คือผมสมัครงานคลังสินค้าไปครับ ตอนสัมภาษณ์ก็ได้คุยรายละเอียดงานเรียบร้อยแล้ว ได้แก่
• ทำงานคลัง รับเข้า–ออกสินค้า
• เตรียมอุปกรณ์เซอร์วิสให้ช่าง
• เตรียมและเซ็ตระบบจอ
ประมาณนี้ครับ
แต่พอเริ่มทำงานจริง เนื้อหางานกลับเป็นดังนี้
• ให้ยกพาเลทสินค้าน้ำหนักประมาณ 100–300 กิโลกรัม
• รับสินค้าเข้า–ออก
• เตรียมอุปกรณ์ให้ช่าง
• เซ็ตระบบจอ
• ทิ้งขยะและเก็บขยะภายในออฟฟิศ
• เติมน้ำดื่ม จัดขนม และเสิร์ฟน้ำให้ช่าง
• ทำงานแทนช่าง เช่น ประกอบจอ LED เปิดพาเลท นำคาบิเน็ตออกมา ถอด–ประกอบ และเซ็ตระบบ
ประเด็นที่ผมทนไม่ไหว ไม่ใช่ว่าผมไม่สู้งานนะครับ แต่ผมสมัครตำแหน่งคลังสินค้า ไม่ใช่ช่าง
• แต่กลับต้องไปทำงานแทนช่าง พอทำไม่ถูก ช่างก็มาบ่น
• ถ้าไม่ได้เข้าไปช่วยงานช่าง ก็จะโดนบ่นว่าไม่ช่วยงาน
• ไม่มีเวลาพักเที่ยงเลย วันหนึ่งผมกับพี่ที่ทำงานคลังไปกินข้าวช่วงพักเที่ยงประมาณ 20 นาที พอกลับมา ช่างก็มารวมตัวบ่นว่าทำไมไปกินข้าวพร้อมกันจนไม่มีคนอยู่ที่ออฟฟิศ
• ของใช้ส่วนตัวของคนอื่นก็นำมาฝากไว้ที่คลัง พอหาไม่เจอหรือมีปัญหาก็มาบ่น ทั้งที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคลังสินค้า
• เวลาช่างกลับมาจากงานเซอร์วิสจอ ก็มาบ่นคนทำงานคลัง ทั้งที่งานของผมก็ทำครบ และแทบไม่ได้พักเที่ยง
• เวลาช่างมาเบิกของ เขาบอกชื่ออุปกรณ์แบบหนึ่ง แต่จริง ๆ สิ่งที่ต้องการเรียกอีกชื่อหนึ่ง พอหยิบผิดก็มาบ่นผมว่า “ทำงานให้มีสติหน่อย”
• ฝ่ายขายแจ้งให้เตรียมของ แต่เขาเขียนรายละเอียดมาไม่ครบ สุดท้ายกลับโทษว่าคลังสินค้าทำงานไม่รู้เรื่อง
ก็ประมาณนี้ครับ รายละเอียดปลีกย่อยยังมีอีกเยอะ
ผมหวังว่าการลาออกจากงานแรก จะทำให้ได้เริ่มต้นงานใหม่ที่มีสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น เพราะงานแรกทำให้ผมปวดหลังจนต้องเข้าโรงพยาบาลจากการยกของหนัก
ผิดไหมที่ลาออกจากงานแรกหลังเรียนจบ เพราะงานจริงไม่ตรงกับที่ตกลง
• ทำงานคลัง รับเข้า–ออกสินค้า
• เตรียมอุปกรณ์เซอร์วิสให้ช่าง
• เตรียมและเซ็ตระบบจอ
ประมาณนี้ครับ
แต่พอเริ่มทำงานจริง เนื้อหางานกลับเป็นดังนี้
• ให้ยกพาเลทสินค้าน้ำหนักประมาณ 100–300 กิโลกรัม
• รับสินค้าเข้า–ออก
• เตรียมอุปกรณ์ให้ช่าง
• เซ็ตระบบจอ
• ทิ้งขยะและเก็บขยะภายในออฟฟิศ
• เติมน้ำดื่ม จัดขนม และเสิร์ฟน้ำให้ช่าง
• ทำงานแทนช่าง เช่น ประกอบจอ LED เปิดพาเลท นำคาบิเน็ตออกมา ถอด–ประกอบ และเซ็ตระบบ
ประเด็นที่ผมทนไม่ไหว ไม่ใช่ว่าผมไม่สู้งานนะครับ แต่ผมสมัครตำแหน่งคลังสินค้า ไม่ใช่ช่าง
• แต่กลับต้องไปทำงานแทนช่าง พอทำไม่ถูก ช่างก็มาบ่น
• ถ้าไม่ได้เข้าไปช่วยงานช่าง ก็จะโดนบ่นว่าไม่ช่วยงาน
• ไม่มีเวลาพักเที่ยงเลย วันหนึ่งผมกับพี่ที่ทำงานคลังไปกินข้าวช่วงพักเที่ยงประมาณ 20 นาที พอกลับมา ช่างก็มารวมตัวบ่นว่าทำไมไปกินข้าวพร้อมกันจนไม่มีคนอยู่ที่ออฟฟิศ
• ของใช้ส่วนตัวของคนอื่นก็นำมาฝากไว้ที่คลัง พอหาไม่เจอหรือมีปัญหาก็มาบ่น ทั้งที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคลังสินค้า
• เวลาช่างกลับมาจากงานเซอร์วิสจอ ก็มาบ่นคนทำงานคลัง ทั้งที่งานของผมก็ทำครบ และแทบไม่ได้พักเที่ยง
• เวลาช่างมาเบิกของ เขาบอกชื่ออุปกรณ์แบบหนึ่ง แต่จริง ๆ สิ่งที่ต้องการเรียกอีกชื่อหนึ่ง พอหยิบผิดก็มาบ่นผมว่า “ทำงานให้มีสติหน่อย”
• ฝ่ายขายแจ้งให้เตรียมของ แต่เขาเขียนรายละเอียดมาไม่ครบ สุดท้ายกลับโทษว่าคลังสินค้าทำงานไม่รู้เรื่อง
ก็ประมาณนี้ครับ รายละเอียดปลีกย่อยยังมีอีกเยอะ
ผมหวังว่าการลาออกจากงานแรก จะทำให้ได้เริ่มต้นงานใหม่ที่มีสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น เพราะงานแรกทำให้ผมปวดหลังจนต้องเข้าโรงพยาบาลจากการยกของหนัก