สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อบริษัทผู้พัฒนาหุ่นยนต์จากเมืองหางโจว ประเทศจีน เปิดตัว Unitree Super Athlete AS2-W หุ่นยนต์สี่ขาติดล้ออัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI และระบบการเคลื่อนที่แบบผสมผสาน จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ล้ำที่สุดในเวลานี้
หลังเปิดตัว บริษัทได้เผยแพร่คลิปสาธิตผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นศักยภาพของ AS2-W ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงบนถนน ปีนโขดหิน ลุยลำธาร ขึ้นทางลาดชัน หมุนตัวอย่างรวดเร็ว และตีลังกาได้อย่างคล่องแคล่ว จนกลายเป็นไวรัลและได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก
จุดเด่นของ AS2-W คือการเป็นหุ่นยนต์แบบ Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่าง "ล้อ" และ "ขา" เข้าไว้ด้วยกัน โดยเมื่ออยู่บนพื้นเรียบ ระบบจะใช้ล้อเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ แต่เมื่อเจอกับพื้นผิวขรุขระ บันได โขดหิน หรือทางลาดชัน หุ่นยนต์จะสลับมาใช้ขาทันที ทำให้สามารถผ่านอุปสรรคได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาสมดุลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับฉายา "Super Athlete"
เบื้องหลังความสามารถดังกล่าวคือระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้เทคโนโลยี Reinforcement Learning หรือการเรียนรู้ผ่านการทดลองและประสบการณ์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ และเลือกวิธีการเคลื่อนที่ที่เหมาะสมที่สุดได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องเดินตามเส้นทางที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้สามารถรับมือกับพื้นที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ด้านสมรรถนะ AS2-W มีน้ำหนักประมาณ 18-25 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดได้ 18-21 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับการบรรทุกสัมภาระระหว่างเคลื่อนที่ได้ราว 15-16 กิโลกรัม และหากอยู่กับที่สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 150 กิโลกรัม
นอกจากนี้ ยังสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมง ปีนทางลาดชันได้ถึง 40 องศา ก้าวข้ามสิ่งกีดขวางสูง 25-50 เซนติเมตร รวมถึงลุยโคลน ลำธาร และพื้นที่ขรุขระได้ โดยผ่านมาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำระดับ IP54
ในด้านการรับรู้สภาพแวดล้อม AS2-W ยังติดตั้งอุปกรณ์ครบครัน ทั้ง LiDAR สำหรับสแกนพื้นที่แบบสามมิติ กล้องความละเอียดสูง ระบบ GPS พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ 4G และ Wi-Fi 6 ช่วยให้สามารถสร้างแผนที่ ตรวจจับสิ่งกีดขวาง และวางเส้นทางการเคลื่อนที่ได้แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำ
แม้บริษัทผู้ผลิตยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า AS2-W จะมีราคาย่อมเยากว่าหุ่นยนต์ Spot ของ Boston Dynamics ซึ่งมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 75,000-150,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.4-4.9 ล้านบาท โดยการทำราคาที่เข้าถึงได้ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ Unitree ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในตลาดหุ่นยนต์โลก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หุ่นยนต์ลักษณะนี้มีศักยภาพในการนำไปใช้ในหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาและกู้ภัยหลังเกิดภัยพิบัติ การสำรวจพื้นที่เสี่ยง การขนส่งอุปกรณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร การตรวจสอบโรงงาน หรือการปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก
การเปิดตัว Unitree Super Athlete AS2-W จึงไม่เพียงสะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน แต่ยังแสดงให้เห็นทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต ที่ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้หุ่นยนต์สามารถคิด วิเคราะห์ ปรับตัว และปฏิบัติภารกิจแทนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา
https://www.facebook.com/share/p/19TAdAJfmx/
คลิป
https://www.facebook.com/share/v/1Jao7TtFkW/
🤖🐕 AS2-W หุ่นยนต์สี่ขาติดล้ออัจฉริยะรุ่นใหม่ หนึ่งในนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ล้ำที่สุดในเวลานี้
หลังเปิดตัว บริษัทได้เผยแพร่คลิปสาธิตผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นศักยภาพของ AS2-W ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงบนถนน ปีนโขดหิน ลุยลำธาร ขึ้นทางลาดชัน หมุนตัวอย่างรวดเร็ว และตีลังกาได้อย่างคล่องแคล่ว จนกลายเป็นไวรัลและได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก
จุดเด่นของ AS2-W คือการเป็นหุ่นยนต์แบบ Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่าง "ล้อ" และ "ขา" เข้าไว้ด้วยกัน โดยเมื่ออยู่บนพื้นเรียบ ระบบจะใช้ล้อเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ แต่เมื่อเจอกับพื้นผิวขรุขระ บันได โขดหิน หรือทางลาดชัน หุ่นยนต์จะสลับมาใช้ขาทันที ทำให้สามารถผ่านอุปสรรคได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาสมดุลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับฉายา "Super Athlete"
เบื้องหลังความสามารถดังกล่าวคือระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้เทคโนโลยี Reinforcement Learning หรือการเรียนรู้ผ่านการทดลองและประสบการณ์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ และเลือกวิธีการเคลื่อนที่ที่เหมาะสมที่สุดได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องเดินตามเส้นทางที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้สามารถรับมือกับพื้นที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ด้านสมรรถนะ AS2-W มีน้ำหนักประมาณ 18-25 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดได้ 18-21 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับการบรรทุกสัมภาระระหว่างเคลื่อนที่ได้ราว 15-16 กิโลกรัม และหากอยู่กับที่สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 150 กิโลกรัม
นอกจากนี้ ยังสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมง ปีนทางลาดชันได้ถึง 40 องศา ก้าวข้ามสิ่งกีดขวางสูง 25-50 เซนติเมตร รวมถึงลุยโคลน ลำธาร และพื้นที่ขรุขระได้ โดยผ่านมาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำระดับ IP54
ในด้านการรับรู้สภาพแวดล้อม AS2-W ยังติดตั้งอุปกรณ์ครบครัน ทั้ง LiDAR สำหรับสแกนพื้นที่แบบสามมิติ กล้องความละเอียดสูง ระบบ GPS พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ 4G และ Wi-Fi 6 ช่วยให้สามารถสร้างแผนที่ ตรวจจับสิ่งกีดขวาง และวางเส้นทางการเคลื่อนที่ได้แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำ
แม้บริษัทผู้ผลิตยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า AS2-W จะมีราคาย่อมเยากว่าหุ่นยนต์ Spot ของ Boston Dynamics ซึ่งมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 75,000-150,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.4-4.9 ล้านบาท โดยการทำราคาที่เข้าถึงได้ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ Unitree ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในตลาดหุ่นยนต์โลก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หุ่นยนต์ลักษณะนี้มีศักยภาพในการนำไปใช้ในหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาและกู้ภัยหลังเกิดภัยพิบัติ การสำรวจพื้นที่เสี่ยง การขนส่งอุปกรณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร การตรวจสอบโรงงาน หรือการปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก
การเปิดตัว Unitree Super Athlete AS2-W จึงไม่เพียงสะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน แต่ยังแสดงให้เห็นทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต ที่ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้หุ่นยนต์สามารถคิด วิเคราะห์ ปรับตัว และปฏิบัติภารกิจแทนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา
https://www.facebook.com/share/p/19TAdAJfmx/
คลิป
https://www.facebook.com/share/v/1Jao7TtFkW/