ซึ่งต้องพิสูจน์ ตรวจสอบได้ด้วยตัวคุณเอง...
เช็คแบตเตอรี่ง่าย ๆ แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ เคล็ดลับวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวที่คุณก็ทำได้
หลายครั้งที่เราต้องรื้อลิ้นชักหรือกล่องเก็บของ แล้วพบถ่านไฟฉายกองโตปะปนกันอยู่ระหว่างก้อนที่ยังใช้งานได้กับก้อนที่หมดไฟแล้ว การจะนำไปลองใส่กับอุปกรณ์ทีละก้อนก็เสียเวลา หรือบางทีอาจเสี่ยงทำให้อุปกรณ์เสียหาย วันนี้เรามีเทคนิคง่าย ๆ ที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์มาฝาก
แค่ปล่อยถ่านลงบนโต๊ะก็สามารถประเมินสภาพของถ่านอัลคาไลน์ได้เบื้องต้น โดยไม่ต้องใช้มิเตอร์วัดไฟ
วิธีการทดสอบแบตเตอรี่ (The Drop Test)
การตรวจสอบสภาพถ่านสามารถทำได้ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน ดังนี้
- นำถ่านอัลคาไลน์ที่คุณต้องการตรวจสอบมาตั้งตรงในแนวตั้งบนพื้นผิวที่แข็งและเรียบ (เช่น บนโต๊ะไม้หรือโต๊ะปูน)
- ปล่อยให้ตกลงมา ใช้นิ้วคีบยกถ่านขึ้นมาสูงจากพื้นผิวประมาณ 1-2 นิ้ว แล้วปล่อยให้ถ่านตกลงมากระทบพื้นในแนวตั้ง
- สังเกตการกระเด้ง
ถ่านยังเต็ม ไฟเหลือเยอะ ถ่านจะตกลงมาตั้งนิ่ง ๆ แทบไม่กระเด้งเลย
ถ่านใกล้หมด แบตเสื่อม ถ่านจะกระเด้งดึ๋งลอยขึ้นจากพื้นอย่างชัดเจน
ปรากฏการณ์นี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่เบื้องหลังโครงสร้างภายในของถ่านอัลคาไลน์
- ภายในถ่านอัลคาไลน์มีผงสังกะสี (Powdered Zinc) ผสมอิเล็กโทรไลต์ในลักษณะคล้ายเจล ซึ่งช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดีเมื่อถ่านยังใหม่และเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้า ช่วยซับแรงกระแทกทำให้เวลาตกกระทบพื้นจึงไม่เกิดการกระเด้ง
- เมื่อถ่านอัลคาไลน์ถูกใช้งาน ปฏิกิริยาเคมีจะค่อย ๆ เปลี่ยนสังกะสีให้กลายเป็นสารประกอบ เช่น Zinc Oxide (ซิงค์ออกไซด์) ทำให้วัสดุภายในมีความแข็งมากขึ้นและดูดซับแรงกระแทกได้น้อยลง
- เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ สังกะสีภายในจะเปลี่ยนสภาพและมีความแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ถ่านที่ใกล้หมดมีแนวโน้มกระเด้งมากกว่าถ่านใหม่ เมื่อปล่อยถ่านตกลงกระทบพื้น แรงสะท้อนจึงทำให้ถ่านกระเด้งดึ๋งขึ้นมาเหมือนลูกบอลนั่นเอง
วิธีนี้เหมาะกับถ่านอัลคาไลน์แบบใช้แล้วทิ้ง (Alkaline Primary Batteries เช่น AA, AAA, C และ D) ไม่เหมาะกับถ่านชาร์จ NiMH, NiCd หรือแบตเตอรี่ลิเธียม เนื่องจากโครงสร้างภายในแตกต่างกัน
ควรปล่อยจากความสูงระดับต่ำ (ประมาณ 1-2 นิ้ว) พอสังเกตได้ หากปล่อยจากที่สูงเกินไปอาจทำให้ตัวถ่านเสียหาย มีรอยบุบ หรือกระเด็นสูญหายได้
แม้วิธีนี้จะได้รับความนิยมและมีการทดลองยืนยันจากหลายแหล่ง แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามยี่ห้อ รุ่น อายุการเก็บรักษา อุณหภูมิ และพื้นผิวที่ใช้ทดสอบ ดังนั้นหากต้องการทราบปริมาณไฟฟ้าที่เหลืออย่างแม่นยำ ควรใช้เครื่องวัดแบตเตอรี่หรือมัลติมิเตอร์
เช็คแบตเตอรี่(ถ่านไฟฉาย)ง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ เคล็ดลับวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวที่คุณก็ทำได้