คนเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้น เปลี่ยนแล้วจะได้อะไรมาแทนที่สิ่งเก่า
.
นายปิยบุตร ระบุด้วยว่า พรรคควรอธิบายการปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูปกองทัพ การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขและสวัสดิการ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบภาษี และงบประมาณ การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูปการเกษตร และอีกสารพัดการปฏิรูป หากการปฏิรูปเหล่านี้เกิด ภายในกี่ปีประเทศไทยจะหน้าตาเป็นอย่างไร พูดง่ายๆ คือ พรรคต้องทำหน้าที่วาดภาพจินตนาการให้คนเห็นว่า สิ่งใหม่ที่จะมาแทนที่สิ่งเก่า คืออะไร จะทำให้ชีวิตของผู้คน และสังคมดีขึ้นอย่างไร อาจต้องเสียสละ กลืนเลือดกันคนละนิดคนละหน่อย อดทนร่วมกัน เพื่อให้การปฏิรูปขนานใหญ่เกิดขึ้น
.
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า เรื่องที่สอง รัฐธรรมนูญใหม่ ประชามติรอบที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่าคนส่วนใหญ่ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญในประเทศนี้ เห็นว่า ต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ พรรคควรใช้ฐานความชอบธรรมนี้ในการรณรงค์ต่อไป แน่นอนด้วยองค์ประกอบรัฐสภาและศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ เสนอร่างเข้าไป ก็คงตกหมด แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะทำอะไรไม่ได้เลย พรรคควรขยายประเด็นไปรณรงค์เรื่องเนื้อหาในรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย ไม่ควรติดกับอยู่กับแค่การถกเถียงเรื่องรูปแบบและที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น
.
นายปิยบุตร ระบุว่า นอกจากนี้ เพื่อมิให้ติดกับดักกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่คอยขวางการทำรัฐธรรมนูญใหม่ตลอดเวลา พรรคควรขยายความคิดเรื่อง “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” ให้กว้างขวาง อำนาจชนิดนี้ทรงพลานุภาพยิ่งนัก ถ้ามันถูกติดตั้งเข้าไปในสมองของผู้คนแล้ว การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญจะบังเกิดขึ้น เริ่มต้นจากการอธิบายว่า ประชามติครั้งที่ผ่านมา คือ การใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญที่ต้องการเปลี่ยนจากรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นอย่างอื่น
.
ส่วนอำนาจแก้ รธน. ของรัฐสภา นั่นเป็นเพียงอำนาจแก้รัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจรับมาจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีศักดิ์ต่ำกว่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนแสดงออกผ่านการออกเสียงประชามติรอบที่ผ่านมา
.
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า การรณรงค์สองเรื่องนี้ เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมความคิดคนให้เห็นโอกาสของการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม เข้าใจง่าย เห็นภาพชัด โดนใจทุกคน ทุกส่วน เหมาะกับการสร้าง “แนวร่วม” แห่งการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
.
พรรคทำงานในสภา เสนอร่างกฎหมายก็ดี อภิปรายในสภาก็ดี ตรวจสอบทุจริตก็ดี แฉงบประมาณรายบรรทัดก็ดี นั่นเป็นสิ่งที่ต้องทำ ควรทำต่อไป มันช่วยให้คนคิดว่า “อยู่ไม่ไหว ต้องเปลี่ยน”แต่ไม่ได้ไปถึงขนาดที่ทำให้คนเห็นว่า “มีโอกาสเปลี่ยนในเร็ววัน” “เปลี่ยนแบบใด เปลี่ยนเป็นอะไร
.
การแฉก็ดี การเสนอกฎหมายแล้วคว่ำไปแล้วมาแฉต่อก็ดี เป็นการรักษาฐานที่มั่น แต่ไม่ได้รุกคืบกินแดน ฝากให้พรรคกองหน้าที่ต้องการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นำไปพิจารณาครับ
.
https://www.facebook.com/100044282026811/posts/1666890718130313/?mibextid=wwXIfr&rdid=9IM0Zse1nzEwWpXK#
.

.
'สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ - พีมูฟ' บุกทำเนียบ เรียกร้องรัฐบาลหยุดยุบธนาคารที่ดิน เร่งเดินหน้าโฉนดชุมชน
.
เครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) กว่า 100 คน รวมตัวกันที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปปักหลักที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องรัฐบาล "อนุทิน" หยุดยุบธนาคารที่ดิน เร่งเดินหน้าโฉนดชุมชน
 .
2 ส.ค. 2569 เวลา 14.00 น. เครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) กว่า 100 คน จาก จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย รวมตัวกันที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ เพื่อเดินทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปปักหลักที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องรัฐบาล "อนุทิน" หยุดยุบธนาคารที่ดิน เร่งเดินหน้าโฉนดชุมชน โดยจะแวะรับประชาชนเพิ่มอีก 4 จังหวัดด้วยกัน ได้แก่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ โดยรถไฟออกจากสถานีเชียงใหม่เวลา 15.30 น. และคาดว่ารถไฟจะถึงสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ในช่วงเช้าเวลา 06.00 น. 
.
ตัวแทน สกน. อ่านแถลงการณ์หน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่ระบุ นับตั้งแต่รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าบริหารประเทศ ได้มีการดำเนินนโยบายที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิทธิของประชาชนและชุมชน ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ อย่างน้อย 2 ประการ 
1. การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553
2. การเดินหน้ายุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ภายในเดือนกันยายน 2569
.
การตัดสินใจทั้งสองเรื่องไม่ใช่เพียงการยกเลิกระเบียบหรือยุบหน่วยงาน แต่คือการทำลายกลไกที่ประชาชน ร่วมกันผลักดันมายาวนาน เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย คนจน และชุมชนที่เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดิน มี โอกาสเข้าถึงสิทธิในที่ดินและมีหลักประกันในการดำรงชีวิต
.
สำหรับสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ พวกเราคือผู้ที่ต่อสู้กับปัญหาการแย่งยึดที่ดิน การฟ้องขับไล่ และการใช้ อำนาจรัฐที่ละเมิดสิทธิของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง การยกเลิกโฉนดชุมชนและการยุบ บจธ. จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการตัดความหวังของเกษตรกรหลายหมื่นครอบครัวที่รอคอยการปฏิรูปที่ดินและความเป็นธรรมจากรัฐ 
.
รัฐบาลกำลังเลือกทำลายสิ่งที่ประชาชนสร้าง มากกว่าการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึกในสังคมไทย หากปล่อยให้การยุบกลไกเหล่านี้เกิดขึ้น จะยิ่งผลักคนจนออกจากที่ดินของตนเอง และทำให้ความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
.
ด้วยเหตุนี้ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือจึงขอประกาศเข้าร่วมการชุมนุมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็น ธรรม (พีมูฟ) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ดังต่อไปนี้
.
1. กำหนดมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน และมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับอย่างเป็นรูปธรรม 
2. ขยายอายุสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) จนกว่าจะมีการจัดตั้งธนาคารที่ดินและดำเนินการ กระจายการถือครองที่ดินแล้วเสร็จ 
3. ให้รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขกฎหมายที่ยังละเมิดสิทธิของประชาชนผู้พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ 
วันนี้ ขบวนรถไฟที่ออกเดินทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ ไม่ใช่เพียงขบวนรถไฟที่บรรทุกผู้โดยสาร หากแต่เป็น ขบวนรถไฟของประชาชน ที่บรรทุกความหวัง ความเจ็บปวด และเสียงเรียกร้องของเกษตรกรจากทั่วภาคเหนือ ทุก สถานีที่รถไฟเคลื่อนผ่าน คือหลักฐานว่าประชาชนยังไม่ยอมแพ้ต่อความอยุติธรรม และยังพร้อมเดินหน้าทวงคืน สิทธิในที่ดินของตนเอง
ปลายทางของขบวนรถไฟสายนี้ คือทำเนียบรัฐบาล ที่ซึ่งพวกเราจะร่วมปักหลักชุมนุมกับพี่น้องพีมูฟอย่างไม่มี กำหนด จนกว่ารัฐบาลจะยุติการยุบธนาคารที่ดิน เร่งเดินหน้าคุ้มครองโฉนดชุมชน และตอบสนองต่อข้อเรียกร้อง ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 
.
เราขอประกาศอย่างหนักแน่นว่า การต่อสู้ครั้งนี้มิใช่เพียงเพื่อปกป้องหน่วยงานหรือระเบียบฉบับหนึ่ง หากแต่ เป็นการปกป้องสิทธิในที่ดิน ศักดิ์ศรี และอนาคตของเกษตรกรและชุมชนทั่วประเทศ
.
นอกจากนี้ "กลุ่มนิติซ้าย" นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้อ่านแถลงการณ์สนับสนุนการทวงสิทธิในที่ดินของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ระบุ รัฐบาลมีแนวทางดำเนินการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. โดยให้เหตุผลว่าเป็นการปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐ เพื่อดความซ้ำซ้อนของภารกิจ นโยบายดังกล่าวได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อเครือข่ายเกษตรกร คนไร้ที่ดิน และภาคประชาชนจำนวนมาก เนื่องจาก บจธ. เป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ขาดโอกาสสามารถเข้าถึงที่ดินที่กินและที่อยู่อาศัยาศัยได้อย่างมั่นคง จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าหากมีการยุบหน่วยงานดังกล่าวแล้ว จะมีกลไกใดเข้ามารับผิดชอบภารกิจแทนอย่างมีประสิทธิภาพ
.
นิติซ้ายขอแสดงจุดยืนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ และผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายยุบ บจธ. พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนที่กำลังใช้สิทธิตามระบประชาธิบโตย เพื่อปกป้องสิทธิในที่ดินทำกิน และเรียกร้องความเป็นธรรมทางสังคม 
.

.
ปภ.ถกรับมืออุทกภัย เตือน 4 ภูมิภาคเฝ้าระวังฝนหนักเดือนส.ค.-ย้ำติดตามใกล้ชิด 24 ชม
.
อธิบดี ปภ.เรียก 17 จว.เหนือ ประชุมรับมืออุทกภัย สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวังฝนหนักเดือนสิงหาคม-พร้อมรับมือตลอด 24 ชม.
.
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) โดยมีนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิในพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วมประชุม และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
.
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าในช่วงเดือนสิงหาคม ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ส่วนเดือนกันยายน และตุลาคม ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลง และจะไปตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างรัดกุม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่