5 สัญญาณตอนเดินที่หลายคนมองข้าม เสี่ยงหลอดเลือดตีบไม่รู้ตัว!



เดินไปนิดเดียวแล้วน่องปวด
หยุดพักไม่กี่นาทีก็ดีขึ้น
พอเดินต่อก็ปวดซ้ำที่เดิม
หลายคนคิดว่าแก่แล้ว
กล้ามไม่แข็งแรง
หรือคงเดินน้อยเกินไป
แต่รูปแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องของกล้ามเนื้อครับ

มันอาจเป็นสัญญาณว่าเลือดไปเลี้ยงขาไม่พอ เพราะหลอดเลือดแดงเริ่มตีบ
ที่ต้องใส่ใจคือ โรคหลอดเลือดขาไม่ได้กระทบแค่ขาครับ คนที่มีคราบไขมันในหลอดเลือดขา มักมีความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองร่วมด้วย

1. เดินแล้วปวดน่อง พอหยุดพักก็หาย
นี่เป็นอาการที่พบได้บ่อยของหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบครับ
เวลาเดิน กล้ามเนื้อต้องการเลือดเพิ่ม
แต่เส้นเลือดที่แคบส่งเลือดไปไม่ทัน
จึงเกิดอาการปวด บีบ ตึง หรือเมื่อยน่อง
พอหยุดเดิน ความต้องการเลือดลดลง อาการก็ทุเลา แล้วกลับมาปวดอีกเมื่อเดินระยะใกล้เคียงเดิมครับ

2. ขาหนัก ล้าง่าย หรือเดินได้สั้นลงเรื่อย ๆ
บางคนไม่ได้ปวดชัดครับ แต่รู้สึกว่าขาข้างหนึ่งหมดแรงเร็ว เดินขึ้นบันไดลำบาก หรือจากเคยเดินไกลได้ ตอนนี้ต้องหยุดพักบ่อยขึ้น อาการอ่อนแรง ชา หรือควบคุมขาได้ไม่ดี อาจเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อน้อยลงได้ครับ

3. เดินแล้วเท้าชา เย็น หรือเหมือนมีเข็มทิ่ม
ถ้าเดินแล้วปลายเท้าชา เย็น หรือรู้สึกยิบ ๆ โดยเฉพาะข้างเดียว อย่าคิดว่าเป็นเส้นประสาททุกครั้งครับ หลอดเลือดตีบก็ทำให้เลือดและออกซิเจนไปถึงเท้าน้อยลงได้ ให้ลองสังเกตว่าเท้าข้างหนึ่งเย็นกว่าอีกข้าง สีซีดกว่า หรือชีพจรที่เท้าเบาลงไหมครับ

4. แผลที่เท้าหายช้า เล็บและผิวเริ่มเปลี่ยน
เลือดไปเลี้ยงไม่พอ แผลเล็ก ๆ ที่นิ้วเท้าหรือส้นเท้าจะหายช้าครับ บางคนมีขนหน้าแข้งลดลง ผิวบาง มันวาว เท้าเย็น หรือกล้ามเนื้อขาลีบลงร่วมด้วย อาการพวกนี้เป็นสัญญาณว่าขาได้รับเลือดไม่เต็มที่มาระยะหนึ่งแล้ว

5. ปวดเท้าหรือปวดขาแม้ตอนพัก
ถ้าเริ่มปวดตอนกลางคืน
นอนราบแล้วปวดมาก
ต้องห้อยขาลงจากเตียงถึงจะดีขึ้น
อันนี้ไม่ใช่ระยะที่ควรรอดูครับ เพราะอาจหมายถึงเลือดไปเลี้ยงขาน้อยมากแล้ว โดยเฉพาะถ้าเท้าซีด เย็น ชา หรือเริ่มขยับไม่ได้ ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ใครต้องระวังเป็นพิเศษ?
• สูบบุหรี่หรือเคยสูบมานาน
• เป็นเบาหวาน ความดัน หรือไขมันสูง
• มีโรคไตหรือโรคหัวใจ
• อายุเพิ่มขึ้นและไม่ค่อยได้ขยับ
• เคยมีแผลที่เท้าหายช้าครับ

ตรวจยังไงว่าหลอดเลือดขาตีบ?
การตรวจเบื้องต้นที่ใช้บ่อยคือ ABI หรือการเปรียบเทียบความดันที่ข้อเท้ากับแขนครับ ถ้าผิดปกติ หมออาจตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือด หรือการตรวจภาพหลอดเลือดเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ลดเสี่ยงเลือดตีบลงขาตั้งแต่วันนี้
• เลิกสูบบุหรี่ เพราะเป็นตัวเร่งให้หลอดเลือดตีบเร็วมาก
• คุมเบาหวาน ความดัน และ LDL ให้ถึงเป้าหมาย
• เดินสม่ำเสมอ ตามกำลัง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ขา
• ฝึกกล้ามเนื้อขาและน่องสัปดาห์ละ 2–3 วัน
• ลดของทอด เนื้อแปรรูป และไขมันอิ่มตัว
• เพิ่มปลา ผัก ถั่ว และไขมันดีโอเมก้า-3
• ตรวจเท้าทุกวัน โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน ดูแผล สีผิว และความเย็นของเท้าครับ

อย่ารอให้เดินแทบไม่ได้แล้วค่อยตรวจครับ ถ้าเดินแล้วปวดซ้ำที่เดิม หยุดพักแล้วหาย ขาข้างหนึ่งเย็น ชา หรือมีแผลหายช้า ควรไปประเมินให้ชัด เพราะการดูแลตั้งแต่ยังเดินได้ดี ช่วยลดทั้งความเสี่ยงแผลที่เท้าและโรคหลอดเลือดส่วนอื่นได้ครับ

Cr. FBหมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่