เรามักรู้จักถั่วลันเตาในรูปแบบของว่างขบเคี้ยว ซึ่งนอกจากจะกรอบอร่อยทานง่ายแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เราสามารถทานถั่วลันเตาได้ตั้งแต่ฝักยังอ่อน ซึ่งจะมีรสชาติหวานกรอบ นิยมนำมาปรุงเป็นผัดผัก ส่วนเมล็ดแก่ก็นำมาปรุงอาหารและอบกรอบเป็นของว่าง มีเส้นใยอาหารสูง มีไขมันต่ำ ทานง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบทานผัก ปัจจุบันมีการนำถั่วลันเตามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ถั่วลันเตามีดีต่อสุขภาพหลายด้าน มีส่วนช่วยรักษาและป้องกันการเจ็บป่วยต่างๆ ได้ด้วย มาดูกันเลยค่ะว่าประโยชน์เน้นๆ จากถั่วลันเตามีอะไรกันบ้าง
1. เป็นแหล่งโปรตีน 💪
ถั่วลันเตาอุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญ จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีของผู้ที่ไม่บริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อย่างไรก็ตาม โปรตีนจากถั่วลันเตานั้นขาดกรดอะมิโนเมไทโอนีน ซึ่งจำเป็นในกระบวนการทำงานภายในเซลล์ จึงควรทำเมนูถั่วลันเตาร่วมกับแหล่งโปรตีนอื่นเพื่อชดเชยให้สมดุล ถั่วลันเตายังมีกรดอะมิโนที่ชื่อแอลอาร์จินีนอยู่สูง ซึ่งมีความสำคัญมากในการสร้างกล้ามเนื้อ
2. เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ 🩺
ถั่วลันเตาประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่น ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ กรดฟีโนลิก และโพลีฟีนอล เป็นต้น สารเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ภายในร่างกายถูกทำลาย ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี อี และสังกะสี ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก
3. มีส่วนช่วยลดน้ำหนัก ช่วยลดคอเลสเตอรอล 🧎♀️
ถั่วลันเตามีโปรตีนสูง มีไขมันต่ำ อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ซึ่งส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักอย่างชัดเจน โปรตีนจากถั่วลันเตายังช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเกรลิน ที่ทำให้เรารู้สึกหิวได้ และยังมีไนอะซิน ซึ่งช่วยลดการสร้างไตรกลีเซอไรด์และไขมันชนิดไม่ดี ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันได้
4. มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร ✅
ถั่วลันเตาประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารสูง ที่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร จึงทำให้ระบบขับถ่ายและลำไส้ของเราสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาท้องผูก ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคในระบบย่อยอาหาร
5. มีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ ♥️
นอกจากช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตันแล้ว ลูทีน และเส้นใยอาหารที่อยู่ในถั่วลันเตา ก็ยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้อีกด้วย นอกจากนี้ สารไนอะซิน ไธอะมีน โฟเลต ไรโบฟลาวิน และวิตามินบี 6 ยังมีส่วนช่วยลดระดับของโฮโมซีสเตอีน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคหัวใจให้ลดลงได้
6. มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ 🩸
ถั่วลันเตาอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้น้ำตาลถูกย่อยช้าลง ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งขึ้นสูง อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระก็ยังช่วยป้องกันภาวะการดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
7. ช่วยบำรุงสายตา 👀
ถั่วลันเตามีวิตามินเอสูง มีเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตาของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังคงมีลูทีน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องดวงตาจากภาวะต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม
8. ช่วยบำรุงกระดูก 🦴
ถั่วลันเตามีวิตามินเคสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้งวิตามินเคยังส่งผลให้กระดูกสะสมแคลเซียมได้มากขึ้น และยังมีวิตามินบี ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
9. อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก 👁️
ถั่วลันเตามีธาตุเหล็กสูง ซึ่งพบได้ในฮีโมโกลบิน ที่คอยลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงยังส่วนต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่าย คนที่เป็นโรคโลหิตจางสามารถทานเสริมได้
ด้วยคุณประโยชน์ของถั่วลันเตา จะเห็นได้ว่าถั่วลันเตาคือหนึ่งในสุดยอดอาหาร ที่ช่วยบำรุงสุขภาพได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังมีรสชาติอร่อย ทานได้ง่าย นำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมให้ถั่วลันเตาเป็นหนึ่งในตัวเลือกเมนูอาหารและของว่างของเรากันค่ะ
👩⚕️
ข้อแนะนำในการบริโภคถั่วลันเตา
▪️ ถั่วลันเตามีสารพิวรีน ที่จะทำให้การขับถ่ายกรดยูริกทางปัสสาวะลดลง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเกาต์ นิ่ว และไตอักเสบได้ จึงไม่ควรทานมากเกินไป ส่วนผู้ที่เป็นโรคเกาต์ โรคนิ่วและโรคไต ควรหลีกเลี่ยง
▪️ หากทานในปริมาณมาก สำหรับบางคนอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ท้องอืด ท้องเฟ้อได้
▪️ ควรเลือกซื้อถั่วลันเตาที่ฝักเป็นมันวาว มีเมล็ดแน่นในฝัก ผิวนุ่ม ไม่เน่าเสียหรือผิดรูปร่าง
▪️ การเตรียมทำอาหาร ล้างถั่วลันเตาให้สะอาด ตัดและแกะเส้นใยแข็งบริเวณฝักถั่วออกก่อนนำไปปรุงอาหาร
▪️ ควรทานถั่วลันเตาที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงสารต้านโภชนาการที่พบได้สูงในถั่วที่ยังดิบ
▪️ การเก็บรักษาควรนำถั่วลันเตาใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่ในตู้เย็น แล้วล้างทำความสะอาดเมื่อต้องการทำอาหาร
▪️ ถั่วลันเตาอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้อาหาร แพ้ถั่ว สำหรับสตรีตั้งครรภ์และอยู่ในระหว่างให้นมบุตร ควรปรึกษาคุณหมอก่อนทานนะคะ
ที่มา : อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ
🥜ถั่วลันเตา แหล่งโปรตีนจากพืชที่ดีต่อสุขภาพหลายด้าน 💪🏿
1. เป็นแหล่งโปรตีน 💪
ถั่วลันเตาอุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญ จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีของผู้ที่ไม่บริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อย่างไรก็ตาม โปรตีนจากถั่วลันเตานั้นขาดกรดอะมิโนเมไทโอนีน ซึ่งจำเป็นในกระบวนการทำงานภายในเซลล์ จึงควรทำเมนูถั่วลันเตาร่วมกับแหล่งโปรตีนอื่นเพื่อชดเชยให้สมดุล ถั่วลันเตายังมีกรดอะมิโนที่ชื่อแอลอาร์จินีนอยู่สูง ซึ่งมีความสำคัญมากในการสร้างกล้ามเนื้อ
2. เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ 🩺
ถั่วลันเตาประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่น ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ กรดฟีโนลิก และโพลีฟีนอล เป็นต้น สารเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ภายในร่างกายถูกทำลาย ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี อี และสังกะสี ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก
3. มีส่วนช่วยลดน้ำหนัก ช่วยลดคอเลสเตอรอล 🧎♀️
ถั่วลันเตามีโปรตีนสูง มีไขมันต่ำ อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ซึ่งส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักอย่างชัดเจน โปรตีนจากถั่วลันเตายังช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเกรลิน ที่ทำให้เรารู้สึกหิวได้ และยังมีไนอะซิน ซึ่งช่วยลดการสร้างไตรกลีเซอไรด์และไขมันชนิดไม่ดี ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันได้
4. มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร ✅
ถั่วลันเตาประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารสูง ที่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร จึงทำให้ระบบขับถ่ายและลำไส้ของเราสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาท้องผูก ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคในระบบย่อยอาหาร
5. มีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ ♥️
นอกจากช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตันแล้ว ลูทีน และเส้นใยอาหารที่อยู่ในถั่วลันเตา ก็ยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้อีกด้วย นอกจากนี้ สารไนอะซิน ไธอะมีน โฟเลต ไรโบฟลาวิน และวิตามินบี 6 ยังมีส่วนช่วยลดระดับของโฮโมซีสเตอีน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคหัวใจให้ลดลงได้
6. มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ 🩸
ถั่วลันเตาอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้น้ำตาลถูกย่อยช้าลง ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งขึ้นสูง อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระก็ยังช่วยป้องกันภาวะการดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
7. ช่วยบำรุงสายตา 👀
ถั่วลันเตามีวิตามินเอสูง มีเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตาของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังคงมีลูทีน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องดวงตาจากภาวะต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม
8. ช่วยบำรุงกระดูก 🦴
ถั่วลันเตามีวิตามินเคสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้งวิตามินเคยังส่งผลให้กระดูกสะสมแคลเซียมได้มากขึ้น และยังมีวิตามินบี ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
9. อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก 👁️
ถั่วลันเตามีธาตุเหล็กสูง ซึ่งพบได้ในฮีโมโกลบิน ที่คอยลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงยังส่วนต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่าย คนที่เป็นโรคโลหิตจางสามารถทานเสริมได้
ด้วยคุณประโยชน์ของถั่วลันเตา จะเห็นได้ว่าถั่วลันเตาคือหนึ่งในสุดยอดอาหาร ที่ช่วยบำรุงสุขภาพได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังมีรสชาติอร่อย ทานได้ง่าย นำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมให้ถั่วลันเตาเป็นหนึ่งในตัวเลือกเมนูอาหารและของว่างของเรากันค่ะ
👩⚕️ ข้อแนะนำในการบริโภคถั่วลันเตา
▪️ ถั่วลันเตามีสารพิวรีน ที่จะทำให้การขับถ่ายกรดยูริกทางปัสสาวะลดลง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเกาต์ นิ่ว และไตอักเสบได้ จึงไม่ควรทานมากเกินไป ส่วนผู้ที่เป็นโรคเกาต์ โรคนิ่วและโรคไต ควรหลีกเลี่ยง
▪️ หากทานในปริมาณมาก สำหรับบางคนอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ท้องอืด ท้องเฟ้อได้
▪️ ควรเลือกซื้อถั่วลันเตาที่ฝักเป็นมันวาว มีเมล็ดแน่นในฝัก ผิวนุ่ม ไม่เน่าเสียหรือผิดรูปร่าง
▪️ การเตรียมทำอาหาร ล้างถั่วลันเตาให้สะอาด ตัดและแกะเส้นใยแข็งบริเวณฝักถั่วออกก่อนนำไปปรุงอาหาร
▪️ ควรทานถั่วลันเตาที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงสารต้านโภชนาการที่พบได้สูงในถั่วที่ยังดิบ
▪️ การเก็บรักษาควรนำถั่วลันเตาใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่ในตู้เย็น แล้วล้างทำความสะอาดเมื่อต้องการทำอาหาร
▪️ ถั่วลันเตาอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้อาหาร แพ้ถั่ว สำหรับสตรีตั้งครรภ์และอยู่ในระหว่างให้นมบุตร ควรปรึกษาคุณหมอก่อนทานนะคะ
ที่มา : อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ