ช่วงปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้เปลี่ยนงาน ไม่ได้มีรายได้เพิ่มแบบก้าวกระโดด และก็ไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่ในชีวิต
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการเริ่มใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ที่เมื่อก่อนมองว่าไม่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการนอนให้ตรงเวลา วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
จดสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน หรือแม้แต่การลดเวลาที่เสียไปกับการไถมือถือโดยไม่มีจุดหมาย ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นผลอะไรชัดเจน
คิดแค่ว่าลองทำดูสักพัก แต่พอผ่านไปหลายเดือนกลับรู้สึกว่าความเครียดลดลง งานที่เคยดองก็จัดการได้ง่ายขึ้น มีเวลาให้ตัวเองมากกว่าเดิม
และไม่ต้องมานั่งเร่งทุกอย่างในนาทีสุดท้ายเหมือนเมื่อก่อน ทุกวันนี้ยังมีวันที่ขี้เกียจและหลุดจากแผนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้สึกว่าต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
แค่กลับมาทำต่อในวันถัดไปก็พอ เลยอยากเขียนเก็บไว้เป็นบันทึกเล็กๆ ว่าบางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลที่สุด ไม่ใช่การหักดิบหรือเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แต่เป็นการทำเรื่องธรรมดาให้สม่ำเสมอ จนวันหนึ่งหันกลับไปมองแล้วรู้สึกว่าตัวเองเดินมาไกลกว่าที่คิดโดยไม่ทันสังเกตครับ
เรื่องเล็กๆ ที่ผมมองข้ามมาตลอด กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นแบบไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการเริ่มใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ที่เมื่อก่อนมองว่าไม่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการนอนให้ตรงเวลา วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
จดสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน หรือแม้แต่การลดเวลาที่เสียไปกับการไถมือถือโดยไม่มีจุดหมาย ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นผลอะไรชัดเจน
คิดแค่ว่าลองทำดูสักพัก แต่พอผ่านไปหลายเดือนกลับรู้สึกว่าความเครียดลดลง งานที่เคยดองก็จัดการได้ง่ายขึ้น มีเวลาให้ตัวเองมากกว่าเดิม
และไม่ต้องมานั่งเร่งทุกอย่างในนาทีสุดท้ายเหมือนเมื่อก่อน ทุกวันนี้ยังมีวันที่ขี้เกียจและหลุดจากแผนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้สึกว่าต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
แค่กลับมาทำต่อในวันถัดไปก็พอ เลยอยากเขียนเก็บไว้เป็นบันทึกเล็กๆ ว่าบางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลที่สุด ไม่ใช่การหักดิบหรือเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แต่เป็นการทำเรื่องธรรมดาให้สม่ำเสมอ จนวันหนึ่งหันกลับไปมองแล้วรู้สึกว่าตัวเองเดินมาไกลกว่าที่คิดโดยไม่ทันสังเกตครับ