คนโกงมีความสุขไหม : กิตติ สิงหาปัด ข่าว 3 มิติ

อ่านพบชื่อคลิป  “คนโกงมีความสุขไหม” ช่อง กิตติ3มิติ-Kitti3Miti แล้ว รู้สึกว่า เพี้ยนเย้ มีคนสงสัยประเด็นนี้ เหมือนเราเหมือนกันแฮะ เลยรีบกดเข้าไปชม
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

idea เป็น  13.19 นาที ที่มีคุณค่ามาก ทำให้เข้าใจว่า ทำไมการทำสิ่งที่ “ผิด โกง ทุจริต...” จึงมีอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งในมุมมองทางพฤติกรรมศาสตร์และประสาทวิทยา เกิดจากผู้กระทำใช้ “การปิดกลไกทางศีลธรรมชั่วคราว” เพื่อลดความรู้สึกผิดและรักษาภาพลักษณ์ในใจตนเองว่ายังเป็น "คนดี" อยู่ได้แม้จะกำลังทำสิ่งที่ผิดอยู่ก็ตาม

zax การปิดกลไกทางศีลธรรมชั่วคราว คืออะไร  Gemini AI สรุปให้ ดังนี้

“ในบริบทของคลิปนี้ Moral Disengagement (การปิดกลไกทางศีลธรรมชั่วคราว) คือกระบวนการทางจิตวิทยาที่บุคคลนำมาใช้เพื่อ ลดความรู้สึกผิด ของตนเองเมื่อต้องทำสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าผิด

แทนที่จะยอมรับว่าพฤติกรรมนั้นขัดต่อหลักศีลธรรม คนเรามักจะสร้างเรื่องเล่าหรือ เหตุผลข้ออ้าง (Justification) ขึ้นมาเพื่ออธิบายพฤติกรรมของตัวเองให้ดูไม่เลวร้ายจนเกินไป เช่น:

การลดทอนความร้ายแรง: เช่น บอกว่า "เราไม่ได้โกงนะ เราแค่รับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ"

การปัดความรับผิดชอบด้วยการอ้างสังคม: เช่น "ใครๆ ในระบบเขาก็ทำกันหมด" หรือ "ถ้าไม่ทำตามคนอื่นก็อยู่ไม่ได้"

การให้เหตุผลเชิงบวก (ในมุมมองของตัวเอง): เช่น "ทำเพื่อครอบครัว" หรือ "บริษัท/ประเทศก็ได้ประโยชน์ด้วย"

ideaหัวใจสำคัญของ Moral Disengagement : มันไม่ได้เป็นการเปลี่ยนสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงๆ แต่เป็นการ “ปิดสวิตช์” ความรู้สึกผิดชั่วคราว ทำให้เจ้าตัวยังคงรักษาภาพลักษณ์ในใจว่าตัวเองยังเป็น "คนดี" อยู่ได้แม้จะกำลังทำสิ่งที่ผิดอยู่ก็ตาม”


zax สำหรับเนื้อหาคลิปโดยรวม Gemini AI ก็สรุปให้ได้อย่างน่าสนใจ  ดังนี้

“คลิปนี้ของคุณกิตติ สิงหาปัด นำเสนอการวิเคราะห์จิตวิทยาของ 'คนโกง' ผ่านมุมมองทางพฤติกรรมศาสตร์และประสาทวิทยา เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดคนธรรมดาถึงก้าวเข้าสู่การทุจริต และพวกเขามีความสุขจริงหรือไม่ โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้:

ทำไมคนถึงโกง: มนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะอยากได้ผลประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยากมองว่าตัวเองเป็นคนดี (Self-concept maintenance) จึงมักสร้างข้ออ้างหรือคำอธิบายเพื่อหลอกตัวเองว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ผิด

กลไกการปิดสวิตช์ศีลธรรม (Moral Disengagement): ก่อนลงมือโกง คนมักจะใช้กลไกหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง เช่น 'ใครๆ ก็ทำกัน' หรือ 'ทำเพื่อครอบครัว' เพื่อลดความรู้สึกผิด

การปรับตัวต่อความไม่ซื่อสัตย์: การโกงครั้งแรกอาจทำให้รู้สึกผิดและใจเต้นแรง แต่เมื่อทำซ้ำๆ สมองจะเริ่มปรับตัวจนเกิดความชินชา ทำให้ระดับการโกงอาจเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

อิทธิพลของสังคมและองค์กร: สภาพแวดล้อมมีผลอย่างมาก หากองค์กรหรือสังคมยอมรับการโกงเป็นเรื่องปกติ (Normalization) คนในกลุ่มจะมีแนวโน้มโกงสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

คนโกงมีความสุขไหม: ความสุขที่ได้จากผลประโยชน์ (เงิน/อำนาจ) อาจมีจริง แต่ไม่เท่ากับความสงบในใจ หลายคนอาจไม่ทุกข์เท่าที่คิดเพราะเชื่อไปแล้วว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่ผิด

การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน: ไม่สามารถหวังพึ่งเพียงแค่ 'คนดี' เข้ามาบริหาร แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้การโกงทำได้ยาก ตรวจพบง่าย และ 'ต้องได้รับโทษจริง' รวมถึงการที่สังคมต้องไม่ยอมรับให้การคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติ

ideaบทสรุป: คอร์รัปชันไม่ได้เริ่มขึ้นตอนเงินโอนเข้าบัญชี แต่เริ่มจากวินาทีที่คนคนหนึ่งสามารถหาข้ออ้างมาบอกตัวเองได้ว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้นไม่ผิด”
 

flowerขอบคุณ
คุณกิตติ สิงหาปัด สื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในการนำเสนอเนื้อหาที่วิเคราะห์ถึงพฤติกรรมการโกงในอีกมุมมอง

ideaข้อมูลเพิ่มเติม
อัลเบิร์ต แบนดูรา (Albert Bandura) นักจิตวิทยาชาวแคนาดา-อเมริกัน เป็นผู้คิดค้นและพัฒนาแนวคิด Moral Disengagement

ตัวอย่างบทความเกี่ยวกับ Moral Disengagement
การละเลยคุณธรรมกับการรังแกบนพื้นที่ไซเบอร์ (Moral Disengagement and Cyberbullying) โดย อาจารย์ ดร.ฉัฐจุฑา นกจันทร์
https://bsru.net/การละเลยคุณธรรมกับการร/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่