จะเล่าให้ฟังว่าฉันต้องรับภาระหน้าที่ดูแลพ่อคนเดียว 100% เต็ม เนื่องจากสมัยหนุ่มๆท่านไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวแต่ฉันยังติดต่อท่านอยู่ถามสารทุกข์สุขสุกดิบเมื่อก่อนถ้าไม่อยู่เชียงใหม่แต่ช่วงอายุ 70 กว่า 3 วันดี 4 วันไข้ฉันจึงตัดสินใจไปรับมาดูแลทั้งที่ตัวเองก็ไม่ค่อยจะมี และที่สำคัญฉันต้องปิดบังแม่ไม่ให้รู้ ส่วนพี่ชายก็ไม่สนใจเพราะว่าเขาคิดว่าพ่อไม่เคยเลี้ยงดูเขามาเลยตั้งแต่เด็กภาระเลยมาตกที่ฉันคนเดียว โดยเฉพาะการหาเงินมันไม่พอกับรายรับ ที่นี้หลังจากที่ผ่านไประยะหนึ่งท่านกินยาบ้างไม่กินบ้างและชอบออกไปเที่ยวนั่งรถไปไกลๆ แล้ววันหนึ่งก็ล้มจนต้องผ่าตัดกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ฉันก็ดูแลทุกอย่างตั้งแต่เช้ากลางวันต้องหาเช่าที่พักใกล้ที่ทำงานเพื่อที่จะวิ่งมาให้ข้าวและเปลี่ยนแพมเพิส เป็นอย่างนี้เกือบ 2 ปีต่อมาฉันรู้สึกเป็นภาวะเครียดและเหนื่อยมากจนหาที่ดูแลโดยมีโจทย์ที่ว่าต้องราคาไม่แพงมากจนฉันไปเจอที่ดูแลที่หนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีราคาไม่แพงการพูดจาดี ส่งภาพมาให้ดูแต่ดีๆแต่พอผ่านไปได้สักไม่กี่อาทิตย์ก็พบกับเริ่มมีแผลเริ่มมีค่าใช้จ่ายค่ายาเริ่มเป็นนู่นนี่นั่นมากขึ้น จนฉันรู้สึกนึกว่าจะสบายใจกลับต้องมาคอยกังวลเพิ่มไปอีกฉันจึงตัดสินใจให้อยู่ได้แค่เดือนครึ่งและก็ไปรับกลับมาทีนี้แผลเต็มแขน ผอมลงมาก พ่อไปรับกลับต้องพาไปรักษาที่โรงพยาบาลต่ออีก จากที่จะดีขึ้นกลับกลายเป็นเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้นจึงอยากให้ทุกคนที่กำลังมองหาลองคิดดูดีๆ ถ้าดูแลเองเหนื่อยหน่อยแต่ไม่ต้องมานั่งกังวลใจหรืออาจจะต้องรอจังหวะที่เรามีเงินพร้อมก่อนเราค่อยดูที่ที่น่าเชื่อถือ คะ
หรือเวลาที่นำไปไว้ศูนย์ดูแลจริงๆอาจจะต้องแอบไปดูโดยที่ไม่ต้องบอกเขา และคอยให้เขาส่งภาพมาให้ดูสักอาทิตย์ละครั้ง เพราะการพูดจากับความเป็นจริงบางครั้งมันคนละเรื่องกันเลย จากประสบการณ์แล้วที่มองภาพคนดูแลน่าจะไม่ใช่ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมมา
แชร์ประสบการณสำหรับคนที่กำลังมองหาที่ดูแลผู้สูงอายุ
หรือเวลาที่นำไปไว้ศูนย์ดูแลจริงๆอาจจะต้องแอบไปดูโดยที่ไม่ต้องบอกเขา และคอยให้เขาส่งภาพมาให้ดูสักอาทิตย์ละครั้ง เพราะการพูดจากับความเป็นจริงบางครั้งมันคนละเรื่องกันเลย จากประสบการณ์แล้วที่มองภาพคนดูแลน่าจะไม่ใช่ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมมา