แบบนี้ไปหาหมอด่วนมั้ย (ลูก 1.6 ขวบ )

น้องอายุ 1.6 ขวบ เป็นไข้ สว๊อฟเจอว่าติด Covid 19 วันที่ 4 ก.ค. โดยใช้สิทธ์ 30 บาท วันที่ 8 ก.ค. รพ. มีคนไข้เป็น EสุกEใส แต่ รพ.มีห้องกักเชื้เพียงห้องเดียว จึงประเมินอาการว่า ถ้าผลเลือดไม่ติดเชื้อให้กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน (จริงๆน้องต้องให้ยาฆ่าเชื้อถึงวันที่ 12 ก.ค.) ผลออกมาว่า ไม่ติดเชื้อแล้ว จึงให้ยาฆ่าเชื้อมากินถึง 14 ก.ค. วันที่ 15 ตรวจปอด แต่ปอดยังเป็นฝ้า เลยให้ยาฆ่าเชื้อ (อีกชนิด)มากินต่อถึงวันที่ 24 ก.ค. และนัดตรวจวันที่ 27 ก.ค. แต่ตั้งแต่ยาฆ่าเชื้อหมด น้องมีอาการหายใจครืดคราด และเสียงแหบ ซึ่งเราคิดว่าเป็นเพราะเอฟเฟ็กcovid วันที่ 27 ไปตรวจปอดน้องว่ายังไม่ดี แต่หมอไม่ได้ให้กินยาต่อ วันที่ 28 ตอน 1ทุ่ม น้องไข้ขึ้นสูง ให้กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด จึงพาน้องไปที่ศิริราช ตอน 5 ทุ่ม (วันหยุดยาวกลัวรพ.ที่น้องมีสิทธิ์อยู่ ไม่มีหมอ) ซึ่งคุณหมอสวอฟไม่เจอเชื้อ Covid หรือไข้หวัดใหญ่แล้ว ตรวจเลือด เจอเชื้อแบคทีเรีย แต่ผลเลือดออกมาว่าขาดน้ำมาก เลยให้น้ำเกลือประมาณ 1 ชม. ให้กินยาลดไข้ เช็ดตัวว่าไข้ลด คุณหมอเลยประมาณอาการว่า ให้กลับบ้านและพารากลับมาด้วย วันที่ 29ก.ค. น้องมีอาการหนักขึ้น กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด(เช็ดตัวตัวเย็น แต่หัวร้อนไม่ลง 38.9°) มีท้องเสีย ไม่กินข้าว (กลืนน้ำลายบ่อยน่าจะเจ็บคอ) ไม่กินน้ำ และ ซึม เลยคิดว่าน่าจะเพราะไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ จิงให้ยาฆ่าเชื้อ amoxy 250 ml 6 cc ร่วมพาราด้วย ซึ่งปรากฏว่า ไข้ลงดี ร่าเริงขึ้น เริ่มหยิบอาหารกิน แต่เนื่องด้วย ไม่ได้เป็นคำสั่งจากแพทย์ เลยอยากถามคุณหมอค่ะว่า 31 ก.ค. ควรไปหาหมอด่วน หรือ ควรทานให้ครบ 5 วัน แล้วค่อยไปหาหมอค่ะ (พอดีเภสัชแนะนำว่าต้องยาฆ่าเชื้อต้องกินให้ครบ 5 วัน กินๆหยุดๆไม่ได้)
   น้องมีนัดตรวจปอด รพ.หลัก วันที่ 6 ส.ค.
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่