ทุเรียน-สับปะรดราคาตก แต่ทำไม "ผลไม้ฟรีซดราย" โกยเงินต่างชาติ? ถึงเวลาเปลี่ยนเกมแก้ปัญหาสินค้าเกษตร!

ชาวสวนร้องไห้เพราะโดนล้งต่างชาติกดราคาผลไม้สด แต่นักธุรกิจกลับยิ้มรับทรัพย์จากยอดส่งออก "ผลไม้ฟรีซดราย" ที่พุ่งไม่หยุด! นี่คือตลกร้ายของวงการเกษตรไทย ที่สะท้อนให้เห็นว่า เรากำลังเดินหมากผิดกระดานหรือเปล่า?

ทุกๆ ปีเมื่อถึงฤดูผลไม้ สิ่งที่เราเห็นจนชินตาคือข่าวทุเรียน มังคุด สับปะรด ล้นตลาด ราคาตกต่ำ ชาวสวนหลายคนต้องจำใจขายในราคาที่ขาดทุนเพราะถูก "ล้ง" (พ่อค้าคนกลาง) โดยเฉพาะล้งต่างชาติกดราคา ปัญหานี้เป็นงูกินหางที่แก้ไม่เคยจบ แล้วภาครัฐทำอย่างไร? หลายครั้งคือการอัดฉีดงบประมาณลงไปเพื่อ "ตั้งล้งรัฐ" หรือจุดรับซื้อไปแข่งกับเอกชน ซึ่งถามจริงๆ ว่า... เราแข่งสู้เขาได้ไหม? และมันยั่งยืนหรือเปล่า?



ในขณะที่ตลาดผลไม้สดกำลังผันผวนอย่างหนัก ตลาด "ผลไม้แปรรูป" โดยเฉพาะนวัตกรรม Freeze-Dried (ฟรีซดราย) กลับกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศอย่างมาก! ข้อดีของมันคืออะไร? มันเก็บรักษาได้นานเป็นปีโดยรสชาติและคุณค่าทางอาหารแทบไม่เปลี่ยน น้ำหนักเบา ขนส่งง่าย และที่สำคัญที่สุดคือ "มันสามารถอัปเกรดมูลค่าได้หลายเท่าตัว"



คำถามตัวโตๆ คือ... ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงไม่ลงมาศึกษาและสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง? แทนที่จะเอางบไปตั้งล้งแข่งเพื่อแย่งซื้อของสด ทำไมเราไม่เปลี่ยนงบก้อนนั้นมาเป็น "กองทุนนวัตกรรม" เพื่อตั้งโรงงานฟรีซดรายชุมชน ให้ความรู้ชาวสวนเรื่องการแปรรูป สนับสนุนเครื่องจักร หรือช่วยทำแบรนดิ้งส่งออก?
การติดอาวุธให้ชาวสวนสามารถแปรรูปสินค้าได้เอง คือการตัดวงจรการถูกกดราคาอย่างถาวร เพราะเมื่อของมันเก็บได้นานขึ้น อำนาจการต่อรองก็จะกลับมาอยู่ในมือของผู้ผลิต ไม่ใช่พ่อค้าคนกลางอีกต่อไป มันคือการเปิดช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ ที่ยั่งยืนกว่าเดิม



การตั้งรับไม่ใช่ทางออกของวิกฤตเกษตรกรรมยุคใหม่ เราต้องรุกด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ชาวสวนไทยจะก้าวข้ามจากการเป็นแค่ "ผู้ผลิตวัตถุดิบราคาถูก" สู่การเป็น "ผู้ส่งออกสินค้าแปรรูปพรีเมียม"

      เพื่อนๆ คิดว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชาวสวนไทยยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีแปรรูปอย่างฟรีซดรายคืออะไรครับ? ขาดเงินทุน ขาดความรู้ หรือขาดการสนับสนุนที่ตรงจุด? มาแชร์ความคิดเห็นกันหน่อยครับ เผื่อเสียงเล็กๆ ของเราจะไปถึงคนกำหนดนโยบายบ้าง! 👇💬
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่