ดาบพิฆาตอสูร: ภาคปราสาทไร้ขอบเขต ห่วยจริงเหรอ? [มีสปอยล์]

หลังจากเข้าฉายในโรงและกวาดรายได้มหาศาล ในที่สุด 'ดาบพิฆาตอสูร: ภาคปราสาทไร้ขอบเขต' ก็ลงสตรีมมิ่งแล้ว ทำให้กระแสเรื่องนี้กลับมาอีกครั้ง
พร้อมเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ที่ยังคงมีอยู่ หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในหนังอนิเมะที่ดีที่สุดแห่งปี ขณะที่อีกหลายคนกลับมองว่ามันถูกอวยเกินจริง
แล้วสุดท้าย...มันห่วยจริงหรือเปล่า?

จากนี้ไปเราจะมาไล่ดูข้อดีและข้อเสียของเรื่องนี้กัน
*ทั้งนี้มันก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมแต่เพียงผู้เดียว อาจจะมีการอวยบ้าง อคติบ้าง ขอให้ทุกคนโปรดเข้าใจ

เริ่มกันเลย

ข้อดี
- งานภาพ และเอฟเฟค
ปฏิเสธไม่ได้ว่างานภาพและเอฟเฟคอลังการมันคือจุดขายของเรื่องนี้ไปแล้ว ทำมากี่ภาคก็ได้รับคำชมว่าภาพสวย จนเป็นมาตรฐานของอนิเมะเรื่องนี้ไปแล้ว มีหลายคนอวยเรื่องงานภาพ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งในภาคนี้คุณภาพก็ไม่มีตกจริงๆ ฉากต่อสู้เฟรมต่อเฟรมคืองานดีสุดๆ ต่อให้กด pause ภาพที่ออกมาก็ไม่ใช่งานเผา เก็บรายละเอียดต่างๆได้ดีมาก
> การใช้มุมกล้องหมุนในปราสาทไร้ขอบเขต
> การเคลื่อนกล้องต่อเนื่องจนเหมือน Long Take
> การผสม 2D กับ 3D ที่แทบไม่รู้สึกขัด
> ฉากอีกาบินสำรวจในปราสาทคือ "The Best" เลยก็ว่าได้ มันให้ความรู้สึกไร้ขอบเขตจนสิ้นหวังจริงๆ อยากกราบคนออกแบบมาก

- ฉากต่อสู้โคตรมันส์
ฉากต่อสู้ที่ทำออกมาได้ดุเดือดเผ็ดมันสุดๆ การดีไซน์ฉากต่อสู้และการปรับมุมกล้องที่โคตรจะ cinematic และจัดไปเต็มอิ่ม 3 ไฟต์
แต่ละไฟต์มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน และยังแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
> ชิโนบุ vs โดมะ - ศึกของเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่เรี่ยวแรงไม่มากพอแม้แต่จะบั่นคออสูรธรรมดา แต่เธอก็ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นให้พี่สาว
ผู้ที่เธอต้องเผชิญหน้าด้วยคืออสูรข้างขึ้นลำดับที่ 2 และเป็นอสูรที่ปลิดชีพพี่สาวของเธอเอง

> เซ็นอิทสึ vs ไคกาคุ - ศึกของผู้สืบทอดปราณอัสนี สองคนที่เดินคนละเส้นทาง คนหนึ่งไร้พรสวรรค์ ใช้ได้เพียงกระบวนท่าที่ 1 แต่ไม่เคยยอมแพ้
ส่วนอีกคนเป็นอัจฉริยะที่ใช้ได้แทบทุกกระบวนท่า ยกเว้นกระบวนท่าที่ 1 และสุดท้ายเลือกละทิ้งศักดิ์ศรีจนกลายเป็นอสูร

> กิยู+ทันจิโร่ vs อาคาสะ - ศึกที่ดุเดือดทั้งการต่อสู้และอารมณ์ ทันจิโร่ที่เติบโตขึ้นอย่างมากจนสามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกิยูได้
ขณะที่อาคาสะ แม้ภายนอกจะดูคลั่งไคล้การต่อสู้ แต่เบื้องหลังกลับซ่อนอดีตอันแสนงดงามที่เขาหลงลืมไป

- ฉากดราม่าโคตรซึ้ง
นอกจากฉากต่อสู้แล้ว ฉากย้อนอดีตและเฉลยปมต่างๆก็ทำออกมาได้แบบ...อื้อ น้ำตาจะไหล ขยี้ปมได้แบบตรงจุด เสียงเพลง บรรยากาศโดยรอบ มันกระตุ้นให้ต่อมน้ำตาทำงานจริงๆนะ ยิ่งถ้าอินกับเนื้อเรื่องแล้ว ต้องพกทิชชู่ติดมือไว้เลย ฉากที่ประทับใจที่สุดก็คงเป็น โคยูกิ และ ฮาคุจิ นี่แหละ ฮืออออออ ร้องไห้ในโรงหนังมาแล้ว ก็มาร้องไห้หน้าทีวีอีก 55555555

ข้อเสีย
- ความยาวของเรื่อง...ใครไม่อินก็คงหลับแน่ๆ
เนื่องจาก ดาบพิฆาตอสูร: ภาคปราสาทไร้ขอบเขต ทำออกมาเป็นเดอะมูฟวี่ เรื่องจึงมีความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อเทียบกับอนิเมะเรื่องอื่นที่ทำเป็นเดอะมูฟวี่ เช่น One Piece: Stampede ที่ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ดาบพิฆาตอสูรภาคนี้ จึงถือว่ายาวมากๆ ส่วนหนึ่งเพราะมันยัดไฟต์ต่อสู้มา 3 ไฟต์ ไหนจะเนื้อเรื่องย้อนอดีตอีก ดูจนตาเปียกตาแฉะเลย

- การลำดับฉาก...ตัดไปตัดมา
อย่างที่บอกไปในข้อดีว่ามันมีทั้งฉากสู้ และฉากย้อนอดีต ซึ่งฉากพวกนั้นมันทำออกมาได้ดีนะ แต่การเรียงลำดับฉากนี่ก็ขัดอารมณ์ได้ดีเหมือนกัน
สู้ๆอยู่ ตัดไปย้อนอดีต ย้อนอดีตอยู่ ตัดกลับมาสู้ มันทำให้รู้สึกสะดุดและไปได้ไม่สุดในบางอารมณ์ หรือบางทีมันก็ทำให้เราเก็บความรู้สึกดีๆนั้นไว้ไม่ได้นานเท่าที่ควร เพราะต้องปรับอารมณ์ตามเรื่องอยู่ตลอดเวลา

- เนื้อเรื่องที่เล่าต่อมาจากอนิเมะซีซั่นล่าสุด
สำหรับคนที่เพิ่งเคยดู หรือต้องมาดูกับลูกๆหลานๆ นี่อาจจะเป็นอุปสรรคที่ใหญ่มากในการรับชม เพราะจะไม่มีการปูเนื้อเรื่องใดๆทั้งสิ้น คือเล่าต่อจากซีซั่นล่าสุดเลย คนที่ไม่เคยดูภาคก่อนอาจตามไม่ทัน และอาจจะไม่เข้าใจเหตุผลของตัวละครต่างๆ หรืออาจะรับสิ่งที่ตัวเรื่องต้องการจะสื่อได้ไม่ครบถ้วน
> อาจจะรู้สึกเฉยๆพอเห็น เซ็นอิทสึ ทำท่าทางจริงจัง //คนที่ดูมาก่อนอาจจะตื่นเต้นและไฮป์มากกว่า
> อาจจะงงว่าทำทันจิโร่ดูแค้นอาคาสะมากขนาดนั้นในตอนแรก

คำถามที่หลายคนสงสัย (ตอบจากความคิดเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆ)
- ทำไมถึงมีฉากย้อนอดีตเยอะ? นี่มันอนิเมะแนวต่อสู้ไม่ใช่เหรอ?
> ก็เป็นอนิเมะแนวต่อสู้นั่นแหละ แต่ทุกตัวละคร ทั้งฝั่งอสูร และฝั่งนักล่าอสูร ต่างก็มีปมในอดีตของตัวเอง เรื่องนี้ก็มีจุดขายตรงนี้เหมือนกัน
การเล่าว่าเพราะอะไรคนนี้ถึงมาเป็นอสูรจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

- ทำไมตอนทันจิโร่มีโอกาสตัดคออาคาสะจากด้านหลังได้ แต่ไม่ยอมทำ ทำไมต้องตะโกนเรียกอาคาสะก่อน? เห็นแล้วหงุดหงิดเลย
> อย่างแรกคงเป็นเพราะทันจิโร่เป็นคนซื่อตรงนั่นแหละ และอีกอย่างคือเนื้อเรื่องเหมือนบอกเป็นนัยๆอยู่แล้วว่าในอดีต อาจารย์และคนรักของอาคาสะถูกลอบสังหาร เขาจึงเกลียดการลอบกัด ชอบสู้ตรงๆมากกว่า และตัวผมคิดว่าหากทันจิโร่ลอบโจมตีจากด้านหลัง อาคาสะอาจจะยิ่งโกรธและอาละวาดหนักกว่าเดิมก็ได้ ต้องเอาชนะให้ได้อย่างขาวสะอาดและทำให้อาคาสะยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
- งานภาพระดับนี้ แปลว่าเนื้อเรื่องไม่สำคัญแล้วใช่ไหม?
> สำหรับผมไม่ใช่ครับ งานภาพเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยส่งเสริมอารมณ์ของเรื่องเท่านั้น ถ้าไม่มีเนื้อเรื่องและปมของตัวละครมารองรับ
ฉากต่อสู้ก็คงไม่ทำให้ผมอินหรือร้องไห้ได้ขนาดนี้ งานภาพอาจเป็นจุดขาย แต่ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ผมชอบภาคนี้

สรุปแล้วเรื่องนี้มันห่วยจริงเหรอ?
- สำหรับผมแล้วมันไม่ห่วยหรอกครับ มันก็แค่ได้รับคำวิจารณ์เหมือนเรื่องอื่นๆ มีทั้งคนชม มีทั้งคนติ
แต่ตัวมันก็ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในแง่ของรายได้และกระแส

ดังนั้น ดาบพิฆาตอสูร: ภาคปราสาทไร้ขอบเขต จึงเป็นเรื่องที่ได้รับคำชมเรื่องงานภาพ, เสียง และฉากต่อสู้ที่อลังการมาก จนสร้างสถิติรายได้ถล่มทลายทั่วโลก แต่ก็ได้รับคำติชมเกี่ยวกับการลำดับฉากไม่น้อยเช่นกัน

ผมเข้าใจนะว่าคนที่ชม ชมเพราะอะไร และคนที่บ่น บ่นเพราะอะไร ทุกคนสามารถวิจารณ์ได้ และแสดงความเห็นของตัวเองได้ แต่ก็ควรแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์และอยู่ในกรอบของเหตุผล หลายคนมองว่าเรื่องนี้มันพลาดตรงที่ทำออกมาเป็นเดอะมูฟวี่ ทำให้ต้องยัดเนื้อหาอัดใส่ลงไปจนแน่น
ถ้าทำออกมาเป็นอนิเมะรายสัปดาห์ เหมือนซีซั่นก่อนๆ ก็คงหมดปัญหาเรื่องการลำดับฉาก ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะถ้าแยกเป็นตอนๆ เราอาจจะปรับอารมณ์ได้ดีกว่านี้จริงๆ หรือถ้าตัดแค่คู่ กิยู+ทันจิโร่ vs อาคาสะ มาทำเป็นเดอะมูฟวี่ มันจะกระชับและออกมาดีกว่านี้ไหมนะ?
.
แต่โดยรวมผมก็ยังชอบภาคนี้มากๆ และจะดูซ้ำอีกรอบแน่นอน

คะแนน (จากผมเอง)
- งานภาพ 10/10
- ฉากต่อสู้ 10/10
- ดราม่า 9/10
- การเล่าเรื่อง 7/10
- ความคุ้มค่า 9.5/10
คะแนนรวม 9/10 (เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ และเป็นคะแนนภาพรวมทั้งหมด)

ช่องทางการรับชม
👉 Bilibili / iQIYI / Crunchyroll / Netflix (หรือใครมีช่องทางอื่นๆที่รับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ก็มาแชร์กันนะ)

ใครได้ดูแล้วบ้าง ดูแล้วสนุกไหม? ประทับใจฉากไหนบ้าง? ให้คะแนนภาคนี้เท่าไหร่กัน?


เครดิตภาพ: www.crunchyroll.com
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่