ญี่ปุ่นฝันหวาน แต่เกาหลีสานฝันร้าย 31 วิธีที่ลูกหลานโคกูรยอสู้กลับจนจักรวรรดิญี่ปุ่นไปไม่เป็น

​1. อุดมการณ์กลืนชาติเป็นหนึ่งเดียว (Naisen Ittai)
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ญี่ปุ่นต้องการล้างสมองให้ชาวเกาหลีเชื่อในอุดมการณ์ "เนเซ็น อิตไต" (Naisen Ittai / 内鮮一体) หรือ "ญี่ปุ่นและเกาหลีคือหนึ่งเดียว" โดยฝันว่าคนเกาหลีจะยอมรับสถานะพลเมืองจักรวรรดิด้วยความเต็มใจ
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ประชาชนตอบโต้ด้วย "ขบวนการ 1 มีนาคม" (March 1st Movement ปี 1919) ที่คนนับล้านออกมาประท้วงเรียกร้องเอกราชอย่างสันติพร้อมกันทั่วประเทศ การลุกฮือนี้ตบหน้าญี่ปุ่นอย่างจัง และพิสูจน์ให้เห็นว่าอุดมการณ์เนเซ็น อิตไต เป็นเพียงภาพลวงตาที่คนเกาหลีไม่เคยยอมรับ
​2. การล้างบางชื่อและระบบสายเลือด (Soshi-Kaimei)
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ญี่ปุ่นออกกฎหมาย "โซชิ-ไคเม" (Sōshi-kaimei / 創氏改名) บังคับให้คนเกาหลีทิ้งแซ่ดั้งเดิมและระบบรกรากตระกูล (บนกวัน) เพื่อเปลี่ยนมาใช้นามสกุลญี่ปุ่น หวังตัดรากเหง้าบรรพบุรุษให้สูญสิ้น
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ชาวเกาหลีใช้การดื้อแพ่งเชิงสัญลักษณ์ หลายคนจงใจตั้งชื่อญี่ปุ่นที่เมื่อออกเสียงคล้ายภาษาเกาหลีแล้วกลายเป็นคำด่า (เช่น Inukuso แปลว่าขี้หมา) และทุกครอบครัวยังแอบซ่อนสมุดลำดับตระกูล "จกโบ" (Jokbo) ไว้ในบ้านอย่างมิดชิด การเปลี่ยนชื่อจึงเป็นแค่เปลือกนอกทางทะเบียนราษฎร์ที่ลบตัวตนข้างในไม่ได้
​3. การครอบงำจิตวิญญาณด้วยศาลเจ้าชินโต (Jinja Sanpai)
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ญี่ปุ่นหวังใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือควบคุม โดยบังคับให้ชาวเกาหลีเข้าร่วมพิธี "จินจะ ซันไป" (Jinja Sanpai / 神社参拝) โค้งคำนับศาลเจ้าชินโตเพื่อบูชาเทพเจ้าและจักรพรรดิญี่ปุ่น
​สิ่งที่เกาหลีทำ: คริสตจักรเพรสไบทีเรียนต่อต้านขั้นเด็ดขาด ผู้นำศาสนาอย่าง ชู กีชอล (Chu Ki-chol) ยอมถูกตำรวจลับ (Kempeitai) ทรมานจนตายในคุกดีกว่ายอมก้มหัวให้ศาลเจ้า การตายของเขาและคริสเตียนอีกมากมายสร้าง "มรณสักขี" ที่ปลุกไฟชาตินิยมให้ลุกโชนขึ้นไปอีก
​4. การบีบให้สวามิภักดิ์ผ่านคำปฏิญาณตน (Hwangguk Sinmin Seosa)
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: บังคับให้เด็กนักเรียนและผู้ใหญ่ต้องท่องคำปฏิญาณตนของพลเมืองจักรวรรดิ (Hōkoku Shinmin no Seishi / 皇国臣民ノ誓詞) ทุกเช้า หวังให้เกิดการล้างสมองซึมลึกในระดับจิตใต้สำนึก
​สิ่งที่เกาหลีทำ: เด็กนักเรียนท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองเพื่อเอาตัวรอด แต่พอลับหลัง พวกเขานำคำปฏิญาณมาแปลงเป็นกลอนล้อเลียนและด่าทอ ขณะที่ครูชาวเกาหลีก็มักแอบสอดแทรกแนวคิดชาตินิยมให้เด็กตอนที่ครูญี่ปุ่นเผลอ ทำให้กระบวนการล้างสมองรายวันล้มเหลว
​5. การทำลายภาษาและประวัติศาสตร์เกาหลี
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ถอดวิชาภาษาเกาหลีออกจากการศึกษา บังคับให้ใช้ภาษาญี่ปุ่น หรือ "โคกุโกะ" (Kokugo / 国語) เป็นภาษาหลัก เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่คิดและสื่อสารแบบญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์
​สิ่งที่เกาหลีทำ: นักภาษาศาสตร์ตั้ง "สมาคมภาษาโชซอน" (Joseon-eo Hakhoe) ทำงานใต้ดินสิบกว่าปีเพื่อแอบทำพจนานุกรมรักษารากฐานไวยากรณ์ (เหตุการณ์ปี 1942) ในขณะที่สถาบันครอบครัวก็ยังคงสอนภาษาและประวัติศาสตร์วีรบุรุษชาติให้ลูกหลานฟังแบบปากต่อปาก
​6. การกลืนชาติผ่านการแต่งงานข้ามชาติ (Naeseon Gyeolhon)
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: สนับสนุนให้เกิดการแต่งงานข้ามชาติระหว่างคนญี่ปุ่นกับคนเกาหลี หวังให้การผสมสายเลือดช่วยเจือจางความเป็นเกาหลีในเจเนอเรชันถัดไป
​สิ่งที่เกาหลีทำ: สังคมเกาหลีที่เคร่งครัดในลัทธิขงจื๊อใช้ "การคว่ำบาตรทางสังคม" ใครที่แต่งงานกับญี่ปุ่นจะถูกครอบครัวตัดหางปล่อยวัดและถูกชาวบ้านรังเกียจ นโยบายนี้จึงพังทลายลงในระดับรากหญ้า มีเพียงชนชั้นนำไม่กี่คนที่ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
​7. การควบคุมสื่อและการโฆษณาชวนเชื่อบนเวทีโลก
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ใช้กฎหมายสิ่งพิมพ์เซ็นเซอร์สื่ออย่างหนัก หวังสร้างภาพลักษณ์โฆษณาชวนเชื่อว่าคนเกาหลียอมจำนนและมีความสุขภายใต้จักรวรรดิญี่ปุ่น
​สิ่งที่เกาหลีทำ: เมื่อ ซน กีจอง (Sohn Kee-chung) นักวิ่งชาวเกาหลีคว้าเหรียญทองโอลิมปิกปี 1936 หนังสือพิมพ์ ทงอา อิลโบ (Dong-a Ilbo) จงใจรีทัชภาพลบธงชาติญี่ปุ่นออกจากหน้าอกเสื้อก่อนตีพิมพ์ การกบฏผ่านหน้ากระดาษนี้ฉีกหน้าญี่ปุ่นอย่างรุนแรงและแสดงให้โลกเห็นถึงการต่อต้านที่ฝังลึก
​8. การครอบงำขุนนางเก่าให้เป็นหุ่นเชิดทางการเมือง
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ออกกฎหมาย "โชเซ็น คิโซคุเร" (Chōsen Kizokurei / 朝鮮貴族令) แจกบรรดาศักดิ์ขุนนางและเงินก้อนโตให้ชนชั้นยางบัน (Yangban) เพื่อซื้อใจให้มาเป็นหุ่นเชิดคอยคุมประชาชนให้
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ขุนนางตระกูลใหญ่หลายคนปฏิเสธ เช่น อี ฮวียอง (Yi Hoe-yeong) ที่ยอมขายที่ดินและทรัพย์สมบัติทั้งหมด นำเงินลี้ภัยไปแมนจูเรียเพื่อตั้ง "โรงเรียนทหารชินฮึง" (Shinheung Mugwan Hakgyo) กลายเป็นว่าเงินและทรัพยากรของขุนนางเก่าถูกนำไปสร้างกองทัพกู้ชาติกลับมาสู้กับญี่ปุ่นเอง
​9. การจัดระเบียบและยึดครองที่ดิน (Land Survey Ordinance)
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: หวังใช้กฎหมายจัดระเบียบที่ดินแบบตะวันตกเพื่อยึดที่ดินที่ไม่มีโฉนดมาเป็นของรัฐ แล้วนำไปขายถูกๆ ให้กลุ่มทุนและผู้อพยพชาวญี่ปุ่น
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ชาวนาที่สูญเสียที่ดินไม่ได้ยอมเป็นแรงงานทาสเงียบๆ พวกเขารวมตัวเป็นกองโจรภูเขาปล้นเสบียงญี่ปุ่น หรืออพยพข้ามพรมแดนไปยังแมนจูเรียและไซบีเรีย เพื่อไปตั้งถิ่นฐานใหม่ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นฐานที่มั่นของกองทัพต่อต้านญี่ปุ่น
​10. การสูบผลผลิตข้าวเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตญี่ปุ่น (Sanmi Zoushoku Keikaku)
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ใช้แผนเพิ่มผลผลิตข้าว หวังเปลี่ยนเกาหลีเป็นอู่ข้าวอู่น้ำเพื่อผลิตข้าวส่งออกไปเลี้ยงประชากรในเกาะญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลน
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ชาวนาผู้เช่าที่ดินตอบโต้ด้วยการประท้วงหยุดเช่าที่ดิน หรือ "โซจัก แจงอึย" (Sojak Jaengui) (เช่น การประท้วงใหญ่ที่เกาะอัมแทโด ปี 1923) พวกเขาแอบซุกซ่อนข้าวไว้บริโภคเอง และปฏิเสธการส่งมอบผลผลิต ทำให้ต้นทุนของญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นจากการต้องส่งกำลังไปปราบปราม
​11. การผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยกลุ่มทุนไซบัตสึ
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: วางแผนให้เกาหลีเป็นตลาดผูกขาดสำหรับระบายสินค้าอุตสาหกรรมจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น (Zaibatsu)
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ปัญญาชนและนายทุนเกาหลี นำโดย โช มันชิก (Cho Man-sik) จัดตั้ง "ขบวนการมุลซัน จางนยอ" (Mulsan Jangnyeo Undong) รณรงค์ให้คนเกาหลีบอยคอตสินค้าญี่ปุ่นอย่างเป็นระบบ และหันมาบริโภคเฉพาะของที่คนเกาหลีผลิตเอง ทำลายเป้าหมายการผูกขาดตลาดของญี่ปุ่น
​12. การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางรางเพื่อการขนส่ง
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ทุ่มทุนสร้างทางรถไฟเชื่อมทั่วประเทศเพื่อการขนส่งทรัพยากรกลับประเทศแม่ และเตรียมใช้เป็นเส้นทางหลักส่งทหารบุกจีน
​สิ่งที่เกาหลีทำ: กองกำลังติดอาวุธใต้ดินอย่าง "อึยยอลดัน" (Heroic Corps / 의열단) มุ่งเป้าก่อวินาศกรรมทางรถไฟ ลอบวางระเบิดสถานี และตัดสายโทรเลข ทำให้เส้นทางที่ควรจะเพิ่มความสะดวก กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ญี่ปุ่นต้องสูญเสียกำลังทหารมหาศาลไปกับการคุ้มกันตลอดเวลา
​13. การเกณฑ์นักศึกษาและกำลังพลในยามสงคราม
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: เมื่อเข้าสู่สงครามโลก ญี่ปุ่นวาดฝันว่านักศึกษาเกาหลีที่ถูกล้างสมองมานาน จะภักดีและอาสาออกไปรบตายแทนจักรพรรดิแนวหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ทหารเกาหลีที่ถูกส่งไปแนวหน้าใช้วิธี "แปรพักตร์" ทันทีที่มีโอกาส พวกเขาหลบหนีไปเข้าร่วมกับ กองทัพกู้ชาติเกาหลี (Korean Liberation Army) หรือยอมจำนนต่อศัตรู บางหน่วยก่อกบฏฆ่านายทหารญี่ปุ่น จนญี่ปุ่นเกิดความหวาดระแวงและไม่กล้าแจกอาวุธให้คนเกาหลี
​14. การระดมทรัพยากรโลหะเพื่อเครื่องจักรสงคราม
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: คาดหวังให้พลเมืองแนวหลังชาวเกาหลียอมเสียสละ บริจาคเครื่องทองเหลือง ช้อนส้อม และของใช้โลหะ เพื่อนำไปหลอมทำอาวุธป้อนกองทัพ
​สิ่งที่เกาหลีทำ: ชาวบ้านใช้การต่อต้านแบบซ่อนเร้น แอบนำชามทองเหลืองและของเก่าแก่ประจำตระกูลไปฝังดินซ่อนไว้บนเขา หรือถ้าโดนบีบก็ส่งเศษเหล็กที่ใช้การไม่ได้ไปให้ ทำให้ยอดการระดมโลหะของกองทัพญี่ปุ่นพลาดเป้าอย่างรุนแรง
​15. การทำลายศูนย์รวมจิตใจเชิงสัญลักษณ์และฮวงจุ้ย
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ทุบทำลายวังคยองบกเพื่อสร้างที่ทำการรัฐบาลญี่ปุ่นบังหน้าวังไว้ และตอกหมุดเหล็กตามยอดเขาสำคัญเพื่อทำลาย "ฮวงจุ้ย" หวังหักทำลายกำลังใจและจิตวิญญาณของชาติ
​สิ่งที่เกาหลีทำ: การทุบทำลายสัญลักษณ์ทางกายภาพกลับยิ่งสร้างความแค้นฝังลึก คนเกาหลีหันไปสร้างศูนย์รวมจิตใจใหม่ผ่าน "วรรณกรรมและศิลปะใต้ดิน" (เช่น บทกวีของ ยุน ดงจู) การทำลายสัญลักษณ์ไม่ได้ทำให้ยอมแพ้ แต่ทำให้การรวมใจของคนเกาหลีในระดับจิตวิญญาณแข็งแกร่งกว่าเดิม
​16. ความสงบเรียบร้อยใต้ระบบตำรวจและกฎอัยการศึก
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการสร้าง "ความสงบเรียบร้อย" (Public Order) อย่างเบ็ดเสร็จ โดยใช้กองกำลังตำรวจและสารวัตรทหารสุดโหดอย่าง "เคมเปไต" (Kempeitai / 憲兵隊) หวังว่าความเด็ดขาดและการลงโทษที่รุนแรงจะทำให้สังคมเกาหลีราบคาบ ไม่มีอาชญากรรม และไม่มีใครกล้าหือ
​สิ่งที่เกาหลีทำ: แทนที่จะสงบราบคาบ เกาหลีกลับเต็มไปด้วยการนองเลือดใต้ดิน คิม กู (Kim Gu) ผู้นำรัฐบาลพลัดถิ่น ได้ก่อตั้งองค์กรลับ "ฮันอิน แอกุกดัน" (Hanin Aegukdan / 한인애국단) หรือ กองทัพรักชาติเกาหลี เพื่อปฏิบัติการลอบสังหารโดยเฉพาะ วีรกรรมสะเทือนโลกคือ อี บงชาง (Lee Bong-chang) ลอบปาระเบิดใส่ขบวนรถม้าของจักรพรรดิฮิโรฮิโตะที่โตเกียว และ ยุน บงกิล (Yun Bong-gil) ปาระเบิดสังหารนายพลและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่นตายเกลี้ยงเวทีที่เซี่ยงไฮ้ (ค.ศ. 1932) ทำให้ญี่ปุ่นรู้ซึ้งว่าอาณานิคมนี้ไม่เคยมีความสงบที่แท้จริง
​17. การสนับสนุนแรงงานอุตสาหกรรมในยุคสงคราม
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ภายใต้อุดมการณ์วงไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นออกกฎหมายระดมพล (National Mobilization Law / 國家總動員法) ฝันว่าคนเกาหลีจะซาบซึ้งและ "สนับสนุน" จักรวรรดิด้วยการเป็นแรงงานที่ขยันขันแข็งและภักดีในโรงงานผลิตอาวุธหรือเหมืองแร่
​สิ่งที่เกาหลีทำ: แรงงานเกาหลีที่ถูกเกณฑ์ไป (เช่น ในเหมืองถ่านหินใต้มหาสมุทรที่เกาะฮาชิมะ) ตอบโต้ด้วยยุทธวิธี "แทออบ" (Tae-eop / 태업) หรือการจงใจทำงานให้ช้าลง (Sabotage) แกล้งทำให้เครื่องจักรพัง หรือแม้กระทั่งการนัดหยุดงานประท้วงครั้งประวัติศาสตร์อย่าง การนัดหยุดงานทั่วไปที่วอนซาน (Wonsan General Strike ปี 1929) ที่กรรมกรเกาหลีนับหมื่นคนร่วมใจกันสไตรค์หยุดระบบเศรษฐกิจของเมือง ทำให้สายพานการผลิตของญี่ปุ่นสะดุดและสูญเสียมหาศาล
​18. ความราบรื่นในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
​ภาพฝันของญี่ปุ่น: ญี่ปุ่นต้องการให้การบริหารงาน "ราบรื่น" ตั้งแต่ระดับบนลงล่าง จึงแต่งตั้งคนเกาหลีที่สวามิภักดิ์หรือ "ชินอิลพะ" (Chinilpa / 친일파 - กลุ่มฝักใฝ่ญี่ปุ่น) ให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เสมียน หรือตำรวจท้องถิ่น เพื่อเป็นหูเป็นตาและลดความบาดหมางระหว่างชาวบ้านกับคนญี่ปุ่น
​สิ่งที่เกาหลีทำ: สังคมรากหญ้าเกาหลีใช้ "ศาลเตี้ยและการคว่ำบาตร" เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เป็นคนเกาหลีถูกชาวบ้านรังเกียจ ถ่มน้ำลายใส่ และไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ในการเก็บภาษีหรือเกณฑ์ทหาร ยิ่งไปกว่านั้น กองโจรใต้ดินมักจะเล็งเป้าลอบสังหาร "ชินอิลพะ" เหล่านี้เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ทำให้ระบบราชการระดับล่างของญี่ปุ่นทำงานด้วยความหวาดระแวง เป็นอัมพาต และหาคนเกาหลีมารับใช้รัฐบาลได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่