เปิดเสน่ห์ผักพื้นบ้าน "มะระขี้นก" ตัวช่วยลดน้ำตาลชั้นดีที่ทำอะไรกินก็อร่อย! พร้อมทริคเคลียร์ใจคนรักสุขภาพ กินสดหรือต้มสุกดีกว่ากัน? และจุดไหนของมะระที่กินแล้วอันตรายถึงขั้นปวดท้องรุนแรง
ชวนสายสุขภาพเข้าครัวกับ 5 เมนูมะระขี้นกสไตล์พื้นบ้าน ชูเสน่ห์ความขมอันเป็นเอกลักษณ์ให้อร่อยกลมกล่อม กินเพลิน ถูกปาก ได้ประโยชน์เน้นๆ ทั้งช่วยลดน้ำตาลและบำรุงร่างกาย
คำกล่าวที่ว่า "หวานเป็นลม ขมเป็นยา" ยังคงใช้ได้ดีเสมอ โดยเฉพาะกับ "มะระขี้นก" ผักสมุนไพรพื้นบ้านที่โดดเด่นด้วยรสขมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหลายคนอาจมองข้าม แต่แท้จริงแล้วความขมนี้แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้เมนูอาหารไทยมีรสชาติลุ่มลึกและชวนให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า มะระขี้นกอุดมไปด้วยสารชาแรนติน (Charantin) ที่มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไทยรัฐออนไลน์จึงขอแจก 5 เมนูมะระขี้นกทำง่ายสไตล์ครัวไทย ที่เน้นดึงความขมมาผสานกับวัตถุดิบอื่นๆ จนเกิดเป็นความอร่อยที่ลงตัว
กินสด vs ต้มสุก แบบไหนได้ประโยชน์กว่ากัน?
เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางโภชนาการสูงสุด หลายคนมักสงสัยว่าควรนำมะระขี้นกไปปรุงสุกหรือกินสด ข้อเท็จจริงมีดังนี้
ทานแบบสด เช่น นำไปคั้นน้ำหรือทานแกล้มน้ำพริก จะช่วยรักษาวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มักสลายตัวเมื่อโดนความร้อน รวมถึงร่างกายจะได้รับสารชาแรนตินอย่างเต็มที่ แต่ข้อเสียคือมีรสขมจัด เฝื่อน และอาจย่อยยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาระบบขับถ่าย
ทานแบบผ่านความร้อน แม้วิตามินบางส่วนจะลดลงเมื่อนำไปต้ม ผัด หรือแกง แต่สารสำคัญอย่างชาแรนตินยังคงทนทานและทำงานได้ดี โดยเฉพาะในเมนูต้มที่สารอาหารละลายออกมาในน้ำซุป นอกจากนี้ การทำให้สุกยังช่วยลดความขมเฝื่อน ทำให้รสชาติอร่อยขึ้น และกระเพาะอาหารย่อยได้ง่ายกว่าเดิม
เมล็ดมะระขี้นก กินได้หรือไม่? ควรเอาออกหรือเปล่า?
ในทางการแพทย์และโภชนาการ "แนะนำให้ควักเมล็ดและไส้สีขาวออกก่อนนำไปประกอบอาหารทุกครั้ง" ด้วยเหตุผลสำคัญด้านความปลอดภัย ดังนี้
อาจมีสารที่มีฤทธิ์เป็นพิษ เมล็ดของมะระขี้นก โดยเฉพาะผลที่เริ่มแก่หรือสุกจนเมล็ดเป็นสีแดง มีสารกลุ่มอัลคาลอยด์ (Alkaloids) และไวซีน (Vicine) หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสียอย่างรุนแรง
ข้อควรระวังสำหรับสตรีมีครรภ์ ข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่า สารบางชนิดในเมล็ดและเนื้อผลที่สุกจัด อาจส่งผลกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก ซึ่งเป็นอันตรายและมีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์
อ่านต้นฉบับได้ที่นี่
หวานเป็นลม ขมเป็นยา แต่ถ้าทำตามนี้ รับรองว่า "ขมแต่อร่อยจนหยุดไม่ได้!"
อ่านต้นฉบับได้ที่นี่