เรื่อง: รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์
เมื่อนึกถึงขนมจากญี่ปุ่นที่รู้จักกันมานาน ชื่อของป๊อกกี้ (Pocky) น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึง มีอายุครบ 60 ปีในปี 2026 นี้
แค่เห็นกล่องสีแดงและแท่งบิสกิตเรียวยาวที่ถูกเคลือบด้วยช็อกโกแลตเกือบทั้งแท่ง ทุกคนจะรู้ได้ทันทีว่าคือ ป๊อกกี้ ในปี 2026 นี้ ป๊อกกี้มีอายุครบ 60 ปี นับแต่เปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 1966
ความน่าสนใจคือป๊อกกี้ไม่ได้เริ่มต้นจากนวัตกรรมที่ซับซ้อน แต่เริ่มจากการแก้ปัญหาที่ดูเล็กมาก นั้นคือ ทำอย่างไรจึงจะกินช็อกโกแลตได้โดยไม่ทำให้มือเลอะ?
คำถามดังกล่าวได้กลายเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมที่ช่วยให้ป๊อกกี้ถือกำเนิด เติบโต และอยู่ได้มายาวนานถึง 60 ปี
ป๊อกกี้เป็นของบริษัท Glico ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจในปี 1922 ในช่วงทศวรรษ 1960 ตลาดขนมช็อกโกแลตของญี่ปุ่นกำลังเติบโต แต่สินค้าที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่เป็นช็อกโกแลตแท่งแบบดั้งเดิม
Glico จึงต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากเดิม บริษัทมีผลิตภัณฑ์เดิมอยู่แล้วคือ Pretz ซึ่งเป็นบิสกิตอบกรอบรูปทรงแท่งอยู่ก่อนแล้ว จึงมีความคิดที่จะนำแท่ง Pretz มาเคลือบช็อกโกแลต เพื่อให้เกิดขนมชนิดใหม่ที่มีทั้งความกรอบของบิสกิตและความหวานของช็อกโกแลต
แต่เมื่อทดลองนำบิสกิตไปชุบช็อกโกแลต ก็พบปัญหาว่าเมื่อเคลือบช็อกโกแลตจนทั่วทั้งแท่ง ผู้บริโภคจะต้องใช้นิ้วจับบริเวณที่มีช็อกโกแลต ทำให้มือเลอะและรับประทานไม่สะดวก
ดังนั้น วิธีแก้ของ Glico คือการเว้นปลายแท่งด้านหนึ่งไว้โดยไม่เคลือบช็อกโกแลต เพื่อให้ส่วนดังกล่าวทำหน้าที่เสมือนเป็นด้ามจับ
แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ผลที่ตามมากลับมีความสำคัญอย่างมาก เพราะทำให้ป๊อกกี้กินง่ายขึ้น พกพาง่ายขึ้น กินสะดวก แบ่งให้ผู้อื่นได้สะดวก และไม่ทำให้มือเลอะ รูปทรงดังกล่าวยังกลายเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
ส่วนชื่อของป๊อกกี้นั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อหักแท่งบิสกิต คล้ายเสียงป๊อกหรือเสียงหักกรอบๆ ซึ่งทำให้ชื่อของแบรนด์เชื่อมโยงกับประสบการณ์ในการรับประทานของผู้บริโภคโดยตรง
จะเห็นได้ว่า จุดเริ่มต้นของป๊อกกี้เมื่อ 60 ปีที่แล้ว คือหลักการทางการบริหารที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ Customer Centricity, Customer Insight, Design Thinking หรือการค้นหา Pain Point ของลูกค้า
บริษัทไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า เราจะผลิตช็อกโกแลตที่มีรสชาติดีกว่าคู่แข่งได้อย่างไร แต่เริ่มจากคำถามว่าลูกค้าประสบความไม่สะดวกอะไรในระหว่างการกินช็อกโกแลต
Pain Point ที่ค้นพบอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในชีวิตของผู้บริโภค แต่เป็นความรำคาญเล็กๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคจำนวนมาก
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/opinion/1244638
นวัตกรรมเล็กๆ ที่ทำให้ ป๊อกกี้ (Pocky) เติบโตมาได้ถึง 60 ปี
เมื่อนึกถึงขนมจากญี่ปุ่นที่รู้จักกันมานาน ชื่อของป๊อกกี้ (Pocky) น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึง มีอายุครบ 60 ปีในปี 2026 นี้
แค่เห็นกล่องสีแดงและแท่งบิสกิตเรียวยาวที่ถูกเคลือบด้วยช็อกโกแลตเกือบทั้งแท่ง ทุกคนจะรู้ได้ทันทีว่าคือ ป๊อกกี้ ในปี 2026 นี้ ป๊อกกี้มีอายุครบ 60 ปี นับแต่เปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 1966
ความน่าสนใจคือป๊อกกี้ไม่ได้เริ่มต้นจากนวัตกรรมที่ซับซ้อน แต่เริ่มจากการแก้ปัญหาที่ดูเล็กมาก นั้นคือ ทำอย่างไรจึงจะกินช็อกโกแลตได้โดยไม่ทำให้มือเลอะ?
คำถามดังกล่าวได้กลายเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมที่ช่วยให้ป๊อกกี้ถือกำเนิด เติบโต และอยู่ได้มายาวนานถึง 60 ปี
ป๊อกกี้เป็นของบริษัท Glico ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจในปี 1922 ในช่วงทศวรรษ 1960 ตลาดขนมช็อกโกแลตของญี่ปุ่นกำลังเติบโต แต่สินค้าที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่เป็นช็อกโกแลตแท่งแบบดั้งเดิม
Glico จึงต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากเดิม บริษัทมีผลิตภัณฑ์เดิมอยู่แล้วคือ Pretz ซึ่งเป็นบิสกิตอบกรอบรูปทรงแท่งอยู่ก่อนแล้ว จึงมีความคิดที่จะนำแท่ง Pretz มาเคลือบช็อกโกแลต เพื่อให้เกิดขนมชนิดใหม่ที่มีทั้งความกรอบของบิสกิตและความหวานของช็อกโกแลต
แต่เมื่อทดลองนำบิสกิตไปชุบช็อกโกแลต ก็พบปัญหาว่าเมื่อเคลือบช็อกโกแลตจนทั่วทั้งแท่ง ผู้บริโภคจะต้องใช้นิ้วจับบริเวณที่มีช็อกโกแลต ทำให้มือเลอะและรับประทานไม่สะดวก
ดังนั้น วิธีแก้ของ Glico คือการเว้นปลายแท่งด้านหนึ่งไว้โดยไม่เคลือบช็อกโกแลต เพื่อให้ส่วนดังกล่าวทำหน้าที่เสมือนเป็นด้ามจับ
แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ผลที่ตามมากลับมีความสำคัญอย่างมาก เพราะทำให้ป๊อกกี้กินง่ายขึ้น พกพาง่ายขึ้น กินสะดวก แบ่งให้ผู้อื่นได้สะดวก และไม่ทำให้มือเลอะ รูปทรงดังกล่าวยังกลายเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
ส่วนชื่อของป๊อกกี้นั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อหักแท่งบิสกิต คล้ายเสียงป๊อกหรือเสียงหักกรอบๆ ซึ่งทำให้ชื่อของแบรนด์เชื่อมโยงกับประสบการณ์ในการรับประทานของผู้บริโภคโดยตรง
จะเห็นได้ว่า จุดเริ่มต้นของป๊อกกี้เมื่อ 60 ปีที่แล้ว คือหลักการทางการบริหารที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ Customer Centricity, Customer Insight, Design Thinking หรือการค้นหา Pain Point ของลูกค้า
บริษัทไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า เราจะผลิตช็อกโกแลตที่มีรสชาติดีกว่าคู่แข่งได้อย่างไร แต่เริ่มจากคำถามว่าลูกค้าประสบความไม่สะดวกอะไรในระหว่างการกินช็อกโกแลต
Pain Point ที่ค้นพบอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในชีวิตของผู้บริโภค แต่เป็นความรำคาญเล็กๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคจำนวนมาก
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/opinion/1244638