‘แกงนอกหม้อ’ แกงสุดแปลกที่ปรุงนอกหม้อ จากตำรับชาววังสู่เมนูท้องถิ่นนครสวรรค์

‘แกงนอกหม้อ’ แกงสุดแปลกที่ปรุงนอกหม้อ จากตำรับชาววังสู่เมนูท้องถิ่นนครสวรรค์

หากพูดถึง ‘แกงไทย’ ภาพจำของใครหลายคนคงเป็นการตั้งเตา ผัดพริกแกงกับกะทิจนแตกมันเติมเนื้อสัตว์และผักลงไปเคี่ยวพร้อมกัน แต่ในตำราอาหารโบราณจะมีแกงชนิดหนึ่งที่ฉีกทุกกฎเดิมๆ ทิ้ง เพราะหลักการของมันคือ ‘ห้ามแกงในหม้อ’ จนกลายมาเป็นชื่อเมนูว่า ‘แกงนอกหม้อ’
.
แกงนอกหม้อ เป็นเมนูโบราณที่พบในหนังสือ ‘แม่ครัวหัวป่าก์’ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ เมนูนี้ถูกมองว่ามีความคล้ายวัฒนธรรมการกินของจีนและญี่ปุ่น คือการแยกส่วนผสม และปรุงส่วนผสมทุกอย่างแยกกันจนสุกพอดี จัดวางเรียงในชาม แล้วค่อยราดน้ำแกงร้อนๆ ลงไปในชามก่อนยกเสิร์ฟทันที
.
ในตำรับโบราณ จะมีวัตถุดิบทั้งกุ้ง ปลาสลิด แตงกวา และมะม่วงดิบ รสชาติชูด้วยน้ำซุปต้มกุ้ง ที่ปรุงด้วยน้ำกระเทียมดองและมะนาว ข้อดีของการแยกหม้อคือ วัตถุดิบแต่ละชนิดจะยังมีรสชาติชัดเจน ส่วนเนื้อสัมผัสก็ไม่มีสิ่งใดสุกเกินไปจนเสียของ
.
แต่ในปัจจุบัน แกงนอกหม้อได้กลายเป็นเมนู ‘อาหารถิ่น’ ขึ้นชื่อของจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะในแถบอำเภอลาดยาว ชุมแสง และเก้าเลี้ยว หน้าตาของแกงชาววัง ก็ถูกปรับให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยจะเป็นแกงที่มีลักษณะคล้ายแกงคั่ว เปลี่ยนมาใช้เนื้อไก่หรือเนื้อหมูคั่วเครื่องแกง ผสานความมันของกะทิ และความเผ็ดร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘เครื่องเทศลาบ’ ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าเมนูนี้อาจเกิดจากความเบื่อรสชาติลาบแบบเดิมๆ ชาวบ้านเลยลองจับกะทิมาเทใส่ลาบเสียเลย จนได้รสชาติเปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน กลมกล่อม
.
ในตอนจัดเสิร์ฟ จะนิยมกินคู่ผักสดอย่างหยวกกล้วย หัวปลี หรือแกล้มด้วยหมี่ทอดกรอบก็ได้
.
จนถึงตอนนี้ ‘แกงนอกหม้อ’ มันไม่ใช่แกงชื่อแปลกเพียงอย่างเดียว แต่มันกลายมาเป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำใครจนถึงทุกวันนี้
.
ที่มา : Sauce เรื่องราวกินได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่