"ฉันไม่ได้เรียนมา 11 ปีเพื่อมาทำงานฟรีๆ" เสียงสะท้อนวิกฤตขาดแคลนแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปในสวิส

บทความจาก 20 Minuten นำเสนอปัญหาการขาดแคลนแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (Hausarzt) ในสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านมุมมองและประสบการณ์จริงของ ดร. ลินดา ฮาบิบ (Linda Habib) แพทย์หญิงวัย 33 ปี

ประเด็นปัญหาหลัก
ทำงานหนักแต่ไม่ได้เงิน (Unpaid Labor) ดร. ฮาบิบ ชี้ให้เห็นถึงภาระงานที่ "มองไม่เห็น" เช่น การคุยโทรศัพท์ประสานงานกับแพทย์เฉพาะทาง การทำเอกสารเบิกประกัน หรือการจัดการเคสผู้ป่วยที่ซับซ้อน งานเหล่านี้มักต้องทำนอกเวลา (ตอนพักเที่ยงหรือหลังเลิกงาน) เธอระบุว่า "ส่วนใหญ่พวกเราทำงานวันละ 10 ชั่วโมง แต่เบิกเงินได้แค่ 7 ชั่วโมง ฉันไม่ได้เรียนมา 11 ปีเพื่อมาทำงานฟรีๆ"

ปฏิเสธผู้ป่วยและไม่มีเวลาดูแลเคสยาก คลินิกของเธอมีคิวตรวจเต็มตลอดเวลา ทำให้ต้องปฏิเสธการรับผู้ป่วยใหม่บ่อยครั้ง (ซึ่งทำให้เธอรู้สึกแย่มาก) นอกจากนี้ เวลาที่ใช้ตรวจต่อคนถูกบีบเหลือเพียง 15 นาที ทำให้เมื่อเจอผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังซับซ้อนหรือมีปัญหาทางจิตเวช แพทย์จะรู้สึกหนักใจ เพราะรู้ดีว่าไม่มีเวลาเพียงพอที่จะดูแลพวกเขาอย่างเต็มที่

ระบบผลิตแพทย์ไม่ทันความต้องการ ตามข้อมูลของสมาคมแพทย์สวิส (FMH) แม้จะมีนักศึกษาแพทย์ถึง 40% เลือกเรียนเวชปฏิบัติทั่วไป แต่สวิตเซอร์แลนด์ก็ยังผลิตแพทย์ไม่พอ (ผลิตได้ปีละ 1,300 คน แต่ต้องการถึง 3,200 คน) ทำให้ต้องพึ่งพาแพทย์ที่จบจากต่างประเทศถึง 72%

สังคมชนบทขาดแคลนหนัก ปัญหาขาดแคลนแพทย์ในชนบทนั้นรุนแรงกว่าในเมือง เพราะในชนบทแพทย์ต้องทำงานสารพัดอย่างและต้องรับเวรฉุกเฉินกลางดึก (Pikett) บ่อยครั้ง ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่อยากไปทำ



ข้อเสนอแนะและทางออก (จากมุมมองของ ดร. ฮาบิบ)
ยุคของ "คลินิกเดี่ยว" จบลงแล้ว แพทย์รุ่นใหม่ต้องการสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-life balance) ไม่มีใครอยากทำงาน 120% แบบหมอสมัยก่อน ดังนั้น อนาคตจึงอยู่ที่ "คลินิกแบบกลุ่ม" (Gruppenpraxen) ที่แพทย์หลายคนมาแชร์ภาระงานกัน

ปรับค่าตอบแทนให้เป็นธรรม แม้จะใช้เวลาเรียนนานเท่ากัน แต่รายได้เฉลี่ยของแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (168,618 ฟรังก์/ปี)[ เท่ากับประมาณ 6,952,120 บาท/ปี หรือราวๆ 579,000 บาท/เดือน] กลับต่ำกว่าแพทย์เฉพาะทางบางสาขามาก (เช่น แพทย์ระบบทางเดินอาหารที่ได้ถึง 381,466 ฟรังก์/ปี) [เท่ากับประมาณ 15,727,840 บาท/ปี หรือราวๆ 1,310,000 บาท/เดือน]

กระจายงานให้พยาบาล ควรให้พยาบาลวิชาชีพหรือผู้ช่วยแพทย์เข้ามาช่วยดูแลงานบางส่วน เพื่อให้แพทย์มีเวลาโฟกัสกับเคสที่ซับซ้อนมากขึ้น

เน้นการป้องกัน (Prevention) ระบบสาธารณสุขควรให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่นๆ มากกว่ารอให้คนป่วยแล้วค่อยมารักษา


ส่วนตัวคิดว่าปัญหานี้หลายประเทศก็เป็นกันอยู่ คิดเห็นอย่างไรแลกเปลี่ยนได้นะ
ที่มา (เอไอสรุปให้) 20min

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่