ตลาดน้ำปลาไทยมีมูลค่าราว
10,000 ล้านบาท แม้จะเป็นตลาดที่เติบโตไม่มาก (เฉลี่ย 1-2% ต่อปี) แต่การแข่งขันยังเข้มข้น ทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก
สรุปอันดับผู้ผลิตน้ำปลารายใหญ่ (ปี 2568)
🥇
1. ทิพรส (บริษัท ไพโรจน์ (ทั่งซังฮะ))
- รายได้
3,215 ล้านบาท
- กำไร
367 ล้านบาท
- รายได้สูงสุดในตลาด
- ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2462
🥈
2. ปลาหมึก
- รายได้
1,011 ล้านบาท
- กำไร
93 ล้านบาท
- จุดเด่นคือ
ผู้ส่งออกน้ำปลาอันดับ 1 ของไทย
- ส่งออกกว่า
70 ประเทศทั่วโลก
🥉
3. คนแบกกุ้ง / หอยเป๋าฮื้อ
- รายได้
751 ล้านบาท
- กำไร
24 ล้านบาท
- เติบโตด้านรายได้สูงสุดในกลุ่ม (+7.3%)
4. เมกาเชฟ
- รายได้
701 ล้านบาท
- กำไร
25 ล้านบาท
- แม้เป็นแบรนด์อายุน้อย แต่ยังเติบโตต่อเนื่อง
5. หอยนางรม / ปลาไส้ตัน
- รายได้
641 ล้านบาท
- กำไร
15 ล้านบาท
- รายได้เพิ่ม แต่กำไรลดลงเล็กน้อย
ภาพรวมตลาด
- ตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว
- เติบโตเฉลี่ยเพียง
1-2% ต่อปี
- เทรนด์สุขภาพทำให้ผู้บริโภคใช้น้ำปลาน้อยลง
ทิศทางการแข่งขัน
ผู้ผลิตหลายรายเริ่มปรับตัวด้วยการออกสินค้าใหม่ เช่น
- น้ำปลาโซเดียมต่ำ
- น้ำปลาพรีเมียม
- ซอสปรุงรสทางเลือก
- เน้นขยายตลาดส่งออกมากขึ้น
สรุปคือ
ทิพรส ยังเป็นผู้นำด้านรายได้ ขณะที่
ปลาหมึก ครองตำแหน่งผู้ส่งออกอันดับ 1 ของไทย ส่วนอนาคตการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพและการขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้นครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ตลาดน้ำปลาของไทยมีมูลค่าราว 10,000 ล้านบาท และประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำปลาอันดับต้น ๆ ของโลก จากความนิยมของอาหารไทยที่ขยายตัวในหลายประเทศ ส่งผลให้ตลาดยังมีการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรักษาฐานลูกค้าในประเทศและการขยายตลาดส่งออก โดยผู้ผลิตแต่ละรายต่างมีจุดแข็งและกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านขนาดธุรกิจ การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาดูกันว่า 5 ผู้ผลิตน้ำปลารายใหญ่ของไทยมีผลประกอบการเป็นอย่างไร และใครคือผู้นำของตลาด
.
เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการของผู้ผลิตน้ำปลารายสำคัญ พบว่า บริษัท ไพโรจน์ (ทั่งซังฮะ) จำกัด ผู้ผลิตน้ำปลาแท้ ตราทิพรส ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2462 ยังคงเป็นผู้นำด้านขนาดธุรกิจ โดยในปี 2568 มีรายได้รวม 3,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% และมีกำไรสุทธิ 367 ล้านบาท แม้ว่ากำไรจะปรับตัวลดลง 10.43% จากปีก่อน
.
อันดับถัดมาคือ บริษัท โรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จำกัด ผู้ผลิตน้ำปลาแท้ ตราปลาหมึก ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2487 ในปี 2568 มีรายได้รวม 1,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.82% และมีกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.87% และยังเป็นผู้ผลิตน้ำปลาที่มียอดส่งออกสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ส่งออกสินค้าไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทวีปอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย เอเชีย และแอฟริกา สะท้อนถึงศักยภาพของแบรนด์ไทยในตลาดโลก
.
ด้าน บริษัท อุตสาหกรรมน้ำปลาระยอง จำกัด ผู้ผลิต ตราคนแบกกุ้ง และ ตราหอยเป๋าฮื้อ ซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2497 ในปี 2568 มีรายได้รวม 751 ล้านบาท เติบโต 7.30% สูงที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบการที่เปรียบเทียบครั้งนี้ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.50%
.
ส่วน บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด เจ้าของแบรนด์ ตราเมกาเชฟ ซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2546 แม้จะเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม แต่สามารถสร้างรายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่ 701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.79% และมีกำไรสุทธิ 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.15% สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ
.
ขณะที่ บริษัท น้ำปลาพิไชย จำกัด ผู้ผลิต ตราหอยนางรม และ ตราปลาไส้ตัน ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 และผละประกอบการในปี 2568 มีรายได้รวม 641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.18% แต่มีกำไรสุทธิ 15 ล้านบาท ลดลง 2.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน
.
โดยภาพรวมตลาดน้ำปลาไทยในแต่ละปีมีอัตราการเติบโตไม่สูงนัก โดยขยายตัวเฉลี่ยเพียงประมาณ 1-2% ต่อปี สะท้อนว่าตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวจากการที่โลกเข้าสู่เทรนด์สุขภาพ ดังนั้น การอยู่รอดของแบรนด์น้ำปลาจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภค และกลยุทธ์ในการทำตลาด
.
ซึ่งผู้ผลิตหลายรายเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเจาะกลุ่มตลาดใหม่ๆ มากขึ้น เช่น กลุ่มพรีเมียมที่ชูคุณภาพและวัตถุดิบ รวมถึงกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น น้ำปลาโซเดียมต่ำและซอสปรุงรสทางเลือก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำปลาไทยในระยะต่อไป
ที่มา
Business+
บริษัทน้ำปลาไทย ใครคือเบอร์หนึ่ง? สรุปอันดับผู้ผลิตน้ำปลารายใหญ่ของไทย
สรุปอันดับผู้ผลิตน้ำปลารายใหญ่ (ปี 2568)
🥇 1. ทิพรส (บริษัท ไพโรจน์ (ทั่งซังฮะ))
- รายได้ 3,215 ล้านบาท
- กำไร 367 ล้านบาท
- รายได้สูงสุดในตลาด
- ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2462
🥈 2. ปลาหมึก
- รายได้ 1,011 ล้านบาท
- กำไร 93 ล้านบาท
- จุดเด่นคือ ผู้ส่งออกน้ำปลาอันดับ 1 ของไทย
- ส่งออกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
🥉 3. คนแบกกุ้ง / หอยเป๋าฮื้อ
- รายได้ 751 ล้านบาท
- กำไร 24 ล้านบาท
- เติบโตด้านรายได้สูงสุดในกลุ่ม (+7.3%)
4. เมกาเชฟ
- รายได้ 701 ล้านบาท
- กำไร 25 ล้านบาท
- แม้เป็นแบรนด์อายุน้อย แต่ยังเติบโตต่อเนื่อง
5. หอยนางรม / ปลาไส้ตัน
- รายได้ 641 ล้านบาท
- กำไร 15 ล้านบาท
- รายได้เพิ่ม แต่กำไรลดลงเล็กน้อย
ภาพรวมตลาด
- ตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว
- เติบโตเฉลี่ยเพียง 1-2% ต่อปี
- เทรนด์สุขภาพทำให้ผู้บริโภคใช้น้ำปลาน้อยลง
ทิศทางการแข่งขัน
ผู้ผลิตหลายรายเริ่มปรับตัวด้วยการออกสินค้าใหม่ เช่น
- น้ำปลาโซเดียมต่ำ
- น้ำปลาพรีเมียม
- ซอสปรุงรสทางเลือก
- เน้นขยายตลาดส่งออกมากขึ้น
สรุปคือ ทิพรส ยังเป็นผู้นำด้านรายได้ ขณะที่ ปลาหมึก ครองตำแหน่งผู้ส่งออกอันดับ 1 ของไทย ส่วนอนาคตการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพและการขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้นครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ที่มา Business+