มันอ้วนขึ้น

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
⚓ ความจริงเรื่องสัดส่วน: เรือดำน้ำชั้นโคลัมเบีย "อ้วนขึ้น" หรือไม่?
✅ คำตอบคือ จริงครับ! เมื่อนำเรือดำน้ำชั้นโคลัมเบีย (Columbia-Class) มาเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำชั้นโอไฮโอ (Ohio-Class) ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า จะพบว่าตัวเรือมีการขยายสัดส่วนให้กว้างขึ้นและมีน้ำหนักรวมที่มหาศาลขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงรักษามิติความยาวของตัวเรือไว้เท่าเดิมก็ตาม โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงดังนี้:
 ↔️ ความกว้างตัวเรือ (Beam): เรือดำน้ำชั้นโคลัมเบียถูกออกแบบมาให้มีความกว้าง 43 ฟุต ซึ่งเป็นการขยายขนาดกว้างขึ้น 1 ฟุต เมื่อเทียบกับชั้นโอไฮโอที่มีความกว้าง 42 ฟุต
 ⚖️ ระวางขับน้ำ (Displacement): เมื่ออยู่ในสภาวะดำน้ำเต็มรูปแบบ (Fully submerged) ชั้นโคลัมเบียจะมีน้ำหนักรวมพุ่งสูงถึง 20,810 ตัน ซึ่งหนักกว่าชั้นโอไฮโอที่มีน้ำหนัก 18,750 ตัน (เพิ่มขึ้นถึง 2,060 ตัน)
 📏 ความยาว (Length): เรือดำน้ำทั้งสองรุ่นมีความยาวหัวจรดท้ายเท่ากันเป๊ะที่ 560 ฟุต
🛠️ สถาปัตยกรรมและวิศวกรรมเบื้องหลังการขยายขนาด
การที่ตัวเรือมีลักษณะ "อ้วนขึ้น" กว้างขึ้น และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลักพันตัน ไม่ใช่ความอุ้ยอ้ายหรือข้อบกพร่องในการออกแบบ แต่เป็นการตัดสินใจทางวิศวกรรมอย่างจงใจ (Engineering by design) หลายคนอาจตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อจำนวนท่อยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ (Missile tubes) ถูกหดลงจาก 24 ท่อเหลือเพียง 16 ท่อ ตัวเรือก็น่าจะเล็กลง ทว่าพื้นที่และน้ำหนักที่ประหยัดได้จากส่วนนั้น กลับถูกนำไปอุทิศให้กับเทคโนโลยีขั้นสูง 3 ประการหลักที่กินพื้นที่มหาศาล:
 ⚡ 1. การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Electric-Drive Propulsion System)
เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์รุ่นก่อนๆ รวมถึงชั้นโอไฮโอ ใช้ไอน้ำแรงดันสูงที่ผลิตจากเตาปฏิกรณ์ไปหมุนกังหัน (Steam turbines) ซึ่งเชื่อมต่อกับชุดเฟืองเกียร์ทด (Reduction gears) ขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนเพลาใบพัด กลไกนี้มีข้อจำกัดสำคัญคือเสียงรบกวนจากการเสียดสีทางกลศาสตร์ ในขณะที่ชั้นโคลัมเบียรื้อระบบนี้ทิ้งทั้งหมด โดยเปลี่ยนมาใช้เตาปฏิกรณ์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อส่งไปหมุน มอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Motor) ขนาดยักษ์ การติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าระดับนี้ พร้อมชุดอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้าและโครงข่ายสายเคเบิลแรงสูง ต้องใช้พื้นที่ใช้สอยภายใน (Internal Volume) มากกว่าระบบขับเคลื่อนเชิงกลแบบดั้งเดิมอย่างมหาศาล
 ☢️ 2. ขนาดและเกราะของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบถาวร (Life-of-Ship Reactor Core and Shielding)
ความก้าวหน้าสูงสุดของชั้นโคลัมเบียคือการใช้แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนาน 42 ปีเต็ม โดยที่กองทัพเรือไม่ต้องนำเรือเข้าอู่แห้งเพื่อผ่าตัวเรือและเปลี่ยนเชื้อเพลิงยูเรเนียมอีกเลยตลอดอายุขัยของมัน การที่จะจ่ายพลังงานได้ยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ หมายความว่าแกนปฏิกรณ์ต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นตั้งแต่แรกเริ่ม และเมื่อเตาปฏิกรณ์มีขนาดใหญ่ขึ้น ระบบเกราะป้องกันรังสี (Radiation Shielding) ที่สร้างจากตะกั่ว โลหะผสม และพลาสติกชนิดพิเศษเพื่อปกป้องความปลอดภัยของลูกเรือ ก็ต้องมีความหนาและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย น้ำหนักมหาศาลจากห้องเครื่องปฏิกรณ์ยุคใหม่นี้ เป็นปัจจัยหลักที่ผลักให้ระวางขับน้ำรวมของเรือพุ่งสูงทะลุ 20,000 ตัน
 🔇 3. สถาปัตยกรรมการล่องหนและลดการสั่นสะเทือน (Acoustic Stealth and Advanced Rafting)
เป้าหมายสูงสุดของเรือดำน้ำติดขีปนาวุธคือการซ่อนตัวจากระบบโซนาร์ทุกชนิดบนโลก เพื่อให้เรือ "เงียบ" ที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีมนุษย์จะทำได้ วิศวกรจึงต้องทำ Acoustic Isolation หรือการตัดขาดการสั่นสะเทือนของเครื่องจักรภายในไม่ให้ส่งผ่านไปยังเปลือกเรือด้านนอก เครื่องจักรกลทั้งหมดของชั้นโคลัมเบียจะไม่ได้ถูกยึดติดกับโครงเรือโดยตรง แต่จะถูกติดตั้งอยู่บนแท่นรับน้ำหนัก (Rafts) ที่ลอยตัวและแยกส่วนออกจากตัวถังเรือรับแรงดัน (Pressure Hull) การสร้างช่องว่างเพื่อรองรับการขยับตัวและดูดซับแรงสั่นสะเทือนของแท่นเหล่านี้ บังคับให้วิศวกรต้องขยายเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวเรือภายนอกออกไปอีก 1 ฟุต เพื่อชดเชยพื้นที่ที่สูญเสียไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่