"ลักษณะของเล็บ บอกโรคได้ จริงหรือ ?"

มีทั้งเพจทางการแพทย์ที่บอกว่า ดูเล็บบอกโรคได้จริง .. ขณะที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ก็พึ่งจะมีโพสต์เตือนว่า ลักษณะเล็บบอกโรคได้ เป็นข่าวปลอม !? .
.
.. แสดงว่า มันคงมีบางโรค ที่บอกความเสี่ยงได้ด้วยการดูเล็บจริงๆ ขณะที่บางโรค คงเป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น
.
มาดูของที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ออกมาเตือนก่อน โดยภาพที่ทางศูนย์ นำมาใช้ประกอบการเตือน (รูปทางด้านซ้าย) นั้น พูดถึง "5 ลักษณะเล็บนี้ สามารถบอกโรคได้" ได้แก่

1. สีเล็บผิดปกติ : เล็บจะมีลักษณะซีด หรือสีเล็บผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคโลหิตจาง หรือ การทำงานของหัวใจมีปัญหา
2. เล็บมีเส้นแนวตั้ง : เล็บจะมีลักษณะเป็นเส้นนูนแนวตั้ง และสามารถสังเกตเห็นเส้นได้ชัดเจน มักจะพบในผู้ที่อ่อนเพลียเรื้อรังมานาน พักผ่อนไม่เพียงพอ ใช้สมองหนัก และการขาดวิตามินและธาตุ เช่น วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก สังกะสี หรือแมกนีเซียม
3. เล็บมีแถบสีดำ : เล็บจะมีลักษณะมีแถบสีดำหรือน้ำตาล ทั้งเข้มและอ่อนที่เล็บ อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาบริเวณเล็บ (nail melanoma) ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
4. เล็บมีจุดสีขาว : เล็บจะมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ หรือลายเส้นสีขาว มักจะพบในผู้ที่ขาดสารอาหาร เวียนศีรษะ อาหารไม่ย่อย อาจเป็นสัญญาณเตือนการทำงานของตับผิดปกติ เช่น ไวรัสตับอักเสบ B หรือ ถุงน้ำในตับ เป็นต้น
5. เล็บเขียวม่วง : เล็บจะมีลักษณะมีสีเขียวม่วง มักพบในกลุ่มอาการปวดคล้ายเข็มทิ่ม ความจำไม่ดี ขี้หนาวมาก ปากม่วง อาจเป็นสัญญาณเตือนของการรับออกชิเจนไม่เพียงพอ ปอดมีปัญหา หรือโรคหัวใจบางชนิด เป็นต้น
------------
โดยทางศูนย์ฯ ได้ตรวจสอบกับทาง สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้มีการบอกปฏิเสธว่า ทั้ง 5 ลักษณะบอกโรคนี้ เป็นเรื่องผิดหรือเรื่องมั่วนะครับ .. แต่บอกว่า
.
"ขอแนะนำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ เพื่อตรวจยืนยันการวินิจฉัย และไม่ควรซื้อยารับประทานเองเนื่องจากมีโรคหลายชนิดที่มีลักษณะเล็บคล้ายกับการติดเชื้อรา เพราะยารักษาเชื้อราอาจมีผลข้างเคียง และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้เมื่อรับประทานร่วมกับยาบางชนิด
สำหรับกรณีเล็บผิดปกติจากโรคสะเก็ดเงิน อาจต้องใช้การทายาและ/หรือการฉีดยารักษา
ทั้งนี้ หากอาการผิดปกติที่เล็บมีสาเหตุมาจากโรคทางกาย เมื่อรักษาโรคทางกายหายแล้ว อาการทางเล็บก็จะหายไปได้เอง
ส่วนกรณีมะเร็งผิวหนังที่เล็บ จะต้องตัดผิวหนังบริเวณที่เป็นมะเร็งออก และอาจต้องรับประทานยาเคมีบำบัดร่วมด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์"
.
อ่านๆ ดูแล้ว โดยส่วนตัวผม คิดว่าทางศูนย์ฯ ไม่น่าจะไปฟันธงว่าเป็น "ข่าวปลอม" เลยเสียทั้งหมด (เลยใช้การกากบาทภาพ เป็นสีส้ม แทนที่จะใช้สีแดงอย่างทุกที) อาจจะจัดเป็นกลุ่ม "ข่าวบิดเบือน" แบบที่ศูนย์ฯ ทำเวลาที่ข่าวนั้นไม่ใช่ข่าวจริงทั้งหมด แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นข่าวปลอม 100%
ที่นี้ มาดูกันว่า ถ้าเป็นเพจทางการแพทย์แท้ๆ จะพูดถึงการที่ลักษณะของเล็บ บอกถึงโรคได้อย่างไรบ้างนะครับ ตัวอย่างเช่น
--------------------------
(บทความจากโรงพยาบาลจุฬาฯ ) "ดูเล็บบอกโรค" โดย ศ.นพ.ประวิตร อัศวานนท์
1. เล็บหนา-บางกว่าปกติ :
เล็บหนากว่าปกติ มีหลายโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น โรคเชื้อรา สะเก็ดเงิน เล็บบางกว่าปกติ พบในคนสูงอายุอาจมีเล็บเปราะตกง่ายบริเวณปลายเล็บได้
2. เล็บเป็นหลุม ผิวขรุขระ :
พบบ่อยในโรคสะเก็ดเงินหรือโรคผิวหนังอักเสบหรือโรคผมร่วงเป็นหย่อม
3. จมูกเล็บอักเสบ :
บวมแดง พบในคนที่มือเปียกน้ำบ่อย ๆ เช่น ทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน ผิวหนังรอบเล็บอาจมีการอักเสบ และเล็บเป็นร่อง ๆ ได
4. ปลายเล็บแยก :
อาจเพราะโรคบางอย่าง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคไทรอยด์ โรคเชื้อรา และโรคผื่นผิวหนังอักเสบ รวมถึง (เป็นผลจาก) ยาบางชนิด
5. เล็บเปลี่ยนสี เลือดออกใต้เล็บ :
อาจเกิดจากการเล่นกีฬาประเภทกระแทก ๆ ชนิดที่ต้องวิ่งแล้วเบรค เช่น เทนนิส บาสเกตบอล แต่หากป็นในระยะเวลานานควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ อาจเป็นจากมะเร็งผิวหนังได้
การวินิจฉัยโรคขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ หากพบอาการผิดปกติควรพบแพทย์
-------------
(บทความจากโรงพยาบาลรามคำแหง) "สุขภาพเล็บบอกโรค ลักษณะแปลกแบบใดที่ควรตรวจสุขภาพโดยด่วน" โดย นพ. ณัฐศักดิ์ ภูรีวิวัฒน์
เล็บของเรา เป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกาย ที่หลายคนมักไม่ได้สนใจ แต่เล็บก็มีความสำคัญนะครับ เพราะเล็บสามารถบ่งบอกสุขภาพของเราได้เหมือนกัน..
.
#สุขภาพของเล็บบอกโรคได้
1. เล็บที่มีสุขภาพดี :
เล็บที่มีสุขภาพดีจะมีลักษณะเป็นสีชมพูจาง มีพื้นผิวของเล็บที่เรียบ ไม่มีขรุขระ ผิวหนังรอบๆ เล็บไม่เปื่อยร่น และที่สำคัญคือ เล็บไม่หนาและไม่บางมากเกินไป
2. เล็บที่ผิดปรกติ :
เล็บผิดปรกติคือเล็บที่มีลักษณะแปลกไปจากที่กล่าวมา โดยอาจมีลักษณะบาง มีฝ้าหรือผิวโดยรอบไม่เรียบ ขรุขระ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เกิดการติดเชื้อ เกิดการระคายเคืองจากสารเคมี หรือเกิดจากโรคอื่นๆ ที่มีผลต่อเล็บ ซึ่งมีลักษณะผิดปกติหลากหลายแบบ
.
#เล็บบอกโรค
เล็บของเราผิดปกติหรือไม่ แล้วสิ่งผิดปกติเหล่านั้น บอกอะไร? ในร่างกายของเราบ้าง มาดูกัน!
1. เล็บหนามากเกินไป :
การมีเล็บที่หนาผิดปกติอาจเสี่ยงต่อการเป็น โรคเชื้อรา ยิ่งไปกว่านั้นอาจพบอาการร่วมอื่นๆ ได้ด้วย เช่น เล็บอาจมีสีเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาว ผิวเล็บและส่วนปลายเล็บอาจมีความขรุขระ ที่สำคัญคืออาจเสี่ยงต่อการเป็น โรคสะเก็ดเงินเนื่องจากโรคนี้อาจทำให้เล็บหนาหลายเล็บ ตรงข้ามกับโรคเชื้อราที่เป็นเพียง บางเล็บเท่านั้น
2. เล็บบางกว่าปกติ :
เล็บบางกว่าปรกติอาจเกิดจากโรคโลหิตจาง เนื่องจากขาดธาตุเหล็ก โดยเล็บจะมีลักษณะบางและแอ่นคล้ายช้อน รวมถึงในผู้สูงอายุก็อาจมีเล็บที่บางและเปราะแตกง่ายตรงบริเวณปลายเล็บได้
3. เล็บมีพื้นผิวขรุขระ :
เล็บที่มีพื้นผิวขรุขระเป็นอาการที่พบได้ค่อนข้างบ่อยเลยก็ว่าได้ครับ โดยบริเวณผิวของเล็บจะเป็นหลุมเล็กๆ แล้วถ้าเป็นหลายเล็บก็อาจบ่งบอกถึงโรคสะเก็ดเงินหรือโรคภูมิแพ้ อาการดังกล่าวอาจพบได้ในเด็กบางรายโดยที่ไม่มีสาเหตุ บางกรณีอาจมาจากอาการเจ็บป่วย ซึ่งอาจพบเล็บเป็นร่องลึกตามแนวขวางจากการที่เล็บมีการสร้างเล็บผิดปกติขณะป่วยได้
4. ผิวหนังรอบเล็บบวมแดง :
อาการผิวหนังรอบเล็บบวมแดงพบได้ในผู้ที่สัมผัสกับน้ำบริเวณผิวหนังรอบเล็บบ่อย โดยอาจมีการเปื่อยยุ่ย ทำให้เกิดการระคายเคืองจากสารเคมีได้ง่าย เช่น สารเคมีจากน้ำยาล้างจาน สารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาดบ้าน บางครั้งก็อาจเกิดการติดเชื้อราตามมาได้ ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนัง ซึ่งส่งผลให้ผิวหนังรอบเล็บบวมแดงและมีหนองร่วมด้วย
5. เล็บเปลี่ยนสี :
เล็บที่เปลี่ยนสีอาจมีสาเหตุมาจากโรคทางกายที่มีผลกับสีของเล็บ เช่น เล็บมีสีดำ สาเหตุอาจเป็นเพราะมะเร็งผิวหนัง เชื้อรา การกระแทก ไฝ เล็บเป็นสีดำขึ้นมาเอง อย่างไรก็ตาม กรณีของมะเร็งผิวหนังก็มีข้อสังเกต กล่าวคือ เล็บที่ดำจะมีลักษณะเป็นปื้นสีดำและสีไม่สม่ำเสมอ เป็นแค่เล็บเดียว มีประวัติเป็นมาไม่นาน และอาจมีผิวหนังที่โคนเล็บเป็นสีดำร่วมด้วย
.
#เล็บที่มีสีขาว
เล็บมีสีขาวครึ่งเล็บพบได้ในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังเป็นส่วนใหญ่ กรณีที่เล็บมีสีขาวสองในสามของเล็บ โดยทั่วไปสามารถพบได้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคตับแข็ง โรคหัวใจวาย เล็บที่มีสีขาวเป็นแถบขวาง ซึ่งอาจเกิดจากโรคโปรตีนในร่างกายต่ำ เมื่อใช้มือกดไปที่เล็บสีขาวที่เห็นก็จะจางลง
6. ปลายเล็บร่น :
โดยปกติแล้วผิวหนังส่วนปลายจะติดกับเล็บ แต่ถ้าหากมีโรคบางอย่าง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคไทรอยด์ โรคเชื้อรา โรคผดผื่นผิวหนังอักเสบ รวมถึงมีผลข้างเคียงของการใช้ยาบางชนิดก็อาจส่งผลให้ขอบของผิวหนังที่ติดกับเล็บมีการร่นลงได้
.
#วิธีการรักษาอาการเล็บผิดปกติ
แพทย์จะเริ่มรักษาอาการเล็บที่ผิดปกติตามสาเหตุที่เกิดขึ้นของผู้ป่วยแต่ละคน เช่น
- หากผู้ป่วยมีอาการเล็บเป็นเชื้อรา แพทย์อาจขูดขุยจากบริเวณเล็บที่หนาไปตรวจหาเชื้อรา จากนั้นก็จะทำการเพาะเชื้อราแยกชนิดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค
- กรณีที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนัง แพทย์อาจต้องตัดชิ้นเนื้อที่ใต้เล็บและส่งตรวจลักษณะทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค ถ้าหากเป็นเล็บบอกถึงโรคทางกาย แพทย์อาจต้องตรวจเลือด เพื่อดูระดับธาตุเหล็ก โรคไทรอยด์ โรคไต โรคตับ ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
หมั่นสังเกตสม่ำเสมอว่าเล็บมีลักษณะผิดปกติหรือต่างจากเดิมไหม หรือถ้าหากดูแล้วไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ดีที่สุด เพราะถ้าหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นจริงจะได้รีบรักษาให้หายโดยเร็ว...
--------------------
ที่มา : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่