'เจนเซน หวง-อีลอน มัสก์' พูดตรงกัน AI จีนมาแรง สหรัฐฯ สกัดไม่อยู่
.
เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NVIDIA และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ต่างย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยี AI จีน โดยเจนเซน หวงระบุว่าจีนมีศักยภาพในการพัฒนา AI ระดับโลกและควรเดินหน้าความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ขณะที่อีลอน มัสก์มองว่าจีนมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI และแม้สหรัฐฯ จะจำกัดการใช้โมเดล AI จากจีนก็ไม่อาจชะลอการพัฒนาของจีนได้
.
นับเป็นอีกครั้งในช่วงเวลาไม่นานที่เจนเซนหวงออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนความก้าวหน้าด้าน AI ของจีน หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ควรกังวลต่อการพัฒนาโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สของจีน
.
เจนเซน หวงยังกล่าวว่าโมเดล AI ของจีน โดยเฉพาะโมเดลโอเพนซอร์สอย่าง DeepSeek และ Kimi มีศักยภาพสูง แต่ยังถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริง พร้อมเชื่อว่าการนำโมเดลเหล่านี้ไปใช้อย่างแพร่หลายจะช่วยเร่งการประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรมและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต
.
เจนเซน หวงได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ในวันที่ 24 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ทุกบริษัทและทุกประเทศพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง พร้อมชี้ว่าโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เร่งนวัตกรรมการนำ AI ไปใช้ในวงกว้างและสนับสนุนอธิปไตยทางเทคโนโลยี โดยโลกจำเป็นต้องมีทั้งโมเดล AI แบบปิดและแบบโอเพนซอร์สที่ล้ำสมัยควบคู่กัน
.
พร้อมกันนี้ เขายังแนบจดหมายเปิดผนึกหัวข้อ “Open Weights and America's AI Leadership” ซึ่งมีบริษัทและองค์กรด้านเทคโนโลยีกว่า 20 แห่งร่วมลงนาม อาทิ NVIDIA, Meta, Microsoft, IBM และ Hugging Face ขณะที่ OpenAI, Anthropic และ Google ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโมเดล AI แบบปิดรายใหญ่ของสหรัฐฯ ไม่ได้ร่วมลงนามในจดหมายดังกล่าว
.
อีลอน มัสก์ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Economist เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วนที่ต้องการห้ามบริษัทอเมริกันใช้โมเดล AI จากจีน โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวไม่อาจชะลอการพัฒนา AI ของจีนได้ พร้อมระบุว่าจีนมีข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันด้าน AI จากศักยภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการรองรับการทำงานของศูนย์ข้อมูล AI และเชื่อว่าจีนจะสามารถพัฒนาเครื่องผลิตชิปได้ด้วยตนเองในที่สุดเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
.
อีลอน มัสก์ยังคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า AI อาจมีระดับสติปัญญาเหนือกว่ามนุษย์โดยรวม โดยในอีก 10 ปีข้างหน้า หุ่นยนต์และระบบ AI จะสามารถรับหน้าที่ทั้งงานดิจิทัลและงานภาคปฏิบัติได้เป็นจำนวนมาก จนการทำงานของมนุษย์อาจกลายเป็น “ทางเลือก” มากกว่าจะเป็นความจำเป็น
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#AIจีน #เจนเซนหวง #อีลอนมัสก์
.
https://www.facebook.com/share/p/1SzJz4YbnC/
🤖🙅 'เจนเซน หวง-อีลอน มัสก์' พูดตรงกัน AI จีนมาแรง สหรัฐฯ สกัดไม่อยู่
.
เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NVIDIA และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ต่างย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยี AI จีน โดยเจนเซน หวงระบุว่าจีนมีศักยภาพในการพัฒนา AI ระดับโลกและควรเดินหน้าความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ขณะที่อีลอน มัสก์มองว่าจีนมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI และแม้สหรัฐฯ จะจำกัดการใช้โมเดล AI จากจีนก็ไม่อาจชะลอการพัฒนาของจีนได้
.
นับเป็นอีกครั้งในช่วงเวลาไม่นานที่เจนเซนหวงออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนความก้าวหน้าด้าน AI ของจีน หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ควรกังวลต่อการพัฒนาโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สของจีน
.
เจนเซน หวงยังกล่าวว่าโมเดล AI ของจีน โดยเฉพาะโมเดลโอเพนซอร์สอย่าง DeepSeek และ Kimi มีศักยภาพสูง แต่ยังถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริง พร้อมเชื่อว่าการนำโมเดลเหล่านี้ไปใช้อย่างแพร่หลายจะช่วยเร่งการประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรมและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต
.
เจนเซน หวงได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ในวันที่ 24 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ทุกบริษัทและทุกประเทศพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง พร้อมชี้ว่าโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เร่งนวัตกรรมการนำ AI ไปใช้ในวงกว้างและสนับสนุนอธิปไตยทางเทคโนโลยี โดยโลกจำเป็นต้องมีทั้งโมเดล AI แบบปิดและแบบโอเพนซอร์สที่ล้ำสมัยควบคู่กัน
.
พร้อมกันนี้ เขายังแนบจดหมายเปิดผนึกหัวข้อ “Open Weights and America's AI Leadership” ซึ่งมีบริษัทและองค์กรด้านเทคโนโลยีกว่า 20 แห่งร่วมลงนาม อาทิ NVIDIA, Meta, Microsoft, IBM และ Hugging Face ขณะที่ OpenAI, Anthropic และ Google ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโมเดล AI แบบปิดรายใหญ่ของสหรัฐฯ ไม่ได้ร่วมลงนามในจดหมายดังกล่าว
.
อีลอน มัสก์ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Economist เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วนที่ต้องการห้ามบริษัทอเมริกันใช้โมเดล AI จากจีน โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวไม่อาจชะลอการพัฒนา AI ของจีนได้ พร้อมระบุว่าจีนมีข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันด้าน AI จากศักยภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการรองรับการทำงานของศูนย์ข้อมูล AI และเชื่อว่าจีนจะสามารถพัฒนาเครื่องผลิตชิปได้ด้วยตนเองในที่สุดเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
.
อีลอน มัสก์ยังคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า AI อาจมีระดับสติปัญญาเหนือกว่ามนุษย์โดยรวม โดยในอีก 10 ปีข้างหน้า หุ่นยนต์และระบบ AI จะสามารถรับหน้าที่ทั้งงานดิจิทัลและงานภาคปฏิบัติได้เป็นจำนวนมาก จนการทำงานของมนุษย์อาจกลายเป็น “ทางเลือก” มากกว่าจะเป็นความจำเป็น
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#AIจีน #เจนเซนหวง #อีลอนมัสก์
.
https://www.facebook.com/share/p/1SzJz4YbnC/