ขับรถจากเดนมาร์กขึ้นเฟอร์รี่ไปเกาะBornholm บอนโฮม เชื่อมั๊ยว่าอยากไปอีก เชื่อเถอะ

กู้ดด่าวจากเดนมาร์กค่ะ สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาวพันทิป


มาเม้าท์มอยกันอีกแล้ว มาแชร์ทริป มาแชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ


วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์และเก็บบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ที่ได้มีโอกาสขับรถไปเที่ยว เกาะบอนโฮม (Bornholm) หรือที่คนเดนมาร์กเรียกกันว่า Sunshine Island ในประเทศเดนมาร์กกันค่ะ เราได้ขับรถไปกับสามีสองคน (สวีวี่วีมากเลยแหละ)haha

ทริปนี้พิเศษมากๆ เพราะเกาะบอนโฮมเป็นบ้านเกิดของคุณปู่ของสามี สมัยเด็กๆ เขาเคยมาที่นี่หลายรอบและมีความทรงจำที่ดีกับครอบครัว เลยอยากพาเรามาสัมผัสบรรยากาศและความอบอุ่น(หรือแผดเผา)ของแสงแดดบนเกาะนี้ด้วยกันค่ะ

มาค่ะ ม่วงพร้อมค่ะ เขียวพร้อมค่ะ แทนพร้อมค่ะexclaim

🚗 การเดินทางสุดสะดวก ข้ามสะพานไปสวีเดนขึ้นเรือเฟอร์รี่


เนื่องจากช่วงที่เราไปเป็นไฮซีซั่น ทุกอย่างเต็มเร็วมากกก สามีได้วันหยุดจากบริษัทเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เรามีเวลาเตรียมตัว เลือกสถานที่ว่าจะไปไหน สุดท้ายก็ตัดสินใจไปใกล้ๆ เรามีการวางแผนจองล่วงหน้าไว้ก่อน 1 เดือน ที่พักบนเกาะช่วงนี้ราคาสูงและหายากพอสมควรค่ะ

การเดินทาง เราเลือกขับรถยนต์ไฟฟ้าจากบ้าน รวมเวลาขับรถจากบ้านข้ามสะพานไปฝั่งประเทศสวีเดน ไปถึงท่าเรือเมือง Ystad เกือบ2ชั่วโมง แล้วเอารถขึ้นเรือเฟอร์รี่นั่งต่ออีก 1ชั่วโมงครึ่ง เรือเฟอร์รี่คาทามารันยักษ์ใหญ่อย่าง Bornholmslinjen ลำที่เราไปเป็น Express 1  บรรทุกรถได้ถึง 450 คัน  ค่าเดินทางรวมรถและผู้ใหญ่ 2 คน อยู่ที่ขาละประมาณ 449 โครนค่ะ คูณห้าไปโลดจ้าา




การจัดการนำรถขึ้นเรือเขาทำดีมากกก รถสีร้อยกว่าคัน ใช้เวลาแปบเดียว คิดว่าไม่เกิน20นาที ไม่มีพนักงานตรวจตั๋ว ทุกอย่างทำผ่านเครื่องอัตโนมัติหมด ได้ตั๋วแล้วก็มาจอดรอที่ลานจอดตามในตั๋วว่าไปรอช่องไหน มีราวๆ20กว่าช่อง แล้วรอเขาเรียกขึ้นเรือ การจัดการเขาดีจริงๆ แล้วเป็นระเบียบมากๆ
ประทับใจแล้ว 1

ใครมีโอกาสก็ไปจองตั๋วล่วงหน้ากันตามลิ้งค์นี้ได้เลยจ้า จะบอกว่าราคามันไม่แน่นอนน้า แต่ได้ 449 โครนนี่ถูกสุดแล้ว กรีดร้องมาก พอมาเจอราคาพันกว่าโครน โอ้วแม่เจ้า ทำไมต้องต่างกันขนาดนั้นเนาะ แต่ช่วงเวลาก็มีให้เลือกเยอะอยู่นะ เราเลือกที่ถูกสุดแหละ ลองไปดูเองเนอะ
https://www.bornholmslinjen.dk/

เอาบรรยากาศในเรือมาฝากกันค่ะ
ข้างในเรือกว้างขวาง สะดวกสบาย มีที่นั่งหลายโซน ร้านอาหาร มุมเด็กเล่น และจุดขาย Duty Free ครบครัน แต่ค่าอาหารก็แพงตามสภาพค่ะ อย่ากินเยอะ เดี๋ยวเมาเรือ haha





เบรคก่อนค่ะ แปบนึงนะคะข้าวติดคอ exclaim

เราลืมบอกไป ที่เราเลือกขึ้นเรือจากฝั่งนี้เพราะใกล้กว่าและใช้เวลานั่งเรือแค่ชั่วโมงนิดๆ (ถ้าขึ้นจากเมือง Køge ของเดนมาร์กจะไกลและนั่งเรือนานกว่ามาก) สำหรับจากบ้านเรานะคะ


โอเคค่ะ ไปต่อได้

เราสองคนเลือกจองบ้านพักเล็กๆ แถวใกล้ท่าเรือ Nexø ไกลออกมาจากโซนเมืองหลักหน่อย แต่เงียบดีแท้
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ไม่สิ ไม่เงียบเลยค่ะ เพราะเพื่อนที่เป็นนกนางนวลเยอะมากกก


 
เมืองหลักของเกาะอย่าง Rønne ก็อยู่ไม่ไกล ขับรถแค่ 20-30 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ สะดวกมากๆ เมืองนี้จะเป็นเมืองหลักและท่าเรือหลัก อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน เอ่อ ว่าไปเกาะเล็กๆแบบนี้ก็มีสนามนะ บินไปโคเปนเฮเกนแค่ 40 นาทีเอง ประชากรบนเกาะมีราวๆ4หมื่นคนได้ค่ะ แต่เอาจริงส่วนใหญ่คนที่อยู่บนเกาะนี้ก็จะเป็นคนวัยเกษียณแล้ว เพราะที่นี่มันไม่ได้มีอะไรให้ทำมาก แค่งานเกษตร ตกปลา งานอุตสาหกรรมก็มีไม่เยอะ หลักๆอาศัยรายได้จากการท่องเที่ยว
เพราะสถิตินักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะนี้ ราวๆ 6 แสนคนต่อปีเลยนะ แค่ช่วงซัมเมอร์ก็ปาไปเกินครึ่งละ
แล้วบ้านที่นี่ขายกันถูกมากถ้าเทียบกับmainland ถ้าใครอยากมาซื้อบ้าน แบบซัมเมอร์เฮาส์แล้วปล่อยเช่านี่น่าสนมากเลย เดี๋ยวกลับไปรอวันที่ 1 ก่อนนะ เผื่อเทพเจ้าบอนโฮมเอ็นดูเมตตา
เพี้ยนขำหนักมาก
 
🌊 บรรยากาศบนเกาะ: ลมดีแดดแรง ทรายไม่ค่อยขาว แต่ผู้บ่าวงาม พอ!

แม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นที่คนออกมาตั้งแคมป์ กางเต็นท์ และเอารถบ้านมาเที่ยวกันเยอะมากกกก ขอย้ำว่าเยอะมากจริงๆ เด็กๆเดินเที่ยวเล่นเต็มหมด (เพราะตรงกับช่วงปิดเทอมพอดี) แต่อากาศ(แดด)ดีมาก อุณหภูมิประมาณ 20-25 องศา แดดค่อนข้างแรง ถึงแม้จะเป็นช่วงไฮแต่ไม่รู้สึกว่าแออัดเลยค่ะ รถไม่ติด การเดินทางบนเกาะชิวมาก
ภูมิประเทศที่นี่มีความหลากหลายสุดๆ มีทั้งความเป็นเมืองและชนบทผสมกัน มีทุ่งหญ้า ทุ่งกว้าง และจุดเด่นคือภูเขาหินแกรนิตที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเกาะนี้ก็ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในช่วงสงครามกับเยอรมันด้วยนะ

หยุ๊สสส หยุสสส อีกรอบค่ะ

ลืมบอกไปว่า เกาะนี้จริงๆแล้วจะอยู่ใกล้ฝั่งสวีเดนมากกว่าเดนมาร์ก มีช่วงนึงที่สองประเทศแย่งกันเป็นเจ้าของ แย่งกันไป แย่งกันมา สุดท้ายจบด้วยการโหวตของคนบนเกาะ พวกเธออยากเป็นคนประเทศไหนกันล่ะเออ
ละแน่นอนค่ะ ผลโหวตออกมาว่าส่วนใหญ่เค้าชอบอยู่กับหนุ่มเดนมาร์กค่ะ  (สงสัยคนบนเกาะต้องมีประชากรหญิงมากกว่าชายแน่ๆ) ขำๆแน๊ แต่ผลโหวตของประชากรจะอยู่กับเดนมาร์กนี่เรื่องจริงนะ ว่าไม่ได้ 5555

 
ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยคือ ชายหาด Dueodde ไม่ต้องถามนะว่าอ่านยังไง เพราะสามีสอนให้ออกเสียงหกสิบเก้ารอบแล้วมันออกเสียงไม่ได้จริงๆ ข้ามๆมันไปค่ะ อย่าไปซีเรียสมาก ทะเลน้ำสวยใส หาดทรายสะอาด ทรายนิ่มมาก ผู้บ่าวก็งามมาก
ว่าไป ผิวเค้าละเอียด เฮ้ยย ทรายเค้าละเอียดมากๆเลยนะ เดินจ้ำทีนิ  นึกว่าเดินบนขนมมาชเมนโล่

แล้วมีใครเคยดูหนังเรื่องอวตารภาคล่าสุดมั้ยคะ สนุกมากกก เค้ามาถ่ายที่นี่หรอ
ป่าวค่ะ ไม่เกี่ยวค่ะ อวตารไม่เกี่ยวอะไรกับเกาะเลย

กลับมาค่ะ หนังอีกเรื่อง Sand dunes ที่มันมีภูเขาทราย สีส้มๆอ่ะ อันนี้มีเหมือนกัน ทีนี้เกี่ยวกับเกาะละ เค้าไม่ได้มาถ่ายที่นี่หรอกนะ แต่มันคล้าย มันจะมีลักษณะเป็นเนินทรายสูงๆ เหมือนภูเขาในทะเลทราย แต่อันนี้เป็นสีขาวเชียวแหละ มีต้นไม้อะไรไม่รู้ขึ้นแซมเต็มไปหมด แปลกตาและสวยงามดีค่ะ
ประเด็นคือ ทางมนุษย์เดินก็มีเยอะแยะ สามีชั้นไม่พาไปเดิน นางชอบครีเอทเส้นทางของตัวเอง ไม่อยากเหมือนชาวบ้าน อยากพาชั้นมาเดินดูวิวสวยๆ เดินผ่านแซนดูนสิบลูกริมเล จากที่มนุษย์อื่นเดินกัน ห้านาทีถึงหาด นางนี่พาชั้นเดินไปเกือบยี่สิบนาที ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาลงมา อุณหภูมิในมือถือบอกว่า 25แต่ความจริงคือ Feels like 38องศาเลยแม่ เดินไปสองลูกแรกชั้นก็เจ็บฉี่ละ แล้วฉี่ตรงไหนได้ล่ะนั้น ก็ตรงนั้นแหละ หาช่องว่างระหว่างแซนดูนเอาค่ะ สร้างแลนด์มมาร์คจากสายเลือดไทยไว้บนแซนดูนเรียบร้อยค่ะ ใครเดินหลงไปทางนั้นก็คงรู้ว่ามีสาวไทยผ่านมาทางนี้แน่ๆ ต้องได้กลิ่น แม่บุญล้ำบ้างแหละ 555555
ถึงชายหาดได้ยัง ถึงซักทีเถอะ



เอ๊ะ นั่นสาวหม่องใด๋ สาวไทยคนนั้นแน่ๆเลย แม่บุญล้ำจำได้แม่น กะพริบตา

นอกจากนี้ มาถึงบอนโฮมทั้งที ต้องไม่พลาดชิม ไอศกรีมที่เป็นไฮไลท์


และอีกหนึ่งอย่างคือ ปลารมควัน กลิ่นหอมฟุ้งชวนหิว ใครมาต้องแวะลองให้ได้เลยนะคะ!





🗺️ เปิดลายแทงโปสการ์ด! แนะนำสถานที่น่ารักๆ บนเกาะ Bornholm


จากภาพโปสการ์ดที่เราเก็บบันทึกมาฝากกัน มีสถานที่น่ารักๆ น่าสนใจรอบเกาะมาสรุปให้ฟังสั้นๆน้าา

Rønne (รอนเนอ): เมืองหลวงหลักของเกาะ ท่าเรือสำคัญ ศูนย์กลางการเดินทางและแหล่งช้อปปิ้ง

ตรงนี้แหละร้านไอติมเยอะมาก ร้านนี้ทำโคนวาฟเฟิลเองนะ อร่อยจุดจุดไปเลย




Nexø (เน็กเซอ): เมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศน่ารัก ย่านที่เราไปพัก
Svaneke (สวาเนเกอ): เมืองเก่าแก่สุดมีเสน่ห์ ขึ้นชื่อเรื่องงานฝีมือ ลูกอมแฮนด์เมด และสถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม้สีสันสดใส
Gudhjem (กุดเยม): เมืองริมผาลาดชันที่มีชื่อเสียงเรื่องเมนูปนรมควัน และวิวทะเลที่สวยงามโรแมนติก




Allinge & Sandvig (อัลลินเก และ ซันด์วิก): เมืองตากอากาศทางตอนเหนือ บรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยร้านอาหารริมทะเล
Hammershus (แฮมเมอร์สฮุส): ซากป้อมปราการยุคกลางบนหน้าผาสูงชัน แลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะ

Hammer-Knuden: จุดชมวิวธรรมชาติ ป่าเขา และหน้าผาหินแกรนิตริมทะเลที่สายลุยต้องชอบ
Osterlars & Olsker (โบสถ์ทรงกลม - Round Churches): เอกลักษณ์ประจำเกาะบอนโฮม เป็นโบสถ์โบราณทรงกลมสีขาวแปลกตาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
Almindingen: ผืนป่าใหญ่กลางเกาะ พื้นที่ธรรมชาติร่มรื่น เหมาะกับการมาเดินเล่นพักผ่อน
Christiansø (คริสเตียนเซอ): เกาะเล็กๆ นอกชายฝั่งที่เต็มไปด้วยป้อมปราการโบราณและวิถีชีวิตชาวประมงที่สงบเงียบ

(ไปมาเกือบทุกที่ในโปสการ์ด แต่มันงงๆไปหมด เอาเป็นว่าเอาเท่าที่แยกแยะได้ละกันเนอะว่ารูปไหนเป็นที่ไหน
เดี๋ยวเอารูปมาให้ชมอีกตอนต่อไปนะคะ พอดีตัวหนังสือจะเกินแล้วแม่!!)

ทริปนี้เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และได้เห็นมุมธรรมชาติสวยๆ ของเดนมาร์กในแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน ใครมีแพลนมาเที่ยวแถบนี้ เกาะบอนโฮมถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่คุ้มค่าแก่การมาเยือนมากๆเย้ยยย ชอบมาก เดี่ยวจะไปอีก อยากไปช่วงหิมะตกด้วย ถ้าทะเลไม่เป็นน้ำแข็งเดี่ยวได้แจกัน เจอกัน!  💚✨

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่