เคล็ดลับระดับเซียน! ซักผ้าห่ม-ผ้านวมแห้งไวในวันเดียว ไม่ต้องง้อแดด ทำได้จริงครับ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคน! ผมเองครับ นักซักผ้าขั้นเทพประจำหมู่บ้าน (มโนเอง) วันนี้ผมขออนุญาตมาแชร์สูตรลับที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน จนได้บทสรุปว่ามัน "เวิร์คจริง" สำหรับภารกิจระดับชาติอย่างการ "ซักผ้าห่มและผ้านวมให้แห้งสนิทในวันเดียว" ครับ



ช่วงหน้าฝน หรือบางทีก็หน้าฝนเทียมจากสภาพอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เนี่ย ปัญหาโลกแตกอันดับหนึ่งของสายแม่บ้านพ่อบ้านอย่างเราๆ คงหนีไม่พ้นเรื่อง "ซักผ้าห่มแล้วไม่แห้ง" ใช่ไหมครับ? ตากสองวันสามวันก็ยังชื้นๆ แถมบางทีมีกลิ่นอับมาเป็นของแถมอีกต่างหาก โอย... แค่คิดก็ปวดใจแล้วครับ

แต่ไม่ต้องห่วงครับ! วันนี้ผมจะมาบอกเคล็ดลับที่ไม่ใช่แค่ "ทำให้อ้อมโลก" แต่เป็น "ทางลัดสู่ผ้าห่มแห้งไว" ที่ผมพิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเอง ว่ามันได้ผลชะงัดงันแน่นอนครับ พร้อมแล้วมาดูกันเลยครับ

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมตัวก่อนลงสนามรบ (ซัก)

   ประเมินขนาดและน้ำหนัก อันดับแรกเลยคือต้องดูว่าผ้าห่มหรือผ้านวมของเราใหญ่แค่ไหน และเครื่องซักผ้าที่บ้านรองรับได้ไหวหรือเปล่าครับ? ถ้าใหญ่เกินกำลังเครื่องซักผ้าฝาหน้าก็อาจจะต้องหาร้านซักอบหยอดเหรียญที่เครื่องใหญ่หน่อยครับ แต่ถ้าเป็นเครื่องฝาบนที่บ้าน มั่นใจว่าไหวก็ลุยเลยครับ อย่าฝืนใส่จนแน่นเกินไปนะครับ เพราะมันจะซักไม่สะอาดและปั่นไม่แห้งครับ
   ขจัดคราบเบื้องต้น (ถ้ามี) ถ้ามีคราบหนักๆ จุดไหน ให้ป้ายน้ำยาซักผ้าทิ้งไว้ก่อนซักปกติประมาณ 15-30 นาทีครับ จะช่วยให้ซักสะอาดขึ้นเยอะเลยครับ
   เลือกน้ำยาคู่ใจ ผมแนะนำน้ำยาซักผ้าสูตรเข้มข้น และน้ำยาปรับผ้านุ่มที่กลิ่นติดทนนานหน่อยครับ เพราะถ้าแห้งเร็วก็จริง แต่ไม่มีกลิ่นหอมก็เหมือนขาดอะไรไปนะครับ

ขั้นตอนที่ 2 พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในการปั่น (ขั้นตอนนี้สำคัญมากนะครับ!)

หัวใจสำคัญของการทำให้ผ้าห่มแห้งไว ไม่ได้อยู่ที่การตากอย่างเดียวนะครับ แต่มันเริ่มตั้งแต่ "การปั่น" นี่แหละครับ

   ห้ามยัด! ใส่ผ้าห่มลงไปในเครื่องซักผ้าอย่างเบามือครับ พยายามให้มันกระจายตัว ไม่กองเป็นก้อนนะครับ ถ้าเครื่องเล็ก อาจจะต้องซักทีละผืนครับ
   ปั่นซ้ำ ย้ำซ้ำ!  นี่คือไม้เด็ดของผมเลยครับ! หลังจากเครื่องซักผ้าปั่นหมาดรอบแรกเสร็จ ให้คุณ "ปั่นหมาดซ้ำอีก 2-3 รอบ" เลยครับ ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอกครับ 2-3 รอบ! การปั่นซ้ำจะช่วยรีดน้ำออกจากใยผ้าได้มากที่สุด ทำให้ผ้าห่มแทบจะแห้งไปกว่าครึ่งตั้งแต่ยังไม่ออกมาตากเลยครับ รับรองว่าผ้าจะเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ



ขั้นตอนที่ 3 การตากผ้าอย่างชาญฉลาด (และสร้างสรรค์)

พอปั่นหมาดขั้นสุดยอดแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาตากแล้วครับ แต่เราจะไม่ตากแบบธรรมดานะครับ เราจะตากแบบ "ขั้นเทพ" ครับ

   ท่าไม้ตายตัว V (V-Shape Drying) ถ้ามีราวตากผ้าสองเส้นใกล้ๆ กัน ให้ตากผ้าห่มพาดลงไปให้เป็นรูปตัว V กลับหัว (เหมือนภูเขาคว่ำ) ครับ วิธีนี้จะช่วยให้ลมผ่านผ้าได้ทุกซอกทุกมุม ทำให้ผ้าแห้งได้ทั่วถึงและเร็วขึ้นครับ หรือถ้ามีราวเดียว ก็พยายามกระจายให้ผ้าโปร่งที่สุดครับ
   ลมคือเพื่อนซี้  ถ้าวันนั้นแดดไม่จัด หรือเป็นช่วงหน้าฝนที่ฟ้าครึ้มๆ การใช้ "พัดลม" คือฮีโร่ครับ! หาพัดลมมาเป่าจ่อใส่ผ้าห่มเลยครับ เป่าทั้งสองด้าน สลับไปมาเรื่อยๆ ครับ จะช่วยระบายความชื้นได้อย่างรวดเร็วครับ ถ้ามีเครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) ด้วยยิ่งสบายเลยครับ เปิดคู่กันไปเลยครับ
   พลิกไปพลิกมา อย่าตากทิ้งไว้เฉยๆ นะครับ ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ให้เดินไปพลิกผ้าห่ม กลับด้าน พับใหม่ ให้ส่วนที่เคยอยู่ด้านในออกมารับลมบ้างครับ เหมือนเรากำลังทำหมูกระทะให้สุกทั่วถึงนั่นแหละครับ (ฮา)
   ผ้าขนหนูดูดน้ำ อีกหนึ่งเคล็ดลับขั้นเทพครับ! หลังจากปั่นหมาดแล้ว ถ้ายังรู้สึกว่าผ้าห่มหนักอึ้งอยู่ ให้เอาผ้าขนหนูแห้งๆ มาวางทับบนผ้าห่มแล้วม้วน/กดไล่น้ำออกเบาๆ ครับ ผ้าขนหนูจะช่วยซับความชื้นส่วนเกินออกไปได้เยอะเลยครับ
   ใช้ที่ร่ม แต่โปร่ง บางคนคิดว่าต้องตากแดดจัดๆ เท่านั้นถึงจะแห้งไว แต่จริงๆ แล้ว "ลม" สำคัญกว่า "แดด" ในการระเหยความชื้นนะครับ ถ้ามีที่ร่มที่ลมพัดดีๆ ก็ใช้ได้เลยครับ เพราะแดดจัดเกินไปอาจทำให้สีผ้าซีดได้ครับ



ขั้นตอนที่ 4 เคล็ดลับเร่งด่วน (สำหรับสายรีบ!)

ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัย ต้องใช้ด่วนๆ และผ้ายังชื้นอยู่เล็กน้อย ผมมีวิธีเร่งด่วนครับ

   ไดร์เป่าผม (แบบระมัดระวัง) สำหรับส่วนที่ยังชื้นเล็กน้อย สามารถใช้ไดร์เป่าผมเป่าได้เลยครับ แต่ต้องคอยขยับไดร์ตลอดนะครับ อย่าจ่อที่เดียวนานๆ เพราะความร้อนสูงอาจทำให้ผ้าเสียหายได้ครับ
   เตารีด (สำหรับผ้าบางชนิด) สำหรับผ้าห่มบางๆ หรือผ้าที่เตารีดได้ ให้ใช้เตารีดความร้อนต่ำรีดได้เลยครับ แต่ต้องแน่ใจว่าผ้าห่มชนิดนั้นทนความร้อนได้ และอย่าลืมกลับด้านรีดด้วยนะครับ

เป็นไงบ้างครับเพื่อนๆ กับสูตรลับ (ที่ไม่ได้ลับแล้ว) ของผม? ผมรับรองว่าถ้าทำตามนี้แล้ว ผ้าห่มและผ้านวมของคุณจะแห้งสนิทภายในวันเดียวแน่นอนครับ อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่คุ้มค่ากับผ้าห่มหอมๆ นุ่มๆ ไร้กลิ่นอับแน่นอนครับ

ลองเอาไปทำตามกันดูนะครับ ได้ผลยังไง หรือมีเทคนิคเจ๋งๆ อะไรมาแชร์กันอีก คอมเมนต์บอกผมได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังและแลกเปลี่ยนเสมอครับ! แล้วพบกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่