เวลาเราพูดถึงธุรกิจ “ร้านค้าปลีก” หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ภาพในหัวของหลายๆ คนคงหนีไม่พ้นนายทุนยักษ์ใหญ่ระดับประเทศที่มีสาขาอยู่ทุกหัวมุมถนน แต่รู้หรือไม่ว่า… ในต่างจังหวัดทั่วไทย มี
"เจ้าถิ่น" ที่แข็งแกร่งอย่างมาก สามารถสร้างรายได้ต่อปีหลักพันล้าน ไปจนถึง
หมื่นล้านบาท เลยทีเดียว!
วันนี้เราจะพามาส่องผลประกอบการ (ปี 2568) ของเหล่าร้านค้าปลีกท้องถิ่น (Local Modern Trade) ที่ครองใจคนในพื้นที่ชนิดที่ยักษ์ใหญ่ก็ยากจะเจาะไข่แดง พร้อมบทวิเคราะห์ทางการตลาดแบบเข้าใจง่ายๆ
🛒 ส่องตัวเลข “ยักษ์ท้องถิ่น” แต่ละจังหวัด
ซุปเปอร์ชีป (จ.ภูเก็ต) —
พี่ใหญ่แห่งภาคใต้
รายได้: 15,754 ล้านบาท |
กำไร: 80 ล้านบาท
จุดเด่น: รายได้ระดับหมื่นล้านเทียบเท่าบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยโมเดลคลังสินค้าขนาดใหญ่ ขายสินค้าราคาถูก ครอบคลุมทั้งค้าส่งและค้าปลีก
ธนพิริยะ (จ.เชียงราย) —
ค้าปลีกภูธรที่เข้าสู่ตลาดหุ้น
รายได้: 3,106 ล้านบาท |
กำไร: 212 ล้านบาท
จุดเด่น: เป็นร้านค้าปลีกท้องถิ่นภาคเหนือที่ขยายสาขาไปหลายจังหวัดใกล้เคียง ทำอัตรากำไร (Profit Margin) ได้ค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับรายได้
แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท (จ.ลำพูน) —
ขวัญใจชาวเหนือ
รายได้: 2,420 ล้านบาท |
กำไร: 61 ล้านบาท
จุดเด่น: กระจายสาขาเจาะลึกชุมชน วางตำแหน่งเป็นร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัดใกล้บ้าน
เอกภาพซูเปอร์ (จ.สระบุรี) —
มังกรแห่งภาคกลาง
รายได้: 2,172 ล้านบาท |
กำไร: 15 ล้านบาท
จุดเด่น: ยึดพื้นที่สระบุรีและจังหวัดภาคกลางตอนบน มีฐานลูกค้าประจำอย่างเหนียวแน่น
ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ (จ.อุดรธานี) —
ตำนานค้าส่ง-ค้าปลีกอีสาน
รายได้: 1,966 ล้านบาท |
กำไร: 30 ล้านบาท
จุดเด่น: ศูนย์รวมสินค้าราคาส่งที่ร้านค้าขายของชำ (โชห่วย) ทั่วอีสานตอนบนต้องมาสั่งซื้อ
บิ๊กซัง ซูเปอร์สโตร์ (จ.สมุทรสาคร) —
จ้าวแห่งเมืองมหาชัย
รายได้: 1,235 ล้านบาท |
กำไร: 15 ล้านบาท
จุดเด่น: ขวัญใจแรงงานและชาวบ้านในพื้นที่ เน้นจัดโปรโมชันแน่นๆ ลุ้นโชค ลุ้นรางวัล ตอบโจทย์คนท้องถิ่น
CR ข้อมูลและรูปจาก IG BrandcaseTh
💡 วิเคราะห์ทางการตลาด: ทำไม “ค้าปลีกท้องถิ่น” ถึงสู้ยักษ์ใหญ่ได้?
หากมองผ่านเลนส์การตลาด (Marketing & Strategy) เหตุผลที่แบรนด์ท้องถิ่นเหล่านี้ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง มี 4 ปัจจัยหลักดังนี้ครับ:
1. เข้าใจ Insights คนในพื้นที่จริง (Localization)
แบรนด์ใหญ่จากกรุงเทพฯ มักใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ (Standardization) แต่ร้านท้องถิ่นรู้ดีว่า
"คนบ้านเขาสายอะไร ชอบซื้ออะไร" เช่น ชนิดของเครื่องปรุงรสท้องถิ่น สินค้าขนาดถุงใหญ่สำหรับครอบครัวใหญ่ หรือสินค้าราคาประหยัดที่ตอบโจทย์กำลังซื้อในพื้นที่ การเลือกของมาวางขาย (Merchandising) จึงตรงใจคนในพื้นที่มากกว่า
2. กลยุทธ์ราคา “เน้นปริมาณ ไม่เน้นกำไรต่อชิ้น” (High Volume, Low Margin)
ถ้าสังเกตตัวเลขกำไรจะเห็นว่า หลายแห่งมีรายได้หลักพันล้าน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่หลักสิบล้าน (Net Margin ประมาณ 0.7% - 2%) ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกของธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง เพราะเน้นใช้
"ราคาถูก" ดึงคนเข้ามาซื้อเยอะๆ (Volume) ยิ่งขายเยอะ ยิ่งมีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิต (Supplier) ให้ได้ต้นทุนที่ต่ำลง นำมาสู่การทำโปรโมชันจัดหนักจัดเต็มได้ต่อเนื่อง
3. ความผูกพันและ Royalty จากรุ่นสู่รุ่น
ร้านเหล่านี้หลายแห่งเปิดมานานหลายสิบปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในชุมชน (Community Loyalty) คนในพื้นที่รู้สึกว่า
"เงินทองไม่รั่วไหล" ได้อุดหนุนคนบ้านเดียวกัน ประกอบกับมักมีกิจกรรมคืนกำไรให้สังคมในพื้นที่ เช่น งานแจกโชค งานวันเด็ก หรือทุนการศึกษา ยิ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในใจผู้บริโภค
4. ความยืดหยุ่นในการปรับตัว (Agility)
ด้วยความที่เป็นธุรกิจครอบครัวหรือผู้บริหารอยู่ในพื้นที่เอง การตัดสินใจเปลี่ยนโปรโมชัน ปรับรูปแบบร้าน หรือทดลองขายสินค้าใหม่ๆ สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติหลายขั้นตอนเหมือนบริษัทข้ามชาติ ทำให้รับมือกับสภาพเศรษฐกิจและความต้องการของคนในพื้นที่ได้เร็วกว่า
📌 สรุป
ตัวเลขรายได้ระดับ
"พันล้านถึงหมื่นล้าน" ของค้าปลีกท้องถิ่น คือหลักฐานชั้นดีว่า
"ยักษ์ใหญ่ไม่ได้ครองโลกเสมอไป" หากธุรกิจท้องถิ่นรู้จักจุดแข็งของตัวเอง นำความเข้าใจคนในพื้นที่มาเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ และบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ก็สามารถเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ในบ้านตัวเองได้อย่างยั่งยืน
By Gemini
เจาะลึก “ยักษ์ใหญ่ท้องถิ่น” : เมื่อค้าปลีกต่างจังหวัดทำรายได้ทะลุพันล้าน (และหมื่นล้าน!)
วันนี้เราจะพามาส่องผลประกอบการ (ปี 2568) ของเหล่าร้านค้าปลีกท้องถิ่น (Local Modern Trade) ที่ครองใจคนในพื้นที่ชนิดที่ยักษ์ใหญ่ก็ยากจะเจาะไข่แดง พร้อมบทวิเคราะห์ทางการตลาดแบบเข้าใจง่ายๆ
🛒 ส่องตัวเลข “ยักษ์ท้องถิ่น” แต่ละจังหวัด
ซุปเปอร์ชีป (จ.ภูเก็ต) — พี่ใหญ่แห่งภาคใต้
รายได้: 15,754 ล้านบาท | กำไร: 80 ล้านบาท
จุดเด่น: รายได้ระดับหมื่นล้านเทียบเท่าบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยโมเดลคลังสินค้าขนาดใหญ่ ขายสินค้าราคาถูก ครอบคลุมทั้งค้าส่งและค้าปลีก
ธนพิริยะ (จ.เชียงราย) — ค้าปลีกภูธรที่เข้าสู่ตลาดหุ้น
รายได้: 3,106 ล้านบาท | กำไร: 212 ล้านบาท
จุดเด่น: เป็นร้านค้าปลีกท้องถิ่นภาคเหนือที่ขยายสาขาไปหลายจังหวัดใกล้เคียง ทำอัตรากำไร (Profit Margin) ได้ค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับรายได้
แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท (จ.ลำพูน) — ขวัญใจชาวเหนือ
รายได้: 2,420 ล้านบาท | กำไร: 61 ล้านบาท
จุดเด่น: กระจายสาขาเจาะลึกชุมชน วางตำแหน่งเป็นร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัดใกล้บ้าน
เอกภาพซูเปอร์ (จ.สระบุรี) — มังกรแห่งภาคกลาง
รายได้: 2,172 ล้านบาท | กำไร: 15 ล้านบาท
จุดเด่น: ยึดพื้นที่สระบุรีและจังหวัดภาคกลางตอนบน มีฐานลูกค้าประจำอย่างเหนียวแน่น
ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ (จ.อุดรธานี) — ตำนานค้าส่ง-ค้าปลีกอีสาน
รายได้: 1,966 ล้านบาท | กำไร: 30 ล้านบาท
จุดเด่น: ศูนย์รวมสินค้าราคาส่งที่ร้านค้าขายของชำ (โชห่วย) ทั่วอีสานตอนบนต้องมาสั่งซื้อ
บิ๊กซัง ซูเปอร์สโตร์ (จ.สมุทรสาคร) — จ้าวแห่งเมืองมหาชัย
รายได้: 1,235 ล้านบาท | กำไร: 15 ล้านบาท
จุดเด่น: ขวัญใจแรงงานและชาวบ้านในพื้นที่ เน้นจัดโปรโมชันแน่นๆ ลุ้นโชค ลุ้นรางวัล ตอบโจทย์คนท้องถิ่น
CR ข้อมูลและรูปจาก IG BrandcaseTh
💡 วิเคราะห์ทางการตลาด: ทำไม “ค้าปลีกท้องถิ่น” ถึงสู้ยักษ์ใหญ่ได้?
หากมองผ่านเลนส์การตลาด (Marketing & Strategy) เหตุผลที่แบรนด์ท้องถิ่นเหล่านี้ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง มี 4 ปัจจัยหลักดังนี้ครับ:
1. เข้าใจ Insights คนในพื้นที่จริง (Localization)
แบรนด์ใหญ่จากกรุงเทพฯ มักใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ (Standardization) แต่ร้านท้องถิ่นรู้ดีว่า "คนบ้านเขาสายอะไร ชอบซื้ออะไร" เช่น ชนิดของเครื่องปรุงรสท้องถิ่น สินค้าขนาดถุงใหญ่สำหรับครอบครัวใหญ่ หรือสินค้าราคาประหยัดที่ตอบโจทย์กำลังซื้อในพื้นที่ การเลือกของมาวางขาย (Merchandising) จึงตรงใจคนในพื้นที่มากกว่า
2. กลยุทธ์ราคา “เน้นปริมาณ ไม่เน้นกำไรต่อชิ้น” (High Volume, Low Margin)
ถ้าสังเกตตัวเลขกำไรจะเห็นว่า หลายแห่งมีรายได้หลักพันล้าน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่หลักสิบล้าน (Net Margin ประมาณ 0.7% - 2%) ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกของธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง เพราะเน้นใช้ "ราคาถูก" ดึงคนเข้ามาซื้อเยอะๆ (Volume) ยิ่งขายเยอะ ยิ่งมีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิต (Supplier) ให้ได้ต้นทุนที่ต่ำลง นำมาสู่การทำโปรโมชันจัดหนักจัดเต็มได้ต่อเนื่อง
3. ความผูกพันและ Royalty จากรุ่นสู่รุ่น
ร้านเหล่านี้หลายแห่งเปิดมานานหลายสิบปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในชุมชน (Community Loyalty) คนในพื้นที่รู้สึกว่า "เงินทองไม่รั่วไหล" ได้อุดหนุนคนบ้านเดียวกัน ประกอบกับมักมีกิจกรรมคืนกำไรให้สังคมในพื้นที่ เช่น งานแจกโชค งานวันเด็ก หรือทุนการศึกษา ยิ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในใจผู้บริโภค
4. ความยืดหยุ่นในการปรับตัว (Agility)
ด้วยความที่เป็นธุรกิจครอบครัวหรือผู้บริหารอยู่ในพื้นที่เอง การตัดสินใจเปลี่ยนโปรโมชัน ปรับรูปแบบร้าน หรือทดลองขายสินค้าใหม่ๆ สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติหลายขั้นตอนเหมือนบริษัทข้ามชาติ ทำให้รับมือกับสภาพเศรษฐกิจและความต้องการของคนในพื้นที่ได้เร็วกว่า
📌 สรุป
ตัวเลขรายได้ระดับ "พันล้านถึงหมื่นล้าน" ของค้าปลีกท้องถิ่น คือหลักฐานชั้นดีว่า "ยักษ์ใหญ่ไม่ได้ครองโลกเสมอไป" หากธุรกิจท้องถิ่นรู้จักจุดแข็งของตัวเอง นำความเข้าใจคนในพื้นที่มาเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ และบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ก็สามารถเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ในบ้านตัวเองได้อย่างยั่งยืน
By Gemini