สรุปปฏิบัติการฝึกจมเรือยิงจริง (SINKEX) ใน RIMPAC 2026
🚢 1. เป้าหมาย: อดีตเรือลาดตระเวน ex-USS Mobile Bay (CG-53)
(จมเมื่อ 12 กรกฎาคม 2026)
ระบบยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการยืนยันว่าระดมยิงเข้าใส่เป้าหมายที่ 1 (เน้นการทำลายล้างโครงสร้างส่วนบนและระบบเซนเซอร์):
🚁 Spike NLOS (Non-Line of Sight)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ของกองทัพบกสหรัฐฯ (16th Combat Aviation Brigade) เป็นขีปนาวุธนำวิถีด้วยระบบ Electro-Optical/Infrared (EO/IR) พร้อมระบบ Data Link ส่งภาพกลับมาให้พลปืน ควบคุมการชนเป้าหมายได้แบบ Real-time มีระยะยิงไกลกว่า 30 กิโลเมตร ใช้ทำลายโครงสร้างส่วนบน (Superstructure) และระบบเรดาร์ของเรือโดยที่เฮลิคอปเตอร์ยังซ่อนตัวอยู่หลังเส้นขอบฟ้า
🚁 AGM-114N Hellfire
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ MH-60R Seahawk ของกองทัพเรือออสเตรเลีย (RAN) รุ่น "N" (AGM-114N) เป็นรุ่นที่ใช้หัวรบแบบ Thermobaric หรือ Metal Augmented Charge (MAC) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างแรงดันความร้อนสูงและดูดออกซิเจน เหมาะสำหรับการทำลายล้างภายในพื้นที่ปิดล้อม เช่น ห้องควบคุม หรือโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์บนเรือ
🚁 Marte Anti-Ship Missile (Marte ER / Mk2/S)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ SH-101 ของกองทัพเรืออิตาลี (ประจำเรือ Giovanni delle Bande Nere) เป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือรบน้ำหนักเบา นำวิถีด้วย Active Radar Homing เข้าชนเป้าหมายในรูปแบบ Sea-skimming (บินเรี่ยผิวน้ำเพื่อหลบหลีกเรดาร์)
🗾 Type 12 SSM (Surface-to-Ship Missile)
ข้อมูลเชิงลึก: ระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือรบจากฐานยิงชายฝั่งของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น (JGSDF) ยิงจาก Barking Sands Tactical Range นำวิถีผ่านระบบ GPS/INS ล่วงหน้า และใช้ Active Radar Homing (ARH) ในช่วงปลายทางเพื่อจับเป้าหมาย สามารถปรับเส้นทางการบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้
🚛 M142 HIMARS (High Mobility Artillery Rocket System)
ข้อมูลเชิงลึก: ระบบปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้องอัตตาจร ยิงจากฐานภาคพื้นดินโดยหน่วย 1st Battalion, 623rd Field Artillery Regiment กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้สำหรับการยิงปูพรมหรือยิงจรวดนำวิถีแม่นยำสูง (GMLRS) เพื่อสนับสนุนอำนาจการยิงทำลายพื้นที่ดาดฟ้าเรือ
✈️ AGM-158C LRASM (Long Range Anti-Ship Missile)
ข้อมูลเชิงลึก: ทิ้งตัวยิงจากเครื่องบินขับไล่ F/A-18F Super Hornet ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) แบบ Stealth มีระบบปัญญาประดิษฐ์และเซนเซอร์ RF/IR ขั้นสูง สามารถบินค้นหาและเลือกจุดอ่อนที่สุดของเรือเป้าหมายได้เองแบบอัตโนมัติ (Autonomous Targeting) โดยไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณ GPS หรือ Data Link จากภายนอก
⛴️ 2. เป้าหมาย: อดีตเรือจู่โจมยกพลขึ้นบก ex-USS Peleliu (LHA-5)
(จมเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026)
ระบบยุทโธปกรณ์ที่ระดมยิงเข้าใส่เป้าหมายที่ 2 ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ (ระวางขับน้ำกว่า 39,000 ตัน ต้องใช้อาวุธที่มีอำนาจการเจาะเกราะและหัวรบขนาดใหญ่):
💥 AGM-119 Penguin Mk 2 Mod 7
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ SH-2G(I) Seasprite ของกองทัพเรือนิวซีแลนด์ (RNZN) ขีปนาวุธนำวิถีด้วยระบบ Passive Infrared (ไม่ปล่อยคลื่นเรดาร์ให้ข้าศึกรู้ตัว) จุดเด่นคือหัวรบกึ่งเจาะเกราะ (Semi-Armor-Piercing) น้ำหนัก 120 กก. ที่ใช้ฟิวส์หน่วงเวลา (Delayed-action fuze) ออกแบบมาให้พุ่งเจาะทะลุแผ่นเหล็กตัวเรือเข้าไปถึงห้องเครื่องหรือคลังอาวุธก่อนทำการจุดระเบิด
🇪🇸 AGM-84 Harpoon (Surface-launched)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเรือฟริเกต ESPS Álvaro de Bazán (F101) ของกองทัพเรือสเปน ขีปนาวุธต่อต้านเรือรบมาตรฐานนาโต้ เข้าชนเป้าหมายในระดับประชิดผิวน้ำ พร้อมหัวรบระเบิดแรงสูงน้ำหนักกว่า 221 กก.
🇯🇵 RGM-84 Harpoon (Surface-launched)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้นคงโงะ JS Kongō (DDG-173) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (JMSDF) เป็นการยิงประสานเพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องให้ตัวเรือขนาดใหญ่อย่าง LHA-5
🌊 UGM-84 Sub-Harpoon
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากใต้ทะเลผ่านท่อยิงตอร์ปิโดขนาด 21 นิ้ว โดยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Los Angeles (USS Columbia - SSN 771) ตัวขีปนาวุธจะถูกบรรจุในแคปซูล เมื่อถูกดีดพ้นผิวน้ำ มอเตอร์จรวดจะจุดระเบิดและพุ่งเข้าหาเป้าหมาย เป็นการตอกย้ำอำนาจการยิงจาก 3 มิติ (อากาศ ผิวน้ำ ใต้น้ำ)
🚤 USV Attack (Unmanned Surface Vessels)
ข้อมูลเชิงลึก: ยานผิวน้ำไร้คนขับที่ถูกดัดแปลงหรือติดตั้งระบบระเบิด (Kamikaze USV) เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีโดยตรงแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เป็นการจำลองยุทธวิธีพุ่งชนพลีชีพเข้าที่แนวน้ำของเรือเป้าหมาย (มีภาพ POV จากกล้องหน้ายานยืนยันการพุ่งเข้าปะทะจนสัญญาณขาดหายไปพร้อมการระเบิด)
🛳️ 1. ex-USS Mobile Bay (CG-53)
เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น
Ticonderoga (ลำแรกๆ
ที่ได้รับการติดตั้งระบบ
Mk 41 VLS)
📋 ข้อมูลทั่วไปและมิติตัวเรือ
🚢 ประเภทเรือ: Guided Missile Cruiser (CG)
🏗️ วางกระดูกงู / ขึ้นประจำการ: 6 มิถุนายน 1984 / 21 กุมภาพันธ์ 1987
🛑 วันปลดประจำการ: 18 สิงหาคม 2023 (รับราชการ 36 ปี)
⚖️ ระวางขับน้ำ: ~9,600 ตัน (Full Load)
📏 ความยาว: 567 ฟุต (173 เมตร)
↔️ ความกว้าง (Beam): 55 ฟุต (16.8 เมตร) | กินน้ำลึก (Draft): 34 ฟุต (10.2 เมตร)
👨✈️ กำลังพลประจำเรือ: นายทหาร ~30-33 นาย, พันจ่าและพลทหาร ~340 นาย
⚙️ ระบบขับเคลื่อน (Propulsion)
🏭 เครื่องยนต์: ก๊าซเทอร์ไบน์ General Electric LM2500 จำนวน 4 เครื่อง (ให้กำลังรวม 80,000 แรงม้า)
🛞 เพลาขับ / ใบพัด: 2 เพลา ใบพัดแบบปรับองศาได้ (Controllable-Reversible Pitch)
🚤 ความเร็วสูงสุด: 32.5 นอต (กว่า 60 กม./ชม.)
📡 เซนเซอร์และระบบตรวจจับ (Sensors & Avionics)
📶 เรดาร์หลัก: AN/SPY-1A/B 3D Phased Array Radar (ส่วนหนึ่งของระบบอำนวยการรบ Aegis)
🌐 เรดาร์ค้นหาทางอากาศ/พื้นน้ำ: AN/SPS-49 (Air Search), AN/SPS-73 (Surface Search)
🎯 เรดาร์ควบคุมการยิง: AN/SPG-62 จำนวน 4 ชุด (สำหรับส่องเป้าขีปนาวุธ Standard Missile) และ AN/SPQ-9 (ควบคุมปืนใหญ่)
🌊 ระบบโซนาร์: AN/SQQ-89(V) Acoustic Warfare System พร้อมโซนาร์หัวเรือ AN/SQS-53B/C/D และโซนาร์ลากจูง AN/SQR-19 TACTAS / MFTA
⚔️ ระบบอาวุธก่อนปลดประจำการ (Armament)
🚀 ระบบแท่นยิงดิ่ง Mk 41 VLS: 2 ชุด (หน้า 61 เซลล์ + หลัง 61 เซลล์ รวม 122 เซลล์) รองรับ:
✈️ ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน/ป้องกันภัยทางอากาศ: RIM-66M SM-2MR, RIM-156A SM-2ER, RIM-161 SM-3, RIM-174A SM-6 (ERAM), RIM-162 ESSM
🌍 ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดิน: BGM-109 Tomahawk
⚓ ขีปนาวุธปราบเรือดำน้ำ: RUM-139 VL-ASROC
💥 ขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ: แท่นยิง RGM-84 Harpoon Quad Launchers 2 ชุด (รวม 8 ลูก)
💣 ปืนใหญ่หลัก: ปืนใหญ่ Mk 45 Mod 4 ขนาด 5 นิ้ว (127 มม.) / 54 คาลิเบอร์ จำนวน 2 กระบอก (กุมหัว-ท้าย)
🛡️ ระบบป้องกันระยะประชิด (CIWS): Phalanx Block 1B 20 มม. จำนวน 2 ระบบ
🔫 อาวุธปืนเบา/ปืนกล: ปืนกลอัตโนมัติ Mk 38 ขนาด 25 มม. 2 ระบบ, ปืนกล .50 นิ้ว 4-6 กระบอก
🦈 ตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำ: ท่อยิงตอร์ปิโดแฝดสาม Mk 32 ขนาด 324 มม. 2 ชุด (สำหรับตอร์ปิโด Mk 46 / Mk 54)
🚁 อากาศยานประจำเรือ: เฮลิคอปเตอร์ SH-60B / MH-60R Seahawk (LAMPS III) 2 เครื่อง พร้อมโรงเก็บ (Hangar)
⛴️ 2. ex-USS Peleliu (LHA-5)
เรือจู่โจมยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ชั้น
Tarawa (ลำสุดท้ายของชั้น
)
📋 ข้อมูลทั่วไปและมิติตัวเรือ
🚢 ประเภทเรือ: Amphibious Assault Ship (General Purpose)
🏗️ วางกระดูกงู / ขึ้นประจำการ: 12 พฤศจิกายน 1976 / 3 พฤษภาคม 1980 (ชื่อเดิมขณะต่อเรือคือ Da Nang)
🛑 วันปลดประจำการ: 31 มีนาคม 2015 (รับราชการเกือบ 35 ปี)
⚖️ ระวางขับน้ำ: ~39,300 ตัน (Full Load)
📏 ความยาว: 833.3 ฟุต (254 เมตร)
🛫 ความกว้างดาดฟ้าบิน (Flight Deck Width): 132.2 ฟุต (40.3 เมตร)
↔️ ความกว้างตัวเรือ (Beam): 106.6 ฟุต (32.5 เมตร) | กินน้ำลึก (Draft): 26.2 ฟุต (8 เมตร)
👨✈️ กำลังพลประจำเรือ:
⚓ กำลังพลประจำเรือ (Navy Crew): นายทหาร 82 นาย, พลทหาร 882 นาย
🪖 กำลังพลยกพลขึ้นบก (Marine Expeditionary Unit - MEU): รองรับทหารนาวิกโยธินได้มากกว่า 1,900-2,000 นาย
🏥 ศักยภาพทางการแพทย์: มีโรงพยาบาลในตัวเรือขนาด 300 เตียง พร้อมห้องผ่าตัด 4 ห้อง
⚙️ ระบบขับเคลื่อน (Propulsion)
🏭 หม้อน้ำและเทอร์ไบน์: หม้อน้ำแรงดัน 600 psi จำนวน 2 หม้อ เชื่อมต่อกับหม้อเทอร์ไบน์ไอน้ำสังเคราะห์ (Geared Steam Turbines) 2 เครื่อง
🐎 กำลังส่ง: 70,000 แรงม้า (SHP) ขับเคลื่อน 2 เพลาใบพัด
🚤 ความเร็วสูงสุด: 24 นอต (~44 กม./ชม.)
🛫 ดาดฟ้าบินและพื้นที่ปฏิบัติการ (Aviation & Amphibious Capability)
🛬 ดาดฟ้าบิน (Flight Deck): รองรับการขึ้นลงของเครื่องบินลงทางดิ่งและเฮลิคอปเตอร์
↕️ ลิฟต์ส่งอากาศยาน: 2 ชุด (ด้านข้างตัวเรือและท้ายเรือ)
🚁 ฝูงบินที่รองรับ (ปรับเปลี่ยนตามภารกิจ):
🛩️ เครื่องบินโจมตีขึ้น-ลงแนวดิ่ง: AV-8B Harrier II (6-8 เครื่อง)
🚁 เฮลิคอปเตอร์ขนส่ง/โจมตี: CH-46 Sea Knight (12 เครื่อง), CH-53E Super Stallion (9 เครื่อง), AH-1W SuperCobra (4 เครื่อง), UH-1N Huey (4 เครื่อง)
🚤 ดาดฟ้าอู่ลอย (Well Deck): อู่แห้งท้ายเรือรองรับเรือระบายพลขนาดใหญ่ เช่น LCAC (Landing Craft Air Cushion) 1 ลำ หรือเรือระบายพล LCU 4 ลำ หรือ LCM-6 17 ลำ สำหรับส่งรถถังและยานเกราะเข้าสู่ชายฝั่ง
📡 ระบบเซนเซอร์และระบบตรวจจับ (USS Peleliu LHA-5)
☁️ 1. เรดาร์ค้นหาทางอากาศ (Air Search Radars)
🌐 AN/SPS-48E: เรดาร์ 3 มิติระยะไกล ค้นหาและระบุพิกัดอากาศยานหรือขีปนาวุธ (เซนเซอร์หลักป้องกันภัยทางอากาศ)
🎯 AN/SPS-40E: เรดาร์ 2 มิติ ตรวจจับระยะไกล ทะลุทะลวงสภาพอากาศเลวร้ายได้ดี
🌊 2. เรดาร์ค้นหาพื้นน้ำและนำร่อง (Surface & Navigation Radars)
⛴️ AN/SPS-67(V): ค้นหาผิวน้ำระยะกลาง ตรวจจับเรือ ทุ่นระเบิด และอากาศยานที่บินเรี่ยน้ำ (Sea-skimming)
🧭 AN/SPS-64(V)9: เรดาร์นำร่องมาตรฐาน ใช้สำหรับเดินเรือและหลีกเลี่ยงการชน
💥 3. ระบบควบคุมการยิง (Fire Control & Target Acquisition)
🚀 Mk 23 TAS: ระบบจับเป้าและควบคุมการยิงอัตโนมัติ (ทำงานร่วมกับขีปนาวุธ Sea Sparrow)
빔 AN/SPG-60: เรดาร์ติดตามและเรืองแสง (Illuminator) สำหรับนำวิถีปืนเรือและขีปนาวุธ
✈️ 4. เรดาร์ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control)
🚁 AN/SPN-43: จัดระเบียบจราจรทางอากาศรอบเรือ สำหรับเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินรบ
🛬 AN/SPN-35: เรดาร์นำลงจอด (Precision Approach) ช่วยอากาศยานลงจอดอย่างปลอดภัยในทัศนวิสัยต่ำ
🛡️ 5. สงครามอิเล็กทรอนิกส์และเป้าลวง (Electronic Warfare & Decoys)
⚡ AN/SLQ-32(V)3: ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจจับและรบกวนคลื่นเรดาร์ข้าศึก (Jamming)
🎇 Mark 36 SRBOC: ระบบยิงเป้าลวง (Chaff และ Flare) หลอกล่อขีปนาวุธนำวิถี
🐟 AN/SLQ-25 Nixie: เป้าลวงตอร์ปิโดแบบลากจูง ปล่อยเสียงเพื่อหลอกตอร์ปิโดข้าศึกให้เบี่ยงเบนทิศทาง
⚔️ ระบบอาวุธก่อนปลดประจำการ (Armament)
📝
(หมายเหตุ
: มีการถอดปืนใหญ่
5 นิ้วออกเพื่อปรับปรุงระบบป้องกันภัยทางอากาศในระยะหลัง
)
🚀 ระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ:
🎯 แท่นยิง Mk 49 RAM (Rolling Airframe Missile) 2 ระบบ
🛡️ ระบบป้องกันระยะประชิด (CIWS): Phalanx 20 มม. 2 ระบบ
🔫 แท่นปืนกล:
⚙️ ปืนกลอัตโนมัติ Mk 38 ขนาด 25 มม. Bushmaster 4-6 ระบบ
💥 ปืนกลหนักขนาด .50 นิ้ว (12.7 มม.) 5-8 กระบอก
อัพเดทข่าวไม่ด่วน// SINKEX ประจำ RIMPAC 2026
สรุปปฏิบัติการฝึกจมเรือยิงจริง (SINKEX) ใน RIMPAC 2026
🚢 1. เป้าหมาย: อดีตเรือลาดตระเวน ex-USS Mobile Bay (CG-53)
(จมเมื่อ 12 กรกฎาคม 2026)
ระบบยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการยืนยันว่าระดมยิงเข้าใส่เป้าหมายที่ 1 (เน้นการทำลายล้างโครงสร้างส่วนบนและระบบเซนเซอร์):
🚁 Spike NLOS (Non-Line of Sight)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ของกองทัพบกสหรัฐฯ (16th Combat Aviation Brigade) เป็นขีปนาวุธนำวิถีด้วยระบบ Electro-Optical/Infrared (EO/IR) พร้อมระบบ Data Link ส่งภาพกลับมาให้พลปืน ควบคุมการชนเป้าหมายได้แบบ Real-time มีระยะยิงไกลกว่า 30 กิโลเมตร ใช้ทำลายโครงสร้างส่วนบน (Superstructure) และระบบเรดาร์ของเรือโดยที่เฮลิคอปเตอร์ยังซ่อนตัวอยู่หลังเส้นขอบฟ้า
🚁 AGM-114N Hellfire
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ MH-60R Seahawk ของกองทัพเรือออสเตรเลีย (RAN) รุ่น "N" (AGM-114N) เป็นรุ่นที่ใช้หัวรบแบบ Thermobaric หรือ Metal Augmented Charge (MAC) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างแรงดันความร้อนสูงและดูดออกซิเจน เหมาะสำหรับการทำลายล้างภายในพื้นที่ปิดล้อม เช่น ห้องควบคุม หรือโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์บนเรือ
🚁 Marte Anti-Ship Missile (Marte ER / Mk2/S)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ SH-101 ของกองทัพเรืออิตาลี (ประจำเรือ Giovanni delle Bande Nere) เป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือรบน้ำหนักเบา นำวิถีด้วย Active Radar Homing เข้าชนเป้าหมายในรูปแบบ Sea-skimming (บินเรี่ยผิวน้ำเพื่อหลบหลีกเรดาร์)
🗾 Type 12 SSM (Surface-to-Ship Missile)
ข้อมูลเชิงลึก: ระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือรบจากฐานยิงชายฝั่งของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น (JGSDF) ยิงจาก Barking Sands Tactical Range นำวิถีผ่านระบบ GPS/INS ล่วงหน้า และใช้ Active Radar Homing (ARH) ในช่วงปลายทางเพื่อจับเป้าหมาย สามารถปรับเส้นทางการบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้
🚛 M142 HIMARS (High Mobility Artillery Rocket System)
ข้อมูลเชิงลึก: ระบบปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้องอัตตาจร ยิงจากฐานภาคพื้นดินโดยหน่วย 1st Battalion, 623rd Field Artillery Regiment กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้สำหรับการยิงปูพรมหรือยิงจรวดนำวิถีแม่นยำสูง (GMLRS) เพื่อสนับสนุนอำนาจการยิงทำลายพื้นที่ดาดฟ้าเรือ
✈️ AGM-158C LRASM (Long Range Anti-Ship Missile)
ข้อมูลเชิงลึก: ทิ้งตัวยิงจากเครื่องบินขับไล่ F/A-18F Super Hornet ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) แบบ Stealth มีระบบปัญญาประดิษฐ์และเซนเซอร์ RF/IR ขั้นสูง สามารถบินค้นหาและเลือกจุดอ่อนที่สุดของเรือเป้าหมายได้เองแบบอัตโนมัติ (Autonomous Targeting) โดยไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณ GPS หรือ Data Link จากภายนอก
⛴️ 2. เป้าหมาย: อดีตเรือจู่โจมยกพลขึ้นบก ex-USS Peleliu (LHA-5)
(จมเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026)
ระบบยุทโธปกรณ์ที่ระดมยิงเข้าใส่เป้าหมายที่ 2 ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ (ระวางขับน้ำกว่า 39,000 ตัน ต้องใช้อาวุธที่มีอำนาจการเจาะเกราะและหัวรบขนาดใหญ่):
💥 AGM-119 Penguin Mk 2 Mod 7
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ SH-2G(I) Seasprite ของกองทัพเรือนิวซีแลนด์ (RNZN) ขีปนาวุธนำวิถีด้วยระบบ Passive Infrared (ไม่ปล่อยคลื่นเรดาร์ให้ข้าศึกรู้ตัว) จุดเด่นคือหัวรบกึ่งเจาะเกราะ (Semi-Armor-Piercing) น้ำหนัก 120 กก. ที่ใช้ฟิวส์หน่วงเวลา (Delayed-action fuze) ออกแบบมาให้พุ่งเจาะทะลุแผ่นเหล็กตัวเรือเข้าไปถึงห้องเครื่องหรือคลังอาวุธก่อนทำการจุดระเบิด
🇪🇸 AGM-84 Harpoon (Surface-launched)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเรือฟริเกต ESPS Álvaro de Bazán (F101) ของกองทัพเรือสเปน ขีปนาวุธต่อต้านเรือรบมาตรฐานนาโต้ เข้าชนเป้าหมายในระดับประชิดผิวน้ำ พร้อมหัวรบระเบิดแรงสูงน้ำหนักกว่า 221 กก.
🇯🇵 RGM-84 Harpoon (Surface-launched)
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้นคงโงะ JS Kongō (DDG-173) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (JMSDF) เป็นการยิงประสานเพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องให้ตัวเรือขนาดใหญ่อย่าง LHA-5
🌊 UGM-84 Sub-Harpoon
ข้อมูลเชิงลึก: ยิงจากใต้ทะเลผ่านท่อยิงตอร์ปิโดขนาด 21 นิ้ว โดยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Los Angeles (USS Columbia - SSN 771) ตัวขีปนาวุธจะถูกบรรจุในแคปซูล เมื่อถูกดีดพ้นผิวน้ำ มอเตอร์จรวดจะจุดระเบิดและพุ่งเข้าหาเป้าหมาย เป็นการตอกย้ำอำนาจการยิงจาก 3 มิติ (อากาศ ผิวน้ำ ใต้น้ำ)
🚤 USV Attack (Unmanned Surface Vessels)
ข้อมูลเชิงลึก: ยานผิวน้ำไร้คนขับที่ถูกดัดแปลงหรือติดตั้งระบบระเบิด (Kamikaze USV) เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีโดยตรงแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เป็นการจำลองยุทธวิธีพุ่งชนพลีชีพเข้าที่แนวน้ำของเรือเป้าหมาย (มีภาพ POV จากกล้องหน้ายานยืนยันการพุ่งเข้าปะทะจนสัญญาณขาดหายไปพร้อมการระเบิด)
🛳️ 1. ex-USS Mobile Bay (CG-53)
เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น Ticonderoga (ลำแรกๆ ที่ได้รับการติดตั้งระบบ Mk 41 VLS)
📋 ข้อมูลทั่วไปและมิติตัวเรือ
🚢 ประเภทเรือ: Guided Missile Cruiser (CG)
🏗️ วางกระดูกงู / ขึ้นประจำการ: 6 มิถุนายน 1984 / 21 กุมภาพันธ์ 1987
🛑 วันปลดประจำการ: 18 สิงหาคม 2023 (รับราชการ 36 ปี)
⚖️ ระวางขับน้ำ: ~9,600 ตัน (Full Load)
📏 ความยาว: 567 ฟุต (173 เมตร)
↔️ ความกว้าง (Beam): 55 ฟุต (16.8 เมตร) | กินน้ำลึก (Draft): 34 ฟุต (10.2 เมตร)
👨✈️ กำลังพลประจำเรือ: นายทหาร ~30-33 นาย, พันจ่าและพลทหาร ~340 นาย
⚙️ ระบบขับเคลื่อน (Propulsion)
🏭 เครื่องยนต์: ก๊าซเทอร์ไบน์ General Electric LM2500 จำนวน 4 เครื่อง (ให้กำลังรวม 80,000 แรงม้า)
🛞 เพลาขับ / ใบพัด: 2 เพลา ใบพัดแบบปรับองศาได้ (Controllable-Reversible Pitch)
🚤 ความเร็วสูงสุด: 32.5 นอต (กว่า 60 กม./ชม.)
📡 เซนเซอร์และระบบตรวจจับ (Sensors & Avionics)
📶 เรดาร์หลัก: AN/SPY-1A/B 3D Phased Array Radar (ส่วนหนึ่งของระบบอำนวยการรบ Aegis)
🌐 เรดาร์ค้นหาทางอากาศ/พื้นน้ำ: AN/SPS-49 (Air Search), AN/SPS-73 (Surface Search)
🎯 เรดาร์ควบคุมการยิง: AN/SPG-62 จำนวน 4 ชุด (สำหรับส่องเป้าขีปนาวุธ Standard Missile) และ AN/SPQ-9 (ควบคุมปืนใหญ่)
🌊 ระบบโซนาร์: AN/SQQ-89(V) Acoustic Warfare System พร้อมโซนาร์หัวเรือ AN/SQS-53B/C/D และโซนาร์ลากจูง AN/SQR-19 TACTAS / MFTA
⚔️ ระบบอาวุธก่อนปลดประจำการ (Armament)
🚀 ระบบแท่นยิงดิ่ง Mk 41 VLS: 2 ชุด (หน้า 61 เซลล์ + หลัง 61 เซลล์ รวม 122 เซลล์) รองรับ:
✈️ ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน/ป้องกันภัยทางอากาศ: RIM-66M SM-2MR, RIM-156A SM-2ER, RIM-161 SM-3, RIM-174A SM-6 (ERAM), RIM-162 ESSM
🌍 ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดิน: BGM-109 Tomahawk
⚓ ขีปนาวุธปราบเรือดำน้ำ: RUM-139 VL-ASROC
💥 ขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ: แท่นยิง RGM-84 Harpoon Quad Launchers 2 ชุด (รวม 8 ลูก)
💣 ปืนใหญ่หลัก: ปืนใหญ่ Mk 45 Mod 4 ขนาด 5 นิ้ว (127 มม.) / 54 คาลิเบอร์ จำนวน 2 กระบอก (กุมหัว-ท้าย)
🛡️ ระบบป้องกันระยะประชิด (CIWS): Phalanx Block 1B 20 มม. จำนวน 2 ระบบ
🔫 อาวุธปืนเบา/ปืนกล: ปืนกลอัตโนมัติ Mk 38 ขนาด 25 มม. 2 ระบบ, ปืนกล .50 นิ้ว 4-6 กระบอก
🦈 ตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำ: ท่อยิงตอร์ปิโดแฝดสาม Mk 32 ขนาด 324 มม. 2 ชุด (สำหรับตอร์ปิโด Mk 46 / Mk 54)
🚁 อากาศยานประจำเรือ: เฮลิคอปเตอร์ SH-60B / MH-60R Seahawk (LAMPS III) 2 เครื่อง พร้อมโรงเก็บ (Hangar)
⛴️ 2. ex-USS Peleliu (LHA-5)
เรือจู่โจมยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ชั้น Tarawa (ลำสุดท้ายของชั้น)
📋 ข้อมูลทั่วไปและมิติตัวเรือ
🚢 ประเภทเรือ: Amphibious Assault Ship (General Purpose)
🏗️ วางกระดูกงู / ขึ้นประจำการ: 12 พฤศจิกายน 1976 / 3 พฤษภาคม 1980 (ชื่อเดิมขณะต่อเรือคือ Da Nang)
🛑 วันปลดประจำการ: 31 มีนาคม 2015 (รับราชการเกือบ 35 ปี)
⚖️ ระวางขับน้ำ: ~39,300 ตัน (Full Load)
📏 ความยาว: 833.3 ฟุต (254 เมตร)
🛫 ความกว้างดาดฟ้าบิน (Flight Deck Width): 132.2 ฟุต (40.3 เมตร)
↔️ ความกว้างตัวเรือ (Beam): 106.6 ฟุต (32.5 เมตร) | กินน้ำลึก (Draft): 26.2 ฟุต (8 เมตร)
👨✈️ กำลังพลประจำเรือ:
⚓ กำลังพลประจำเรือ (Navy Crew): นายทหาร 82 นาย, พลทหาร 882 นาย
🪖 กำลังพลยกพลขึ้นบก (Marine Expeditionary Unit - MEU): รองรับทหารนาวิกโยธินได้มากกว่า 1,900-2,000 นาย
🏥 ศักยภาพทางการแพทย์: มีโรงพยาบาลในตัวเรือขนาด 300 เตียง พร้อมห้องผ่าตัด 4 ห้อง
⚙️ ระบบขับเคลื่อน (Propulsion)
🏭 หม้อน้ำและเทอร์ไบน์: หม้อน้ำแรงดัน 600 psi จำนวน 2 หม้อ เชื่อมต่อกับหม้อเทอร์ไบน์ไอน้ำสังเคราะห์ (Geared Steam Turbines) 2 เครื่อง
🐎 กำลังส่ง: 70,000 แรงม้า (SHP) ขับเคลื่อน 2 เพลาใบพัด
🚤 ความเร็วสูงสุด: 24 นอต (~44 กม./ชม.)
🛫 ดาดฟ้าบินและพื้นที่ปฏิบัติการ (Aviation & Amphibious Capability)
🛬 ดาดฟ้าบิน (Flight Deck): รองรับการขึ้นลงของเครื่องบินลงทางดิ่งและเฮลิคอปเตอร์
↕️ ลิฟต์ส่งอากาศยาน: 2 ชุด (ด้านข้างตัวเรือและท้ายเรือ)
🚁 ฝูงบินที่รองรับ (ปรับเปลี่ยนตามภารกิจ):
🛩️ เครื่องบินโจมตีขึ้น-ลงแนวดิ่ง: AV-8B Harrier II (6-8 เครื่อง)
🚁 เฮลิคอปเตอร์ขนส่ง/โจมตี: CH-46 Sea Knight (12 เครื่อง), CH-53E Super Stallion (9 เครื่อง), AH-1W SuperCobra (4 เครื่อง), UH-1N Huey (4 เครื่อง)
🚤 ดาดฟ้าอู่ลอย (Well Deck): อู่แห้งท้ายเรือรองรับเรือระบายพลขนาดใหญ่ เช่น LCAC (Landing Craft Air Cushion) 1 ลำ หรือเรือระบายพล LCU 4 ลำ หรือ LCM-6 17 ลำ สำหรับส่งรถถังและยานเกราะเข้าสู่ชายฝั่ง
📡 ระบบเซนเซอร์และระบบตรวจจับ (USS Peleliu LHA-5)
☁️ 1. เรดาร์ค้นหาทางอากาศ (Air Search Radars)
🌐 AN/SPS-48E: เรดาร์ 3 มิติระยะไกล ค้นหาและระบุพิกัดอากาศยานหรือขีปนาวุธ (เซนเซอร์หลักป้องกันภัยทางอากาศ)
🎯 AN/SPS-40E: เรดาร์ 2 มิติ ตรวจจับระยะไกล ทะลุทะลวงสภาพอากาศเลวร้ายได้ดี
🌊 2. เรดาร์ค้นหาพื้นน้ำและนำร่อง (Surface & Navigation Radars)
⛴️ AN/SPS-67(V): ค้นหาผิวน้ำระยะกลาง ตรวจจับเรือ ทุ่นระเบิด และอากาศยานที่บินเรี่ยน้ำ (Sea-skimming)
🧭 AN/SPS-64(V)9: เรดาร์นำร่องมาตรฐาน ใช้สำหรับเดินเรือและหลีกเลี่ยงการชน
💥 3. ระบบควบคุมการยิง (Fire Control & Target Acquisition)
🚀 Mk 23 TAS: ระบบจับเป้าและควบคุมการยิงอัตโนมัติ (ทำงานร่วมกับขีปนาวุธ Sea Sparrow)
빔 AN/SPG-60: เรดาร์ติดตามและเรืองแสง (Illuminator) สำหรับนำวิถีปืนเรือและขีปนาวุธ
✈️ 4. เรดาร์ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control)
🚁 AN/SPN-43: จัดระเบียบจราจรทางอากาศรอบเรือ สำหรับเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินรบ
🛬 AN/SPN-35: เรดาร์นำลงจอด (Precision Approach) ช่วยอากาศยานลงจอดอย่างปลอดภัยในทัศนวิสัยต่ำ
🛡️ 5. สงครามอิเล็กทรอนิกส์และเป้าลวง (Electronic Warfare & Decoys)
⚡ AN/SLQ-32(V)3: ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจจับและรบกวนคลื่นเรดาร์ข้าศึก (Jamming)
🎇 Mark 36 SRBOC: ระบบยิงเป้าลวง (Chaff และ Flare) หลอกล่อขีปนาวุธนำวิถี
🐟 AN/SLQ-25 Nixie: เป้าลวงตอร์ปิโดแบบลากจูง ปล่อยเสียงเพื่อหลอกตอร์ปิโดข้าศึกให้เบี่ยงเบนทิศทาง
⚔️ ระบบอาวุธก่อนปลดประจำการ (Armament)
📝 (หมายเหตุ: มีการถอดปืนใหญ่ 5 นิ้วออกเพื่อปรับปรุงระบบป้องกันภัยทางอากาศในระยะหลัง)
🚀 ระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ:
🎯 แท่นยิง Mk 49 RAM (Rolling Airframe Missile) 2 ระบบ
🛡️ ระบบป้องกันระยะประชิด (CIWS): Phalanx 20 มม. 2 ระบบ
🔫 แท่นปืนกล:
⚙️ ปืนกลอัตโนมัติ Mk 38 ขนาด 25 มม. Bushmaster 4-6 ระบบ
💥 ปืนกลหนักขนาด .50 นิ้ว (12.7 มม.) 5-8 กระบอก