สายแซ่บมีเฮ! วิจัยชี้ "กินเผ็ด" เป็นประจำอาจช่วยให้อายุยืน
Keypoints :
- งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่าการกินเผ็ด 6-7 วันต่อสัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเสียชีวิตโดยรวมที่ลดลง 14% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินเผ็ดน้อย
- สาร "แคปไซซิน" ในพริกคือปัจจัยสำคัญ โดยมีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เช่น อาจช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และช่วยให้บริโภคเกลือน้อยลง
- การกินเผ็ดไม่ได้ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารอย่างที่หลายคนเชื่อ ตรงกันข้าม แคปไซซินอาจช่วยปกป้องเยื่อบุกระเพาะและลดการหลั่งกรดได้
- ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าข้อมูลนี้เป็นเพียงการศึกษาที่ชี้ให้เห็น "ความสัมพันธ์" เท่านั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการกินเผ็ดเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้อายุยืน
หลายคนหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดเพราะกลัวแสบท้องเป็นกรดไหลย้อน ขณะที่อีกหลายคนขาดพริกและอาหารรสจัดไม่ได้ แต่ "ความเผ็ด" อาจไม่ได้มีดีแค่เพิ่มรสชาติอาหาร เพราะตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เริ่มพบหลักฐานว่า การรับประทานอาหารรสเผ็ดเป็นประจำอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตที่ลดลง รวมถึงอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ ระบบทางเดินอาหาร และการอักเสบในร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ข้อมูลในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่า "กินเผ็ดทำให้อายุยืน" โดยตรง แต่เป็นความสัมพันธ์ที่พบจากงานวิจัย ซึ่งยังต้องศึกษากลไกและปัจจัยอื่นเพิ่มเติม
กรุงเทพธุรกิจ ชวนสำรวจว่า "แคปไซซิน" (Capsaicin) สารสำคัญที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร และเหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงเริ่มให้ความสนใจกับอาหารรสเผ็ดในฐานะหนึ่งในองค์ประกอบของการมีสุขภาพดีและอายุยืน
งานวิจัยพบ คนกินเผ็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงเสียชีวิตต่ำกว่า
หนึ่งในงานวิจัยที่ถูกอ้างถึงมากที่สุด ตีพิมพ์ในวารสาร The BMJ เมื่อปี 2015 โดยติดตามชาวจีนมากกว่า 500,000 คน ระหว่างปี 2004 - 2008 ก่อนติดตามสุขภาพต่อเนื่องหลายปี
ผลการศึกษาพบว่า แม้นักวิจัยจะควบคุมปัจจัยสำคัญต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย การรับประทานผัก ผลไม้ และเนื้อแดงแล้ว
ผู้ที่รับประทานอาหารรสเผ็ด 6 - 7 วันต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงเสียชีวิตลดลง 14% เมื่อเทียบกับผู้ที่กินเผ็ดน้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง
นอกจากนี้ ยังพบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตจาก โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง ที่ลดลงอีกด้วย
สองปีต่อมา งานวิจัยในสหรัฐอเมริกาก็ให้ผลในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่าผู้ที่รับประทาน พริกแดงรสเผ็ด (Hot Red Chili Peppers) มีโอกาสเสียชีวิตระหว่างช่วงติดตามผลน้อยกว่าผู้ที่ไม่รับประทานประมาณ 13%
แม้ผลลัพธ์จะน่าสนใจ แต่นักวิจัยเน้นย้ำว่านี่เป็นการศึกษาเชิงสังเกต (Observational Study) ซึ่งแสดงเพียง "ความสัมพันธ์" ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าอาหารรสเผ็ดเป็นสาเหตุที่ทำให้อายุยืน
"แคปไซซิน" ทำงานอย่างไรในร่างกาย
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่ แคปไซซิน (Capsaicin) สารออกฤทธิ์หลักในพริก
แคปไซซินทำงานผ่านตัวรับความรู้สึกร้อนที่เรียกว่า TRPV1 (Transient Receptor Potential Vanilloid 1) ซึ่งไม่ได้อยู่แค่บนลิ้น แต่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ทั้งผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และเซลล์ภูมิคุ้มกัน
เมื่อถูกกระตุ้น ตัวรับชนิดนี้จะส่งผลต่อกระบวนการหลายด้านของร่างกาย ตั้งแต่การรับรู้ความเจ็บปวด การอักเสบ การเผาผลาญพลังงาน ไปจนถึงการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด
ความเผ็ดของพริกอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
งานวิจัยเชิงสังเกตหลายชิ้นพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารรสเผ็ดเป็นประจำ มีแนวโน้มเกิด โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองน้อยกว่า
แม้กลไกจะยังศึกษาไม่สมบูรณ์ แต่การทดลองแบบสุ่มในมนุษย์ (Randomized Controlled Trial) บางส่วนพบว่า แคปไซซินอาจช่วยเพิ่มระดับ HDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องหัวใจ อีกทั้งยังอาจช่วยเพิ่มการใช้พลังงานของร่างกายในระยะสั้น
อีกเหตุผลหนึ่งที่น่าสนใจคือ
อาหารรสเผ็ดอาจช่วยให้คน ลดการบริโภคเกลือโดยไม่รู้ตัว
งานวิจัยจากประเทศจีนในปี 2017 ที่ศึกษาผู้ใหญ่ราว 600 คน พบว่า ผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสเผ็ดบริโภคเกลือน้อยกว่ากลุ่มอื่นเฉลี่ยประมาณ ครึ่งช้อนชาต่อวัน และมีระดับความดันโลหิตต่ำกว่า
นักวิจัยยังใช้การสแกนสมองร่วมกับการทดลองพบว่า แคปไซซินทำให้สมองรับรู้รสเค็มได้เข้มข้นขึ้น กล่าวคือ อาหารที่ใส่พริกจะทำให้รู้สึกเค็มมากขึ้น แม้ใช้เกลือหรือซีอิ๊วน้อยลง
ความเผ็ดไม่ได้ทำร้ายกระเพาะอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ความเชื่อที่ว่าอาหารเผ็ดทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารนั้น ไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด
งานวิจัยพบว่า แคปไซซินไม่ได้ทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารที่ปกติ ตรงกันข้าม ยังสามารถช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะ และเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังเยื่อบุกระเพาะ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลในทางเดินอาหารได้
ส่วนอาการแสบร้อนกลางอกหลังรับประทานอาหารรสเผ็ด ไม่ได้เกิดจากกรดที่เพิ่มขึ้นเสมอไป แต่อาจเกิดจากแคปไซซินไปกระตุ้นตัวรับ TRPV1 ในหลอดอาหาร ทำให้สมองรับรู้เป็นความรู้สึกแสบร้อนคล้ายกรดไหลย้อน
นอกจากนี้ การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมในปี 2006 ยังพบว่า แคปไซซิน ไม่ได้ทำให้อาการริดสีดวงทวารแย่ลงตามที่หลายคนเชื่อ
ความเผ็ดอาจช่วยเรื่องลำไส้
อีกประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์สนใจคือผลของแคปไซซินต่อผู้ป่วย โรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
ตัวรับ TRPV1 พบมากกว่าปกติในลำไส้ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ทำให้ไวต่อความเจ็บปวด
ในช่วงแรกของการรับประทานอาหารเผ็ด บางคนอาจรู้สึกปวดท้องหรือไม่สบายมากขึ้น แต่หากรับประทานเป็นประจำ ตัวรับเหล่านี้อาจเกิดภาวะ Desensitization หรือการตอบสนองลดลง ส่งผลให้อาการปวดเรื้อรังดีขึ้นได้ ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับการทดลองขนาดเล็กในมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การตอบสนองต่อแคปไซซินแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากรับประทานแล้วมีอาการผิดปกติ ก็ไม่ควรฝืนรับประทานเพื่อหวังผลด้านสุขภาพ
ความเผ็ดเกี่ยวข้องกับมะเร็งอย่างไร?
ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาหารรสเผ็ดกับมะเร็งยัง ไม่เป็นข้อสรุป
งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่า แคปไซซินอาจมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งผ่านกลไกต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ยังมีงานวิจัยบางส่วนที่พบผลตรงกันข้ามในมะเร็งบางชนิด
นักวิทยาศาสตร์จึงเห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องมีการศึกษาคุณภาพสูงเพิ่มเติม ก่อนจะสรุปผลอย่างชัดเจน
พริกไม่ใช่ "ยาอายุวัฒนะ"
แม้งานวิจัยจะชี้ให้เห็นประโยชน์หลายด้านของอาหารรสเผ็ด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ควรมองพริกหรือแคปไซซินเป็น "อาหารมหัศจรรย์"
รูปแบบการรับประทานอาหารที่มีหลักฐานสนับสนุนเรื่องสุขภาพและอายุยืนมากที่สุดในปัจจุบัน ยังคงเป็น อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) ซึ่งเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ปลา น้ำมันมะกอก และอาหารที่อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล
พริกและอาหารรสเผ็ดเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้อายุยืน
หากคุณเป็นคนที่ชอบกินเผ็ด ก็สามารถรับประทานได้อย่างเหมาะสม แต่หากร่างกายตอบสนองไม่ดี ไม่จำเป็นต้องฝืน เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่อยู่ที่ภาพรวมของพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งหมด ทั้งการกินอาหารที่หลากหลาย การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา
สายแซ่บมีเฮ! วิจัยชี้ "กินเผ็ด" เป็นประจำอาจช่วยให้อายุยืน
สายแซ่บมีเฮ! วิจัยชี้ "กินเผ็ด" เป็นประจำอาจช่วยให้อายุยืน
Keypoints :
- งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่าการกินเผ็ด 6-7 วันต่อสัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเสียชีวิตโดยรวมที่ลดลง 14% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินเผ็ดน้อย
- สาร "แคปไซซิน" ในพริกคือปัจจัยสำคัญ โดยมีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เช่น อาจช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และช่วยให้บริโภคเกลือน้อยลง
- การกินเผ็ดไม่ได้ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารอย่างที่หลายคนเชื่อ ตรงกันข้าม แคปไซซินอาจช่วยปกป้องเยื่อบุกระเพาะและลดการหลั่งกรดได้
- ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าข้อมูลนี้เป็นเพียงการศึกษาที่ชี้ให้เห็น "ความสัมพันธ์" เท่านั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการกินเผ็ดเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้อายุยืน
หลายคนหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดเพราะกลัวแสบท้องเป็นกรดไหลย้อน ขณะที่อีกหลายคนขาดพริกและอาหารรสจัดไม่ได้ แต่ "ความเผ็ด" อาจไม่ได้มีดีแค่เพิ่มรสชาติอาหาร เพราะตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เริ่มพบหลักฐานว่า การรับประทานอาหารรสเผ็ดเป็นประจำอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตที่ลดลง รวมถึงอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ ระบบทางเดินอาหาร และการอักเสบในร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ข้อมูลในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่า "กินเผ็ดทำให้อายุยืน" โดยตรง แต่เป็นความสัมพันธ์ที่พบจากงานวิจัย ซึ่งยังต้องศึกษากลไกและปัจจัยอื่นเพิ่มเติม
กรุงเทพธุรกิจ ชวนสำรวจว่า "แคปไซซิน" (Capsaicin) สารสำคัญที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร และเหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงเริ่มให้ความสนใจกับอาหารรสเผ็ดในฐานะหนึ่งในองค์ประกอบของการมีสุขภาพดีและอายุยืน
งานวิจัยพบ คนกินเผ็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงเสียชีวิตต่ำกว่า
หนึ่งในงานวิจัยที่ถูกอ้างถึงมากที่สุด ตีพิมพ์ในวารสาร The BMJ เมื่อปี 2015 โดยติดตามชาวจีนมากกว่า 500,000 คน ระหว่างปี 2004 - 2008 ก่อนติดตามสุขภาพต่อเนื่องหลายปี
ผลการศึกษาพบว่า แม้นักวิจัยจะควบคุมปัจจัยสำคัญต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย การรับประทานผัก ผลไม้ และเนื้อแดงแล้ว ผู้ที่รับประทานอาหารรสเผ็ด 6 - 7 วันต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงเสียชีวิตลดลง 14% เมื่อเทียบกับผู้ที่กินเผ็ดน้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง
นอกจากนี้ ยังพบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตจาก โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง ที่ลดลงอีกด้วย
สองปีต่อมา งานวิจัยในสหรัฐอเมริกาก็ให้ผลในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่าผู้ที่รับประทาน พริกแดงรสเผ็ด (Hot Red Chili Peppers) มีโอกาสเสียชีวิตระหว่างช่วงติดตามผลน้อยกว่าผู้ที่ไม่รับประทานประมาณ 13%
แม้ผลลัพธ์จะน่าสนใจ แต่นักวิจัยเน้นย้ำว่านี่เป็นการศึกษาเชิงสังเกต (Observational Study) ซึ่งแสดงเพียง "ความสัมพันธ์" ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าอาหารรสเผ็ดเป็นสาเหตุที่ทำให้อายุยืน
"แคปไซซิน" ทำงานอย่างไรในร่างกาย
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่ แคปไซซิน (Capsaicin) สารออกฤทธิ์หลักในพริก
แคปไซซินทำงานผ่านตัวรับความรู้สึกร้อนที่เรียกว่า TRPV1 (Transient Receptor Potential Vanilloid 1) ซึ่งไม่ได้อยู่แค่บนลิ้น แต่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ทั้งผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และเซลล์ภูมิคุ้มกัน
เมื่อถูกกระตุ้น ตัวรับชนิดนี้จะส่งผลต่อกระบวนการหลายด้านของร่างกาย ตั้งแต่การรับรู้ความเจ็บปวด การอักเสบ การเผาผลาญพลังงาน ไปจนถึงการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด
ความเผ็ดของพริกอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
งานวิจัยเชิงสังเกตหลายชิ้นพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารรสเผ็ดเป็นประจำ มีแนวโน้มเกิด โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองน้อยกว่า
แม้กลไกจะยังศึกษาไม่สมบูรณ์ แต่การทดลองแบบสุ่มในมนุษย์ (Randomized Controlled Trial) บางส่วนพบว่า แคปไซซินอาจช่วยเพิ่มระดับ HDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องหัวใจ อีกทั้งยังอาจช่วยเพิ่มการใช้พลังงานของร่างกายในระยะสั้น
อีกเหตุผลหนึ่งที่น่าสนใจคือ อาหารรสเผ็ดอาจช่วยให้คน ลดการบริโภคเกลือโดยไม่รู้ตัว
งานวิจัยจากประเทศจีนในปี 2017 ที่ศึกษาผู้ใหญ่ราว 600 คน พบว่า ผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสเผ็ดบริโภคเกลือน้อยกว่ากลุ่มอื่นเฉลี่ยประมาณ ครึ่งช้อนชาต่อวัน และมีระดับความดันโลหิตต่ำกว่า
นักวิจัยยังใช้การสแกนสมองร่วมกับการทดลองพบว่า แคปไซซินทำให้สมองรับรู้รสเค็มได้เข้มข้นขึ้น กล่าวคือ อาหารที่ใส่พริกจะทำให้รู้สึกเค็มมากขึ้น แม้ใช้เกลือหรือซีอิ๊วน้อยลง
ความเผ็ดไม่ได้ทำร้ายกระเพาะอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ความเชื่อที่ว่าอาหารเผ็ดทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารนั้น ไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด
งานวิจัยพบว่า แคปไซซินไม่ได้ทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารที่ปกติ ตรงกันข้าม ยังสามารถช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะ และเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังเยื่อบุกระเพาะ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลในทางเดินอาหารได้
ส่วนอาการแสบร้อนกลางอกหลังรับประทานอาหารรสเผ็ด ไม่ได้เกิดจากกรดที่เพิ่มขึ้นเสมอไป แต่อาจเกิดจากแคปไซซินไปกระตุ้นตัวรับ TRPV1 ในหลอดอาหาร ทำให้สมองรับรู้เป็นความรู้สึกแสบร้อนคล้ายกรดไหลย้อน
นอกจากนี้ การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมในปี 2006 ยังพบว่า แคปไซซิน ไม่ได้ทำให้อาการริดสีดวงทวารแย่ลงตามที่หลายคนเชื่อ
ความเผ็ดอาจช่วยเรื่องลำไส้
อีกประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์สนใจคือผลของแคปไซซินต่อผู้ป่วย โรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
ตัวรับ TRPV1 พบมากกว่าปกติในลำไส้ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ทำให้ไวต่อความเจ็บปวด
ในช่วงแรกของการรับประทานอาหารเผ็ด บางคนอาจรู้สึกปวดท้องหรือไม่สบายมากขึ้น แต่หากรับประทานเป็นประจำ ตัวรับเหล่านี้อาจเกิดภาวะ Desensitization หรือการตอบสนองลดลง ส่งผลให้อาการปวดเรื้อรังดีขึ้นได้ ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับการทดลองขนาดเล็กในมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การตอบสนองต่อแคปไซซินแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากรับประทานแล้วมีอาการผิดปกติ ก็ไม่ควรฝืนรับประทานเพื่อหวังผลด้านสุขภาพ
ความเผ็ดเกี่ยวข้องกับมะเร็งอย่างไร?
ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาหารรสเผ็ดกับมะเร็งยัง ไม่เป็นข้อสรุป
งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่า แคปไซซินอาจมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งผ่านกลไกต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ยังมีงานวิจัยบางส่วนที่พบผลตรงกันข้ามในมะเร็งบางชนิด
นักวิทยาศาสตร์จึงเห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องมีการศึกษาคุณภาพสูงเพิ่มเติม ก่อนจะสรุปผลอย่างชัดเจน
พริกไม่ใช่ "ยาอายุวัฒนะ"
แม้งานวิจัยจะชี้ให้เห็นประโยชน์หลายด้านของอาหารรสเผ็ด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ควรมองพริกหรือแคปไซซินเป็น "อาหารมหัศจรรย์"
รูปแบบการรับประทานอาหารที่มีหลักฐานสนับสนุนเรื่องสุขภาพและอายุยืนมากที่สุดในปัจจุบัน ยังคงเป็น อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) ซึ่งเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ปลา น้ำมันมะกอก และอาหารที่อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล
พริกและอาหารรสเผ็ดเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้อายุยืน
หากคุณเป็นคนที่ชอบกินเผ็ด ก็สามารถรับประทานได้อย่างเหมาะสม แต่หากร่างกายตอบสนองไม่ดี ไม่จำเป็นต้องฝืน เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่อยู่ที่ภาพรวมของพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งหมด ทั้งการกินอาหารที่หลากหลาย การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา