สวัสดีค่ะ อันนี้เป็นกระทู้แรก
มันเป็นปัญหาที่เราคิดไม่ตกมาตลอด
และเราไม่เคยเล่าให้คนนอกฟัง อยากรู้มุมมองคนอื่นๆค่ะ
ถ้ามีใครมีประสบการณ์ช่วยให้คำแนะนำได้จะยินดีมากๆ ค่ะ
ก่อนอื่นขอเกริ่นว่าบ้านของเรามีคนอาศัยทั้งหมด6คนค่ะ
มี เรา แม่ ป้า ลุง ลูกป้า1 ลูกป้า2
ตลอดมาแม่เราจ่ายค่าน้ำค่าไฟมาโดยตลอด
สาเหตุมาจากเคยทะเลาะกันตอนเราประถม
(ตอนนี้เราทำงานแล้ว) ทำให้แยกกันอยู่แม้ในบ้านเดียวกัน
จนกระทั่งช่วงหลังที่กลับมาคุยกันและช่วยค่าไฟบ้าง
ตอนนี้เรามีปัญหาค้างคาใจกับครอบครัวตัวเอง 3 เรื่องค่ะ
1️⃣. ปัญหาการกู้บ้าน
บ้านหลังนี้เคยเป็นชื่อของแม่เราและยาย(เสียแล้ว)
และทั้งสองคนนำไปขายฝากกันเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว
ป้าไม่เคยรู้เรื่องนี่เพราะช่วงนั้นไม่อยู่บ้านและยายไม่อยากให้รู้
ปัจจุบัน บ้านโดนยึดไปช่วงโควิดเพราะส่งไม่ทัน
ทำให้ป้ารู้เรื่องบ้านและตอนนี้ทำการเจรจากับเจ้าของโดยเขาให้ซื้อคืนด้วยเงินประมาณ 6-7 แสนบาท
และคนในบ้านคาดหวังให้เรากู้ค่ะ
ราคาบ้าน 6 - 7 แสนบาทเป็นราคาที่ไม่แพงเลยใช่ไหมคะ
เพราะรวมที่ดินด้วย ถ้าเทียบกับบ้านสมัยนี้
ช่วงแรกเราไปขอสินเชื่อบ้านค่ะ แต่เนื่องจากสถานการณ์บ้านซับซ้อน(เคยเป็นชื่อแม่) และบ้านมีส่วนต่อเติมปล่อยเช่า ทำให้ธนาคารไม่อยากปล่อยกู้และให้เจ้าหน้าที่เขตมาตรวจสอบก่อน
แต่ทางครอบครัวไม่ยอมเพราะกลัวภาษีย้อนหลัง
(ราคาปล่อยเช่ารวมทั้งปีไม่ถึงแสนบาท)
ทำให้ไม่สามารถกู้สินเชื่อบ้านได้ ทางแม่จึงต้องการให้เรากู้สินเชื่อส่วนบุคคลหลายๆธนาคารเพื่อซื้อบ้าน พอซื้อบ้านแล้วค่อยเอาไปปล่อยจำนองกับธนาคารอื่นๆ
แต่เราไม่สบายใจเลยเพราะเรื่องเงินไม่แน่นอน และคนในบ้านไม่สามารถสนับสนุนการเงินได้ จึงทะเลาะกันบ่อยครั้งเพราะเวลาบีบบังคับ ส่วนคนอื่นๆในบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมเพราะคิดว่ายังไงเรากับแม่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
2️⃣. ปัญหาครอบครัว คนในบ้านไม่ทำงาน
เราขอแนะนำคนในบ้านอย่างสั้น
1. เรา อายุ20++ ทำงานมาหลายปีแล้ว อยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เด็ก เพิ่งรู้เรื่องบ้านตอนโควิด มีความฝันอยากเรียนต่อ ปัจจุบันเงินเดือน 40,000 บาท ตอนทำงานแรกๆ ให้เงินแม่20,000 แต่หลังๆให้แค่5,000เพราะให้เยอะ ก็ยังมีค่ากระจุกกระจิกมาเพิ่ม ของใช้ในบ้านเราซื้อค่ะ ถ้าไม่พอตรงไหนเราก็จะโอนไปเพิ่มช่วงหลังเราจ่ายค่าไฟบ้านประมาณ90% เป็นเวลา2-3เดือนแล้ว ทำให้เราทะเลาะกับแม่บ่อยมาก เรารู้สึกว่าเราไม่มีเงินเก็บ
ทำอะไรก็ต้องคิดว่าจะมีเงินให้ครอบครัวไหม ทั้งที่เพื่อนวัยเดียวกันเก็บเงินได้หลายแสนแล้ว
2.แม่ อายุ50 ตอนนี้ไม่มีงานทำ ก่อนยายจะเสีย
ยายมีภาวะติดเตียง แม่ทำงานเซลที่บ้านและคอยดูแลยายมาเกือบ10ปี เรานับถือแม่มาก เพราะค่าใช้จ่ายรายเดือนของบ้านทะลุ60,000ก็มี (ช่วงหลังโควิดหลังจากโดนยึดบ้าน ทางเจ้าของเปลี่ยนสัญญาให้เช่าเดือนละประมาณ20,000ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง ตอนนี้อยู่ในช่วงเจรจากู้ซื้อจึงไม่ต้องจ่ายส่วนนี้) แม่ดูแลบ้านอย่างดี รวมถึงห้องเช่า แม่มาไม่มีงานช่วงหลังโควิดและยายเสีย ตอนนี้มีเงินเข้าจากเราและบ้านเช่า(เดือนละ7-8พัน)
แม่เราไม่อยากมีปัญหากับป้าและสงสารคน
เราเคยบอกให้เลิกทำห้องเช่าตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เพราะรายได้ไม่ดีและปัญหาเยอะ แต่ก็ยังทำมาจนถึงทุกวันนี้(คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะยายทำมาก่อน เลยอยากเก็บไว้) แม่ชอบพูดตัดพ้อ เรารู้สึกผิดบ่อยครั้ง แม้จะทะเลาะกันเรายังรู้สึกผิดแม้เราจะคิดว่าเราพูดสิ่งที่ถูกแล้ว แม่มีเรื่องสุขภาพไม่ดีเพราะสูบบุหรี่และกินเหล้าหนัก เคยทะเลาะกันแต่เปลี่ยนไม่ได้
3.ป้า อายุ 50+ มีลูก2คน รักลูกมาก ชอบพูดประชดประชัน
มั่นใจในตัวเอง ชอบพูดสิ่งที่คิดทั้งหมด บางทีออกไปข้างนอกต้องคอยห้าม เคยทะเลาะกับลูกบ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยเคลียร์กัน
ป้าเรียนจบปริญญาแต่แม่เราไม่ได้เรียนเพราะทางบ้านขาดเงิน(ช่วงเดียวกับขายฝากบ้าน) เรามีวัยเด็กไม่ค่อยดีกับป้าเพราะคำพูดดูถูกของเขา แต่โตมาได้คุยบ้างหลังจากเราเรียนจบ ทำงานมียืมเงินบ่อยๆ แต่คืน เวลาพูดเรื่องบ้านจะเบลมแม่อย่างแรก ตอนนี้ทำงานมีเงินต่อเดือนหมื่นต้นๆ
4.ลุง อายุ50+++ มีลูก2คน รักลูกมาก แต่ไม่ค่อยคุยกับลูก
มั่นใจในตัวเองมากเช่นกัน ค่อนข้างดุกับป้า ใช้คำพูดรุนแรง โกรธง่าย ป้ากลัวลุง เวลาจะตัดสินใจต้องรอลุง คนในครอบครัวเขากลัวเขาที่สุด ขนาดไปซื้อของยังต้องกลัวว่าเขาจะด่าว่าซื้อนานไหม แต่ลุงไม่ได้ทำงานประจำ มีบางวันรับจ้างได้100-300บาท และไม่ได้ทำงานบ้านด้วย เวลาเราพูดเรื่องลูกเขาจะโมโหที่สุด เขารู้จักลูกเขาดีที่สุดแล้วเราห้ามยุ่ง
5.ลูกป้า1 อายุ20++ คนนี้มีปัญหาสมัยเรียน น่าจะมีซึมเศร้าร่วม ไม่ยอมไปโรงเรียน แม้จะเปลี่ยนโรงเรียนหลายที่
ตอนนี้ประคับประคองจนได้วุฒิกศนแล้ว แต่ยังไม่ทำงาน
อยากเรียนต่อตรี แต่ต้องเป็นตรีที่เรียนออนไลน์และเรียนน้อยวัน ซึ่งราคาต่อเทอมแพง ป้าส่งไม่ไหว เคยเสนอให้ทำงานไปก่อนโดยหางานใกล้บ้านมาให้ดู แต่ถูกด่าเละว่ากดดันขึ้นกู
ปัจจุบันยังคงอยู่บ้าน 7/24 แม้แต่อาหาร ป้ายังต้องถือไปให้ถึงในห้อง หรือออกมากินข้าวนอกบ้าน ต้องมีคนตักให้
6.ลูกป้า2 อายุ20++ ไม่มีปัญหาด้านเรียนแต่ติดเพื่อนมาก อยู่กับเพื่อนตลอด ล่าสุดเพื่อนเรียนไม่จบ ก็จะรอเพื่อนเรียนจบก่อนแล้วค่อยไปเรียนพร้อมกัน ปาร์ตี้ที่บ้านทุกวัน เปิดเพลงเสียงดังจนเรานอนไม่ได้ สูบบุหรี่ กินเหล้า คนก็จะมาเต็มบ้าน ถ้าไม่อยู่บ้านก็จะไปปาร์ตี้ที่อื่นซึ่งไม่มีใครรู้ว่าไปไหน และคนนี้ใช้พื้นที่กลางบ้านแต่ไม่เก็บกวาด ไม่ทำความสะอาด
แม่เราเคยไม่ทำความสะอาดให้ สรุปเจอหนอนขึ้นกลางบ้าน
เคยเตือนหลายรอบ จนสุดท้ายไปฟ้องป้า เจ้าตัวด่ากลับว่าขี้ขลาดต้องไปฟ้องแม่ แต่ก็ไม่ได้ปรับตัวใดๆ ตอนกลางวันห้ามปลุกทำอะไรเด็ดขาดเพราะจะด่า
3️⃣. ปัญหาการเงิน
เราเกริ่นว่าเราอยากไปเรียนต่างประเทศซึ่งไม่จ่ายเองก็ต้องขอทุน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใช้เงินค่ะ เราดีใจมากที่มีเงินเดือนค่อนข้างดี ครอบครัวป้าก็ดูเกรงใจขึ้นบ้าง เราคิดว่าแม่จะสบายแล้ว แต่เรากลับไม่มีเงินเก็บเลยค่ะ แถมยังทะเลาะกับแม่บ่อย ไม่ว่าจะให้เงินมากหรือน้อย มันจะมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเสมอ ตลอดเดือน ไม่ว่าจะแม่หรือป้า
เราเคยให้เยอะมากถึงขนาดเรามีเงินแต่ไปทำงานอย่างเดียว
และประหยัดมาก เราขึ้นรถเมล์แม้ที่ทำงานจะไกลมากได้ยืนตลอด กินไข่ต้มลูกเดียว กลับบ้านมาก็นอนแล้ว
แต่พอฉุกเฉินกลับไม่มีใครมีเงินเลย ทำให้เราต้องไปยืมเพื่อนซึ่งเราไม่ชอบมากๆ เราจึงลดเงินลง กลายเป็นว่าแม่น่าสงสารมาก แม่จะมาตัดพ้อว่าแม่ไม่ดีๆอย่างงั้นอย่างงี้จนต้องมาขอเงิน
เราเคยให้ทำบัญชีมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยอะไร มันจะมีค่าใช้จ่ายแบบปั๊มน้ำเสียบ้าง ค่านู่นนี่ เราก็จ่ายกับแม่แม้จะอยู่ในบ้านกันหลายคน แบบรวมกับเงินแม่แล้วก็ยังขาดอยู่ ส่วนใหญ่เงินของแม่จะไปลงที่ค่าน้ำกับค่าแก๊ส ค่าอาหาร(แม่ชอบซื้อเผื่อคนในบ้าน เราซื้อแยกของตัวเอง)
ค่าไฟใช้ทั้งบ้าน มีเราที่ต้องจ่าย เรามองไม่เห็นว่าอนาคตการเงินจะยังไงต่อ ตอนนี้เรายังไม่มีหนี้ แต่ถ้าต้องกู้สินเชื่อส่วนบุคคลทำให้เรามีหนี้และเราไม่สามารถพึ่งพาใครได้ เราจะทำยังไง
ปัจจุบันเรายังทำงานอยู่ค่ะ แต่ส่วนตัวอยากลาออกจากงาน หางานใหม่ก็ไม่กล้าเพราะเรื่องเงิน เราควรทำยังไง
สรุปโดยรวม
เราก็อยากซื้อบ้านหลังนี้ แต่ก็มองว่าบ้านหลังนี้จะเป็นตัวต่อปัญหา เราอยากแยกครอบครัวเขาออก (ถ้าตามในฝันเลย อยากให้ปรับตัวช่วยกันดูแล แต่เขาไม่ปรับ เราไม่รู้จะทำยังไง)
แม่เราต้องมาทำงานบ้านทั้งหมดให้เขา ค่าไฟก็ต้องจ่าย เขาช่วยมาประมาณ2พันบาท ซึ่งค่าไฟเป็นหมื่น เทียบการใช้เรากับแม่ใช้กันแค่แอร์ตอนนอนหลังจากนั้นก็ใช้พัดลมตัวเดียวในตอนกลางวัน(เราไปทำงาน) แต่ฝั่งป้าอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืน มีแอร์ มีเครื่องเสียง บางทีชอบเปิดทิ้งไว้ เตือนให้ปิดก็ไม่ฟัง เราต้องเดินปิดเอง เราเคยพูดคุยกับแม่แล้วว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว ถ้ากู้บ้านยังไงเขาก็ยังอยู่ต่อ
แต่แม่เราก็ไม่พูดยังไง ทะเลาะกันบ่อย เราอึดอัดมาก
เราไม่มีแม้แต่ห้องส่วนตัว ทั้งที่ลูกป้ามี เราร้องไห้ให้แม่ดูหลายครั้งแล้ว สุดท้ายเหมือนเขาก็ตัดพ้อว่าตัวเองไม่ดีเลยเกิดเรื่องแบบนี่ หรือให้เราคิดเงินมาเลย แต่ช่วยกู้เงินซื้อบ้านก่อน เขาจะหาเงินมาให้
ใครเคยมีปัญหาแนวๆนี้บ้างไหมคะ
เวลาคุยกับเพื่อน เรารู้สึกว่าปัญหาเราใหญ่มากจนเราไม่กล้าเล่าให่ใครฟังเลย คนรอบตัวเราไม่มีปัญหาเรื่องเงิน(แบบไม่มีจริงๆ) พ่อแม่เขาซัพพอร์ตกัน เราเห็นคอนเท้นต์ลาออกกลับบ้านทีไร ร้องไห้ทุกที เพราะมันจะไม่เกิดกับเราแบบนั้น
แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตยังไงต่อไปดี
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนถึงตรงนี้ค่ะ เพราะยาวมากๆ555
ปัญหาครอบครัวและกู้บ้าน
มันเป็นปัญหาที่เราคิดไม่ตกมาตลอด
และเราไม่เคยเล่าให้คนนอกฟัง อยากรู้มุมมองคนอื่นๆค่ะ
ถ้ามีใครมีประสบการณ์ช่วยให้คำแนะนำได้จะยินดีมากๆ ค่ะ
ก่อนอื่นขอเกริ่นว่าบ้านของเรามีคนอาศัยทั้งหมด6คนค่ะ
มี เรา แม่ ป้า ลุง ลูกป้า1 ลูกป้า2
ตลอดมาแม่เราจ่ายค่าน้ำค่าไฟมาโดยตลอด
สาเหตุมาจากเคยทะเลาะกันตอนเราประถม
(ตอนนี้เราทำงานแล้ว) ทำให้แยกกันอยู่แม้ในบ้านเดียวกัน
จนกระทั่งช่วงหลังที่กลับมาคุยกันและช่วยค่าไฟบ้าง
ตอนนี้เรามีปัญหาค้างคาใจกับครอบครัวตัวเอง 3 เรื่องค่ะ
1️⃣. ปัญหาการกู้บ้าน
บ้านหลังนี้เคยเป็นชื่อของแม่เราและยาย(เสียแล้ว)
และทั้งสองคนนำไปขายฝากกันเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว
ป้าไม่เคยรู้เรื่องนี่เพราะช่วงนั้นไม่อยู่บ้านและยายไม่อยากให้รู้
ปัจจุบัน บ้านโดนยึดไปช่วงโควิดเพราะส่งไม่ทัน
ทำให้ป้ารู้เรื่องบ้านและตอนนี้ทำการเจรจากับเจ้าของโดยเขาให้ซื้อคืนด้วยเงินประมาณ 6-7 แสนบาท
และคนในบ้านคาดหวังให้เรากู้ค่ะ
ราคาบ้าน 6 - 7 แสนบาทเป็นราคาที่ไม่แพงเลยใช่ไหมคะ
เพราะรวมที่ดินด้วย ถ้าเทียบกับบ้านสมัยนี้
ช่วงแรกเราไปขอสินเชื่อบ้านค่ะ แต่เนื่องจากสถานการณ์บ้านซับซ้อน(เคยเป็นชื่อแม่) และบ้านมีส่วนต่อเติมปล่อยเช่า ทำให้ธนาคารไม่อยากปล่อยกู้และให้เจ้าหน้าที่เขตมาตรวจสอบก่อน
แต่ทางครอบครัวไม่ยอมเพราะกลัวภาษีย้อนหลัง
(ราคาปล่อยเช่ารวมทั้งปีไม่ถึงแสนบาท)
ทำให้ไม่สามารถกู้สินเชื่อบ้านได้ ทางแม่จึงต้องการให้เรากู้สินเชื่อส่วนบุคคลหลายๆธนาคารเพื่อซื้อบ้าน พอซื้อบ้านแล้วค่อยเอาไปปล่อยจำนองกับธนาคารอื่นๆ
แต่เราไม่สบายใจเลยเพราะเรื่องเงินไม่แน่นอน และคนในบ้านไม่สามารถสนับสนุนการเงินได้ จึงทะเลาะกันบ่อยครั้งเพราะเวลาบีบบังคับ ส่วนคนอื่นๆในบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมเพราะคิดว่ายังไงเรากับแม่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
2️⃣. ปัญหาครอบครัว คนในบ้านไม่ทำงาน
เราขอแนะนำคนในบ้านอย่างสั้น
1. เรา อายุ20++ ทำงานมาหลายปีแล้ว อยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เด็ก เพิ่งรู้เรื่องบ้านตอนโควิด มีความฝันอยากเรียนต่อ ปัจจุบันเงินเดือน 40,000 บาท ตอนทำงานแรกๆ ให้เงินแม่20,000 แต่หลังๆให้แค่5,000เพราะให้เยอะ ก็ยังมีค่ากระจุกกระจิกมาเพิ่ม ของใช้ในบ้านเราซื้อค่ะ ถ้าไม่พอตรงไหนเราก็จะโอนไปเพิ่มช่วงหลังเราจ่ายค่าไฟบ้านประมาณ90% เป็นเวลา2-3เดือนแล้ว ทำให้เราทะเลาะกับแม่บ่อยมาก เรารู้สึกว่าเราไม่มีเงินเก็บ
ทำอะไรก็ต้องคิดว่าจะมีเงินให้ครอบครัวไหม ทั้งที่เพื่อนวัยเดียวกันเก็บเงินได้หลายแสนแล้ว
2.แม่ อายุ50 ตอนนี้ไม่มีงานทำ ก่อนยายจะเสีย
ยายมีภาวะติดเตียง แม่ทำงานเซลที่บ้านและคอยดูแลยายมาเกือบ10ปี เรานับถือแม่มาก เพราะค่าใช้จ่ายรายเดือนของบ้านทะลุ60,000ก็มี (ช่วงหลังโควิดหลังจากโดนยึดบ้าน ทางเจ้าของเปลี่ยนสัญญาให้เช่าเดือนละประมาณ20,000ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง ตอนนี้อยู่ในช่วงเจรจากู้ซื้อจึงไม่ต้องจ่ายส่วนนี้) แม่ดูแลบ้านอย่างดี รวมถึงห้องเช่า แม่มาไม่มีงานช่วงหลังโควิดและยายเสีย ตอนนี้มีเงินเข้าจากเราและบ้านเช่า(เดือนละ7-8พัน)
แม่เราไม่อยากมีปัญหากับป้าและสงสารคน
เราเคยบอกให้เลิกทำห้องเช่าตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เพราะรายได้ไม่ดีและปัญหาเยอะ แต่ก็ยังทำมาจนถึงทุกวันนี้(คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะยายทำมาก่อน เลยอยากเก็บไว้) แม่ชอบพูดตัดพ้อ เรารู้สึกผิดบ่อยครั้ง แม้จะทะเลาะกันเรายังรู้สึกผิดแม้เราจะคิดว่าเราพูดสิ่งที่ถูกแล้ว แม่มีเรื่องสุขภาพไม่ดีเพราะสูบบุหรี่และกินเหล้าหนัก เคยทะเลาะกันแต่เปลี่ยนไม่ได้
3.ป้า อายุ 50+ มีลูก2คน รักลูกมาก ชอบพูดประชดประชัน
มั่นใจในตัวเอง ชอบพูดสิ่งที่คิดทั้งหมด บางทีออกไปข้างนอกต้องคอยห้าม เคยทะเลาะกับลูกบ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยเคลียร์กัน
ป้าเรียนจบปริญญาแต่แม่เราไม่ได้เรียนเพราะทางบ้านขาดเงิน(ช่วงเดียวกับขายฝากบ้าน) เรามีวัยเด็กไม่ค่อยดีกับป้าเพราะคำพูดดูถูกของเขา แต่โตมาได้คุยบ้างหลังจากเราเรียนจบ ทำงานมียืมเงินบ่อยๆ แต่คืน เวลาพูดเรื่องบ้านจะเบลมแม่อย่างแรก ตอนนี้ทำงานมีเงินต่อเดือนหมื่นต้นๆ
4.ลุง อายุ50+++ มีลูก2คน รักลูกมาก แต่ไม่ค่อยคุยกับลูก
มั่นใจในตัวเองมากเช่นกัน ค่อนข้างดุกับป้า ใช้คำพูดรุนแรง โกรธง่าย ป้ากลัวลุง เวลาจะตัดสินใจต้องรอลุง คนในครอบครัวเขากลัวเขาที่สุด ขนาดไปซื้อของยังต้องกลัวว่าเขาจะด่าว่าซื้อนานไหม แต่ลุงไม่ได้ทำงานประจำ มีบางวันรับจ้างได้100-300บาท และไม่ได้ทำงานบ้านด้วย เวลาเราพูดเรื่องลูกเขาจะโมโหที่สุด เขารู้จักลูกเขาดีที่สุดแล้วเราห้ามยุ่ง
5.ลูกป้า1 อายุ20++ คนนี้มีปัญหาสมัยเรียน น่าจะมีซึมเศร้าร่วม ไม่ยอมไปโรงเรียน แม้จะเปลี่ยนโรงเรียนหลายที่
ตอนนี้ประคับประคองจนได้วุฒิกศนแล้ว แต่ยังไม่ทำงาน
อยากเรียนต่อตรี แต่ต้องเป็นตรีที่เรียนออนไลน์และเรียนน้อยวัน ซึ่งราคาต่อเทอมแพง ป้าส่งไม่ไหว เคยเสนอให้ทำงานไปก่อนโดยหางานใกล้บ้านมาให้ดู แต่ถูกด่าเละว่ากดดันขึ้นกู
ปัจจุบันยังคงอยู่บ้าน 7/24 แม้แต่อาหาร ป้ายังต้องถือไปให้ถึงในห้อง หรือออกมากินข้าวนอกบ้าน ต้องมีคนตักให้
6.ลูกป้า2 อายุ20++ ไม่มีปัญหาด้านเรียนแต่ติดเพื่อนมาก อยู่กับเพื่อนตลอด ล่าสุดเพื่อนเรียนไม่จบ ก็จะรอเพื่อนเรียนจบก่อนแล้วค่อยไปเรียนพร้อมกัน ปาร์ตี้ที่บ้านทุกวัน เปิดเพลงเสียงดังจนเรานอนไม่ได้ สูบบุหรี่ กินเหล้า คนก็จะมาเต็มบ้าน ถ้าไม่อยู่บ้านก็จะไปปาร์ตี้ที่อื่นซึ่งไม่มีใครรู้ว่าไปไหน และคนนี้ใช้พื้นที่กลางบ้านแต่ไม่เก็บกวาด ไม่ทำความสะอาด
แม่เราเคยไม่ทำความสะอาดให้ สรุปเจอหนอนขึ้นกลางบ้าน
เคยเตือนหลายรอบ จนสุดท้ายไปฟ้องป้า เจ้าตัวด่ากลับว่าขี้ขลาดต้องไปฟ้องแม่ แต่ก็ไม่ได้ปรับตัวใดๆ ตอนกลางวันห้ามปลุกทำอะไรเด็ดขาดเพราะจะด่า
3️⃣. ปัญหาการเงิน
เราเกริ่นว่าเราอยากไปเรียนต่างประเทศซึ่งไม่จ่ายเองก็ต้องขอทุน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใช้เงินค่ะ เราดีใจมากที่มีเงินเดือนค่อนข้างดี ครอบครัวป้าก็ดูเกรงใจขึ้นบ้าง เราคิดว่าแม่จะสบายแล้ว แต่เรากลับไม่มีเงินเก็บเลยค่ะ แถมยังทะเลาะกับแม่บ่อย ไม่ว่าจะให้เงินมากหรือน้อย มันจะมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเสมอ ตลอดเดือน ไม่ว่าจะแม่หรือป้า
เราเคยให้เยอะมากถึงขนาดเรามีเงินแต่ไปทำงานอย่างเดียว
และประหยัดมาก เราขึ้นรถเมล์แม้ที่ทำงานจะไกลมากได้ยืนตลอด กินไข่ต้มลูกเดียว กลับบ้านมาก็นอนแล้ว
แต่พอฉุกเฉินกลับไม่มีใครมีเงินเลย ทำให้เราต้องไปยืมเพื่อนซึ่งเราไม่ชอบมากๆ เราจึงลดเงินลง กลายเป็นว่าแม่น่าสงสารมาก แม่จะมาตัดพ้อว่าแม่ไม่ดีๆอย่างงั้นอย่างงี้จนต้องมาขอเงิน
เราเคยให้ทำบัญชีมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยอะไร มันจะมีค่าใช้จ่ายแบบปั๊มน้ำเสียบ้าง ค่านู่นนี่ เราก็จ่ายกับแม่แม้จะอยู่ในบ้านกันหลายคน แบบรวมกับเงินแม่แล้วก็ยังขาดอยู่ ส่วนใหญ่เงินของแม่จะไปลงที่ค่าน้ำกับค่าแก๊ส ค่าอาหาร(แม่ชอบซื้อเผื่อคนในบ้าน เราซื้อแยกของตัวเอง)
ค่าไฟใช้ทั้งบ้าน มีเราที่ต้องจ่าย เรามองไม่เห็นว่าอนาคตการเงินจะยังไงต่อ ตอนนี้เรายังไม่มีหนี้ แต่ถ้าต้องกู้สินเชื่อส่วนบุคคลทำให้เรามีหนี้และเราไม่สามารถพึ่งพาใครได้ เราจะทำยังไง
ปัจจุบันเรายังทำงานอยู่ค่ะ แต่ส่วนตัวอยากลาออกจากงาน หางานใหม่ก็ไม่กล้าเพราะเรื่องเงิน เราควรทำยังไง
สรุปโดยรวม
เราก็อยากซื้อบ้านหลังนี้ แต่ก็มองว่าบ้านหลังนี้จะเป็นตัวต่อปัญหา เราอยากแยกครอบครัวเขาออก (ถ้าตามในฝันเลย อยากให้ปรับตัวช่วยกันดูแล แต่เขาไม่ปรับ เราไม่รู้จะทำยังไง)
แม่เราต้องมาทำงานบ้านทั้งหมดให้เขา ค่าไฟก็ต้องจ่าย เขาช่วยมาประมาณ2พันบาท ซึ่งค่าไฟเป็นหมื่น เทียบการใช้เรากับแม่ใช้กันแค่แอร์ตอนนอนหลังจากนั้นก็ใช้พัดลมตัวเดียวในตอนกลางวัน(เราไปทำงาน) แต่ฝั่งป้าอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืน มีแอร์ มีเครื่องเสียง บางทีชอบเปิดทิ้งไว้ เตือนให้ปิดก็ไม่ฟัง เราต้องเดินปิดเอง เราเคยพูดคุยกับแม่แล้วว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว ถ้ากู้บ้านยังไงเขาก็ยังอยู่ต่อ
แต่แม่เราก็ไม่พูดยังไง ทะเลาะกันบ่อย เราอึดอัดมาก
เราไม่มีแม้แต่ห้องส่วนตัว ทั้งที่ลูกป้ามี เราร้องไห้ให้แม่ดูหลายครั้งแล้ว สุดท้ายเหมือนเขาก็ตัดพ้อว่าตัวเองไม่ดีเลยเกิดเรื่องแบบนี่ หรือให้เราคิดเงินมาเลย แต่ช่วยกู้เงินซื้อบ้านก่อน เขาจะหาเงินมาให้
ใครเคยมีปัญหาแนวๆนี้บ้างไหมคะ
เวลาคุยกับเพื่อน เรารู้สึกว่าปัญหาเราใหญ่มากจนเราไม่กล้าเล่าให่ใครฟังเลย คนรอบตัวเราไม่มีปัญหาเรื่องเงิน(แบบไม่มีจริงๆ) พ่อแม่เขาซัพพอร์ตกัน เราเห็นคอนเท้นต์ลาออกกลับบ้านทีไร ร้องไห้ทุกที เพราะมันจะไม่เกิดกับเราแบบนั้น
แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตยังไงต่อไปดี
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนถึงตรงนี้ค่ะ เพราะยาวมากๆ555