นิยายของผม ผู้ปลุกพลังหมายเลข 0 zero awakener
บทที่ 1: ผู้ถูกเรียกว่า "ตัวร้าย"
ปี ค.ศ. 2042
สิบปีหลังจากวันที่ "เกท" ปรากฏขึ้นทั่วโลก มนุษยชาติก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแออีกต่อไป
ผู้คนบางส่วนได้รับการปลุกพลัง สามารถต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและสำรวจทรัพยากรล้ำค่าจากอีกโลกหนึ่ง
แต่ในบรรดาผู้ปลุกพลังทั้งหมด มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีใครกล้าจัดอันดับ
ชื่อของเขาคือ...
ที
ผู้ใช้พลังเพลิงและสายฟ้า ผู้สามารถแปรสภาพร่างกายเป็นธาตุได้ราวกับไร้ตัวตน อาวุธทุกชนิดทะลุผ่านร่างของเขา และข่าวกรองจากทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า...
"ไม่มีวิธีสังหารเขา"
หลายประเทศเรียกร้องให้กำจัดเขาก่อนจะสายเกินไป
แต่ไม่มีประเทศใดกล้าเริ่มสงคราม
เพราะทุกคนรู้ว่า...
หากสงครามเริ่มขึ้น เมืองทั้งเมืองอาจหายไปภายในไม่กี่นาที
ทำเนียบรัฐบาลไทย
ห้องประชุมฉุกเฉินเต็มไปด้วยนายทหาร นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ปลุกพลัง
บนจอภาพมีเพียงข้อความสั้น ๆ
ข้อความเข้ารหัสจากผู้ปลุกพลังหมายเลขศูนย์
นายกรัฐมนตรีเป็นคนเปิดอ่านข้อความด้วยตัวเอง
"ถ้าไม่อยากให้โลกเสียหาย..."
ทั้งห้องเงียบ
"ก็ส่งผู้หญิงคนนั้นมา"
หลายคนลุกขึ้นทันที
"เป็นการข่มขู่ครับ!"
"เราต้องตอบโต้!"
นายกรัฐมนตรีเงียบ เขาอ่านต่อจนจบ
"พวกนายจับเธอไว้เพราะกลัวว่าฉันจะทำลายโลก"
"ฉันยอมมอบตัว"
"แต่ขอห้องขังที่เธออยู่กับฉันได้"
ห้องประชุมเงียบงัน
นายกรัฐมนตรีวางเอกสารลง
"เขาไม่ได้เรียกร้องอำนาจ"
"เขาไม่ได้เรียกเงิน"
"เขาเสนอการยอมจำนน"
นายพลคนหนึ่งสวนทันที
"แต่แลกกับตัวประกันครับ!"
นายกรัฐมนตรีส่ายหน้า
"ไม่"
"รัฐบาลจะไม่ใช้ผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกัน"
สามชั่วโมงต่อมา
สัญญาณตอบกลับถูกส่งผ่านดาวเทียม
"รัฐบาลจะไม่ส่งมอบบุคคลใดเพื่อแลกกับการยุติการข่มขู่"
"แต่หากคุณยินดีมอบตัวจริง เราพร้อมสร้างสถานที่ควบคุมพิเศษ"
"คุณจะได้รับอาหาร การรักษา หนังสือ อินเทอร์เน็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม"
"แต่ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะพบคุณหรือไม่"
หลังส่งข้อความ ทุกคนในห้องประชุมต่างลุ้นกับคำตอบ
หนึ่งนาที...
ห้านาที...
สิบห้านาที...
ไม่มีสัญญาณใด ๆ
ก่อนที่จู่ ๆ ฟ้าทั่วกรุงเทพฯ จะมืดลง
สายฟ้านับพันสายฟาดลงพร้อมกัน
เจ้าหน้าที่หลายคนรีบวิ่งเข้าห้องหลบภัย
แต่สายฟ้าเหล่านั้นกลับไม่ทำลายแม้แต่อาคารเดียว
กลางลานหน้าทำเนียบ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่เงียบ ๆ
เปลวเพลิงสีม่วงลุกโชนรอบตัว
เขาคือ...
ที
ทหารนับร้อยยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน
แต่ไม่มีใครกล้าลั่นไก
ทีเดินผ่านแนวทหารอย่างสงบ
ก่อนหยุดตรงหน้าประตูทำเนียบ
นายกรัฐมนตรีเดินออกมาด้วยตัวเอง
ไม่มีบอดี้การ์ด
ไม่มีโล่กำบัง
ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรก
ทีเป็นฝ่ายพูดก่อน
"นายไม่กลัวฉันหรือ"
นายกรัฐมนตรีตอบทันที
"กลัว"
"แต่หน้าที่ของผมคือเดินออกมาคุย"
ทีเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
"อย่างน้อยก็มีคนพูดความจริง"
นายกรัฐมนตรีมองตรงเข้าไปในดวงตาของผู้ที่ทั้งโลกเรียกว่า "ตัวร้าย"
"ผมมีคำถาม"
"คุณต้องการอะไร"
ทีตอบโดยไม่ลังเล
"ฉันไม่ต้องการสงคราม"
"ฉันแค่อยากมีชีวิตปกติ"
คำตอบนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตกตะลึง
คนที่ทั่วโลกหวาดกลัว...
กลับไม่ได้ต้องการครองโลก
นายกรัฐมนตรีสูดหายใจลึก ก่อนยื่นมือออกไป
"ถ้าอย่างนั้น..."
"เรามาเริ่มต้นจากการพูดคุยกัน"
ทีจ้องมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า
หลายวินาทีผ่านไป
ก่อนที่เขาจะจับมือนั้น
ภาพนั้นถูกถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก
วันนั้น ไม่มีใครรู้ว่าการจับมือเพียงครั้งเดียว จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติไปตลอดกาล...
จบบทที่ 1
บทที่ 2: ข้อตกลงระหว่างผู้ปกครองกับผู้แข็งแกร่งที่สุด
การจับมือหน้าทำเนียบรัฐบาลกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในโลก
บางประเทศกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยยอมจำนน
บางประเทศกลับมองว่านี่คือการตัดสินใจที่กล้าหาญที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกกลายเป็นศัตรูจริง ๆ
...
ห้องประชุมลับใต้ดิน
มีเพียงสองคน
นายกรัฐมนตรี
และที
บนโต๊ะมีเอกสารเพียงแผ่นเดียว
"ข้อตกลงการอยู่ร่วมกัน"
นายกรัฐมนตรีพูดขึ้นก่อน
"ผมจะไม่โกหกคุณ"
"รัฐบาลหยุดคุณไม่ได้"
ทีตอบทันที
"ฉันก็รู้"
"แต่ฉันก็ไม่ได้อยากฆ่าใคร"
นายกรัฐมนตรีจึงเลื่อนเอกสารไปข้างหน้า
"ผมขอเสนอ..."
"ศูนย์ควบคุมพิเศษ"
ทีเลิกคิ้ว
นายกรัฐมนตรีอธิบายต่อ
"ไม่ใช่เรือนจำ"
"แต่เป็นสถานที่ที่คุณใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ภายใต้ข้อตกลงว่าจะไม่ทำร้ายประชาชน"
ทีเงียบไป
"ฉันขอห้องเดี่ยว"
"ได้"
"อินเทอร์เน็ต"
"ได้"
"โทรศัพท์รุ่นดีที่สุด"
"ได้"
"เน็ตบ้าน"
"ได้"
"หนังสือทุกประเภท"
"ได้"
ทีหัวเราะเบา ๆ
"นายยอมง่ายกว่าที่คิด"
นายกรัฐมนตรีส่ายหน้า
"ไม่"
"ผมแค่คำนวณแล้ว"
"ถ้าคุณอยากหนี...ไม่มีใครหยุดคุณได้"
"แต่ถ้าคุณไม่มีเหตุผลจะหนี..."
"โลกจะปลอดภัยกว่า"
ทีพยักหน้า
"ตกลง"
ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้อง
แต่หยุดอยู่หน้าประตู
"ถ้ามีผู้ปลุกพลังที่เป็นภัยต่อโลก..."
"ฉันจะช่วย"
นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้น ๆ
"ขอบคุณ"
หลายเดือนผ่านไป
ศูนย์ควบคุมพิเศษถูกสร้างเสร็จ
ภายนอกเหมือนศูนย์วิจัย
ภายในกลับคล้ายบ้านพักหรู
มีห้องสมุด
ห้องฝึก
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
และวิวภูเขา
ผู้คนเริ่มตั้งคำถาม
"นี่มันเรือนจำหรือโรงแรม"
แต่นายกรัฐมนตรีตอบทุกครั้งว่า
"ต้นทุนในการสร้างที่นี่ ยังถูกกว่าการสร้างเมืองใหม่หลังสงคราม"
...
วันหนึ่ง
ทีส่งข้อความถึงนายกรัฐมนตรี
"ฉันไม่คิดหนี"
"เพราะถ้าจะออกไป ฉันวาปได้ทุกที่ที่มีสายฟ้า"
นายกรัฐมนตรีอ่านข้อความแล้วหัวเราะ
"เขาพูดถูก"
บทที่ 3: วันที่โลกต้องขอความช่วยเหลือ
หกเดือนต่อมา
เวลา 03.17 น.
ไซเรนดังขึ้นทั่วประเทศ
เจ้าหน้าที่วิ่งเข้าห้องบัญชาการ
"ท่านนายก!"
"เกทระดับใหม่เปิดขึ้นกลางอ่าวไทย!"
บนจอภาพ
รอยแยกสีดำขนาดมหึมาค่อย ๆ เปิดออก
สัตว์ประหลาดนับหมื่นหลั่งไหลออกมา
ผู้ปลุกพลังระดับ S จากหลายประเทศรีบเดินทางมาสนับสนุน
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
รายงานเริ่มเข้ามา
"Titan บาดเจ็บ"
"Mountain King ถอย"
"Frost Wolf ไม่สามารถตรึงแนวได้"
เมืองชายฝั่งเริ่มอพยพ
ประชาชนหลายล้านคนตกอยู่ในอันตราย
ห้องประชุมเงียบ
ทุกคนรู้ว่ามีทางเลือกสุดท้ายเพียงทางเดียว
นายกรัฐมนตรีหยิบโทรศัพท์สีดำเครื่องหนึ่ง
เครื่องที่ไม่เคยถูกใช้เลยตั้งแต่สร้างมา
ปลายสายรับทันที
"มีอะไร"
เสียงของทีดังขึ้นอย่างสงบ
นายกรัฐมนตรีหลับตา
ก่อนพูดประโยคที่ทั้งชีวิตไม่คิดว่าจะต้องพูด
"ผม...ขอความช่วยเหลือ"
ปลายสายเงียบ
"สถานการณ์"
นายกรัฐมนตรีส่งภาพสดจากสนามรบ
สัตว์ประหลาดกำลังทำลายทุกสิ่ง
ผู้ปลุกพลังระดับ S กำลังล่าถอย
ทีตอบเพียงคำเดียว
"พอ"
วินาทีต่อมา
ฟ้าทั่วประเทศไทยมืดลง
สายฟ้านับแสนสายรวมตัวกันเหนือเกท
ชายผู้หนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
เปลวเพลิงสีม่วงลุกโชนจนเมฆละลาย
ทีมองลงมายังเกท
"ถอยออกไป"
ผู้ปลุกพลังทุกคนรีบถอนตัว
เขายกมือขึ้นช้า ๆ
เปลวเพลิงสีม่วงขนาดมหึมาถูกอัดแน่นจนเหมือนดาวดวงเล็ก
ไม่มีเสียง
ไม่มีคำราม
เพียงแค่...
เขาดีดนิ้ว
แสงสีม่วงพุ่งผ่านเกท
ในเสี้ยววินาที
เกททั้งบาน
สัตว์ประหลาดทุกตัว
และคลื่นพลังงานทั้งหมด
หายไปจากโลก
ราวกับไม่เคยมีอยู่
ความเงียบปกคลุมสนามรบ
ก่อนเสียงเฮของผู้รอดชีวิตจะดังก้องไปทั่วชายฝั่ง
ผู้ปลุกพลังระดับ S จากทุกประเทศต่างเงยมองชายที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า
ชายที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเรียกว่า...
"ตัวร้าย"
แต่ในวันนั้น
เขาคือคนที่ช่วยโลกไว้เพียงลำพัง
จบบทที่ 3
บทที่ 4: คนที่โลกเคยหวาดกลัว
เช้าวันรุ่งขึ้น...
พาดหัวข่าวจากทุกประเทศเป็นเรื่องเดียวกัน
"ผู้ปลุกพลังหมายเลขศูนย์ช่วยโลกจากเกทระดับภัยพิบัติ"
คลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก
ไม่มีใครลืมภาพชายผู้ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า ก่อนใช้เพียงการโจมตีครั้งเดียวลบเกททั้งบานออกจากโลก
แต่ถึงอย่างนั้น...
เสียงวิจารณ์ก็ยังแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งกล่าวว่า
"เขาคือผู้พิทักษ์"
อีกฝ่ายกลับตอบ
"วันนี้เขาช่วยโลก...วันหน้าถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ"
โลกยังคงหวาดกลัวพลังที่ไม่มีใครหยุดได้
ทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรี
"ท่านคิดว่าเขาเป็นฮีโร่หรือเป็นภัย"
นายกรัฐมนตรีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ
"เขาไม่ใช่ทั้งสองอย่าง"
นักข่าวมองหน้ากัน
นายกรัฐมนตรีพูดต่อ
"เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง"
"และมนุษย์ทุกคนถูกตัดสินจากการกระทำ"
"จนถึงวันนี้ เขาเลือกช่วยประชาชน"
คำตอบนั้นถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก
หลายประเทศเริ่มเปลี่ยนท่าที
แม้ยังไม่ไว้วางใจเต็มที่
แต่ไม่มีใครกล้าเรียกทีว่า "ปีศาจ" อีก
ศูนย์ควบคุมพิเศษ
ทีนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง
เจ้าหน้าที่นำอาหารมาวางเหมือนทุกวัน
ไม่มีการใส่กุญแจมือ
ไม่มีการคุมด้วยอาวุธหนัก
เพราะทุกคนรู้ว่า...
ถ้าเขาคิดจะออกไป
กำแพงคอนกรีตก็ไม่มีความหมาย
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเดินเข้ามา
"นายกรัฐมนตรีฝากข้อความมาครับ"
ทียกสายตาขึ้น
"มีคนอยากพบคุณ"
ทีขมวดคิ้ว
"ใคร"
เจ้าหน้าที่เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
"ผู้หญิงคนนั้น"
ห้องรับรองพิเศษ
ประตูค่อย ๆ เปิดออก
หญิงสาวเดินเข้ามาช้า ๆ
ไม่มีโซ่ตรวน
ไม่มีเจ้าหน้าที่จับแขน
เธอเดินมาหยุดตรงหน้าที
ทั้งสองเงียบ
เวลาหลายเดือนที่ไม่ได้พบกัน
เหมือนยาวนานกว่าหลายปี
เธอเป็นฝ่ายพูดก่อน
"...สบายดีไหม"
ทีหัวเราะเบา ๆ
"ยังไม่ตาย"
หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา
"คนทั้งโลกกำลังพูดถึงนาย"
ทีส่ายหน้า
"ฉันไม่สน"
เขามองเธอ
ก่อนถามเพียงประโยคเดียว
"เธอสบายดีไหม"
หญิงสาวพยักหน้า
"รัฐบาลไม่เคยทำร้ายฉัน"
"พวกเขาแค่คุ้มครอง"
ทีถอนหายใจโล่งอก
นอกห้อง
เจ้าหน้าที่กำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิด
นายกรัฐมนตรีเดินเข้ามา
เขามองจออยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหันไปสั่ง
"ปิดภาพ"
หัวหน้าหน่วยตกใจ
"แต่ท่านครับ..."
นายกรัฐมนตรีตอบเรียบ ๆ
"ช่วงเวลานี้ไม่ใช่เรื่องของความมั่นคง"
"แต่เป็นเรื่องของคนสองคน"
จอมอนิเตอร์ดับลง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ชีวิตกลับเข้าสู่ความสงบ
ทีใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านหนังสือ ศึกษาวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และฝึกควบคุมพลังของตนเอง
ผู้ปลุกพลังระดับ S จากประเทศต่าง ๆ เริ่มส่งจดหมายมาขอพบ
บางคนอยากประลอง
บางคนอยากเรียนรู้
บางคนเพียงอยากเห็นว่า...
ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกเป็นคนแบบไหน
แต่ทีปฏิเสธทั้งหมด
เขาพูดกับนายกรัฐมนตรีเพียงประโยคเดียว
"ฉันเหนื่อยกับการพิสูจน์ตัวเอง"
นายกรัฐมนตรีพยักหน้า
"งั้นก็ไม่ต้องพิสูจน์"
"ใช้ชีวิตของคุณ"
ทีไม่รู้เลยว่า...
ในคืนเดียวกันนั้น
ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร
ชายหนุ่มคนหนึ่งสะดุ้งตื่นจากฝัน
เหงื่อไหลเต็มใบหน้า
ในความฝันนั้น...
เขาเห็นโลกถูกเปลวเพลิงสีแดงกลืนกิน
และชายที่ยืนอยู่เหนือซากโลก...
มีใบหน้าของ "ที"
ชายคนนั้นคือผู้ปลุกพลังคนใหม่
ผู้ที่ทั่วโลกจะรู้จักในอีกไม่นานในนาม...
"ออราเคิล"
จบบทที่ 4
บทที่ 5: ออราเคิล ผู้เห็นวันสิ้นโลก
สามเดือนหลังเหตุการณ์เกทสีดำ
ทั่วโลกเริ่มสงบลงอีกครั้ง
ผู้คนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
แต่ในเมืองเล็กแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งกลับไม่เคยหลับอย่างสงบอีกเลย
ทุกคืน...
เขาจะฝันถึงอนาคต
และทุกความฝัน...
กลายเป็นจริงเสมอ
เด็กคนนี้มีชื่อว่า อีธาน แต่ทั่วโลกเรียกเขาว่า
"ออราเคิล"
ผู้เห็นโชคชะตา
ผู้ที่ไม่เคยทำนายผิดแม้แต่ครั้งเดียว
คืนหนึ่ง...
เขาใช้สกิล Dream Dive
สติหลุดออกจากร่าง
เขาเดินอยู่บนโลกที่ไร้ผู้คน
เมืองยังคงตั้งอยู่
แต่ไร้เสียง
ไร้ลมหายใจ
แล้วเขาเงยหน้าขึ้น
เหนือโลก...
ชายคนหนึ่งลอยอยู่ในอวกาศ
เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนรอบตัว
โลกทั้งใบแตกสลายต่อหน้าต่อตา
ก่อนที่ออราเคิลจะเห็นใบหน้าของชายคนนั้น
มันคือ...
ที
ในวินาทีสุดท้ายก่อนตื่น
เขาเห็นตัวเองถูกเปลวเพลิงสีแดงเผาผลาญ
และได้ยินเสียงเบา ๆ
"ขอโทษ..."
ออราเคิลสะดุ้งตื่น
เขาไม่เคยเห็นนิมิตที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน
สองวันต่อมา
องค์การผู้ปลุกพลังโลกจัดประชุมฉุกเฉิน
นายกรัฐมนตรีของหลายประเทศเข้าร่วม
ออราเคิลยืนอยู่หน้าห้องประชุม
ก่อนกล่าวประโยคที่ทำให้ทั้งห้องเงียบ
"ผมเห็นวันสิ้นโลก"
เขาฉายภาพจากความทรงจำ
โลกถูกเผา
ทะเลระเหย
ทวีปแตกออก
และชายผู้ยืนอยู่เหนือทุกสิ่ง
คือที
เสียงในห้องประชุมเริ่มดังขึ้น
"เราต้องกำจัดเขา!"
"ก่อนจะสายเกินไป!"
แต่นายกรัฐมนตรีของไทยยกมือขึ้น
"ผมคัดค้าน"
ทุกคนหันมามอง
"จนถึงวันนี้ ทีช่วยโลกมาโดยตลอด"
"ผมจะไม่ตัดสินใครจากภาพอนาคตเพียงภาพเดียว"
ออราเคิลจึงพูดขึ้น
"ผมเองก็สงสัย"
ทุกคนชะงัก
"ในนิมิต..."
"เขาไม่ได้ยิ้ม"
[CR] นิยายของผม ผู้ปลุกพลังหมายเลข 0 zero awakener
บทที่ 1: ผู้ถูกเรียกว่า "ตัวร้าย"
ปี ค.ศ. 2042
สิบปีหลังจากวันที่ "เกท" ปรากฏขึ้นทั่วโลก มนุษยชาติก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแออีกต่อไป
ผู้คนบางส่วนได้รับการปลุกพลัง สามารถต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและสำรวจทรัพยากรล้ำค่าจากอีกโลกหนึ่ง
แต่ในบรรดาผู้ปลุกพลังทั้งหมด มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีใครกล้าจัดอันดับ
ชื่อของเขาคือ...
ที
ผู้ใช้พลังเพลิงและสายฟ้า ผู้สามารถแปรสภาพร่างกายเป็นธาตุได้ราวกับไร้ตัวตน อาวุธทุกชนิดทะลุผ่านร่างของเขา และข่าวกรองจากทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า...
"ไม่มีวิธีสังหารเขา"
หลายประเทศเรียกร้องให้กำจัดเขาก่อนจะสายเกินไป
แต่ไม่มีประเทศใดกล้าเริ่มสงคราม
เพราะทุกคนรู้ว่า...
หากสงครามเริ่มขึ้น เมืองทั้งเมืองอาจหายไปภายในไม่กี่นาที
ทำเนียบรัฐบาลไทย
ห้องประชุมฉุกเฉินเต็มไปด้วยนายทหาร นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ปลุกพลัง
บนจอภาพมีเพียงข้อความสั้น ๆ
ข้อความเข้ารหัสจากผู้ปลุกพลังหมายเลขศูนย์
นายกรัฐมนตรีเป็นคนเปิดอ่านข้อความด้วยตัวเอง
"ถ้าไม่อยากให้โลกเสียหาย..."
ทั้งห้องเงียบ
"ก็ส่งผู้หญิงคนนั้นมา"
หลายคนลุกขึ้นทันที
"เป็นการข่มขู่ครับ!"
"เราต้องตอบโต้!"
นายกรัฐมนตรีเงียบ เขาอ่านต่อจนจบ
"พวกนายจับเธอไว้เพราะกลัวว่าฉันจะทำลายโลก"
"ฉันยอมมอบตัว"
"แต่ขอห้องขังที่เธออยู่กับฉันได้"
ห้องประชุมเงียบงัน
นายกรัฐมนตรีวางเอกสารลง
"เขาไม่ได้เรียกร้องอำนาจ"
"เขาไม่ได้เรียกเงิน"
"เขาเสนอการยอมจำนน"
นายพลคนหนึ่งสวนทันที
"แต่แลกกับตัวประกันครับ!"
นายกรัฐมนตรีส่ายหน้า
"ไม่"
"รัฐบาลจะไม่ใช้ผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกัน"
สามชั่วโมงต่อมา
สัญญาณตอบกลับถูกส่งผ่านดาวเทียม
"รัฐบาลจะไม่ส่งมอบบุคคลใดเพื่อแลกกับการยุติการข่มขู่"
"แต่หากคุณยินดีมอบตัวจริง เราพร้อมสร้างสถานที่ควบคุมพิเศษ"
"คุณจะได้รับอาหาร การรักษา หนังสือ อินเทอร์เน็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม"
"แต่ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะพบคุณหรือไม่"
หลังส่งข้อความ ทุกคนในห้องประชุมต่างลุ้นกับคำตอบ
หนึ่งนาที...
ห้านาที...
สิบห้านาที...
ไม่มีสัญญาณใด ๆ
ก่อนที่จู่ ๆ ฟ้าทั่วกรุงเทพฯ จะมืดลง
สายฟ้านับพันสายฟาดลงพร้อมกัน
เจ้าหน้าที่หลายคนรีบวิ่งเข้าห้องหลบภัย
แต่สายฟ้าเหล่านั้นกลับไม่ทำลายแม้แต่อาคารเดียว
กลางลานหน้าทำเนียบ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่เงียบ ๆ
เปลวเพลิงสีม่วงลุกโชนรอบตัว
เขาคือ...
ที
ทหารนับร้อยยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน
แต่ไม่มีใครกล้าลั่นไก
ทีเดินผ่านแนวทหารอย่างสงบ
ก่อนหยุดตรงหน้าประตูทำเนียบ
นายกรัฐมนตรีเดินออกมาด้วยตัวเอง
ไม่มีบอดี้การ์ด
ไม่มีโล่กำบัง
ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรก
ทีเป็นฝ่ายพูดก่อน
"นายไม่กลัวฉันหรือ"
นายกรัฐมนตรีตอบทันที
"กลัว"
"แต่หน้าที่ของผมคือเดินออกมาคุย"
ทีเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
"อย่างน้อยก็มีคนพูดความจริง"
นายกรัฐมนตรีมองตรงเข้าไปในดวงตาของผู้ที่ทั้งโลกเรียกว่า "ตัวร้าย"
"ผมมีคำถาม"
"คุณต้องการอะไร"
ทีตอบโดยไม่ลังเล
"ฉันไม่ต้องการสงคราม"
"ฉันแค่อยากมีชีวิตปกติ"
คำตอบนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตกตะลึง
คนที่ทั่วโลกหวาดกลัว...
กลับไม่ได้ต้องการครองโลก
นายกรัฐมนตรีสูดหายใจลึก ก่อนยื่นมือออกไป
"ถ้าอย่างนั้น..."
"เรามาเริ่มต้นจากการพูดคุยกัน"
ทีจ้องมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า
หลายวินาทีผ่านไป
ก่อนที่เขาจะจับมือนั้น
ภาพนั้นถูกถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก
วันนั้น ไม่มีใครรู้ว่าการจับมือเพียงครั้งเดียว จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติไปตลอดกาล...
จบบทที่ 1
บทที่ 2: ข้อตกลงระหว่างผู้ปกครองกับผู้แข็งแกร่งที่สุด
การจับมือหน้าทำเนียบรัฐบาลกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในโลก
บางประเทศกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยยอมจำนน
บางประเทศกลับมองว่านี่คือการตัดสินใจที่กล้าหาญที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกกลายเป็นศัตรูจริง ๆ
...
ห้องประชุมลับใต้ดิน
มีเพียงสองคน
นายกรัฐมนตรี
และที
บนโต๊ะมีเอกสารเพียงแผ่นเดียว
"ข้อตกลงการอยู่ร่วมกัน"
นายกรัฐมนตรีพูดขึ้นก่อน
"ผมจะไม่โกหกคุณ"
"รัฐบาลหยุดคุณไม่ได้"
ทีตอบทันที
"ฉันก็รู้"
"แต่ฉันก็ไม่ได้อยากฆ่าใคร"
นายกรัฐมนตรีจึงเลื่อนเอกสารไปข้างหน้า
"ผมขอเสนอ..."
"ศูนย์ควบคุมพิเศษ"
ทีเลิกคิ้ว
นายกรัฐมนตรีอธิบายต่อ
"ไม่ใช่เรือนจำ"
"แต่เป็นสถานที่ที่คุณใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ภายใต้ข้อตกลงว่าจะไม่ทำร้ายประชาชน"
ทีเงียบไป
"ฉันขอห้องเดี่ยว"
"ได้"
"อินเทอร์เน็ต"
"ได้"
"โทรศัพท์รุ่นดีที่สุด"
"ได้"
"เน็ตบ้าน"
"ได้"
"หนังสือทุกประเภท"
"ได้"
ทีหัวเราะเบา ๆ
"นายยอมง่ายกว่าที่คิด"
นายกรัฐมนตรีส่ายหน้า
"ไม่"
"ผมแค่คำนวณแล้ว"
"ถ้าคุณอยากหนี...ไม่มีใครหยุดคุณได้"
"แต่ถ้าคุณไม่มีเหตุผลจะหนี..."
"โลกจะปลอดภัยกว่า"
ทีพยักหน้า
"ตกลง"
ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้อง
แต่หยุดอยู่หน้าประตู
"ถ้ามีผู้ปลุกพลังที่เป็นภัยต่อโลก..."
"ฉันจะช่วย"
นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้น ๆ
"ขอบคุณ"
หลายเดือนผ่านไป
ศูนย์ควบคุมพิเศษถูกสร้างเสร็จ
ภายนอกเหมือนศูนย์วิจัย
ภายในกลับคล้ายบ้านพักหรู
มีห้องสมุด
ห้องฝึก
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
และวิวภูเขา
ผู้คนเริ่มตั้งคำถาม
"นี่มันเรือนจำหรือโรงแรม"
แต่นายกรัฐมนตรีตอบทุกครั้งว่า
"ต้นทุนในการสร้างที่นี่ ยังถูกกว่าการสร้างเมืองใหม่หลังสงคราม"
...
วันหนึ่ง
ทีส่งข้อความถึงนายกรัฐมนตรี
"ฉันไม่คิดหนี"
"เพราะถ้าจะออกไป ฉันวาปได้ทุกที่ที่มีสายฟ้า"
นายกรัฐมนตรีอ่านข้อความแล้วหัวเราะ
"เขาพูดถูก"
บทที่ 3: วันที่โลกต้องขอความช่วยเหลือ
หกเดือนต่อมา
เวลา 03.17 น.
ไซเรนดังขึ้นทั่วประเทศ
เจ้าหน้าที่วิ่งเข้าห้องบัญชาการ
"ท่านนายก!"
"เกทระดับใหม่เปิดขึ้นกลางอ่าวไทย!"
บนจอภาพ
รอยแยกสีดำขนาดมหึมาค่อย ๆ เปิดออก
สัตว์ประหลาดนับหมื่นหลั่งไหลออกมา
ผู้ปลุกพลังระดับ S จากหลายประเทศรีบเดินทางมาสนับสนุน
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
รายงานเริ่มเข้ามา
"Titan บาดเจ็บ"
"Mountain King ถอย"
"Frost Wolf ไม่สามารถตรึงแนวได้"
เมืองชายฝั่งเริ่มอพยพ
ประชาชนหลายล้านคนตกอยู่ในอันตราย
ห้องประชุมเงียบ
ทุกคนรู้ว่ามีทางเลือกสุดท้ายเพียงทางเดียว
นายกรัฐมนตรีหยิบโทรศัพท์สีดำเครื่องหนึ่ง
เครื่องที่ไม่เคยถูกใช้เลยตั้งแต่สร้างมา
ปลายสายรับทันที
"มีอะไร"
เสียงของทีดังขึ้นอย่างสงบ
นายกรัฐมนตรีหลับตา
ก่อนพูดประโยคที่ทั้งชีวิตไม่คิดว่าจะต้องพูด
"ผม...ขอความช่วยเหลือ"
ปลายสายเงียบ
"สถานการณ์"
นายกรัฐมนตรีส่งภาพสดจากสนามรบ
สัตว์ประหลาดกำลังทำลายทุกสิ่ง
ผู้ปลุกพลังระดับ S กำลังล่าถอย
ทีตอบเพียงคำเดียว
"พอ"
วินาทีต่อมา
ฟ้าทั่วประเทศไทยมืดลง
สายฟ้านับแสนสายรวมตัวกันเหนือเกท
ชายผู้หนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
เปลวเพลิงสีม่วงลุกโชนจนเมฆละลาย
ทีมองลงมายังเกท
"ถอยออกไป"
ผู้ปลุกพลังทุกคนรีบถอนตัว
เขายกมือขึ้นช้า ๆ
เปลวเพลิงสีม่วงขนาดมหึมาถูกอัดแน่นจนเหมือนดาวดวงเล็ก
ไม่มีเสียง
ไม่มีคำราม
เพียงแค่...
เขาดีดนิ้ว
แสงสีม่วงพุ่งผ่านเกท
ในเสี้ยววินาที
เกททั้งบาน
สัตว์ประหลาดทุกตัว
และคลื่นพลังงานทั้งหมด
หายไปจากโลก
ราวกับไม่เคยมีอยู่
ความเงียบปกคลุมสนามรบ
ก่อนเสียงเฮของผู้รอดชีวิตจะดังก้องไปทั่วชายฝั่ง
ผู้ปลุกพลังระดับ S จากทุกประเทศต่างเงยมองชายที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า
ชายที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเรียกว่า...
"ตัวร้าย"
แต่ในวันนั้น
เขาคือคนที่ช่วยโลกไว้เพียงลำพัง
จบบทที่ 3
บทที่ 4: คนที่โลกเคยหวาดกลัว
เช้าวันรุ่งขึ้น...
พาดหัวข่าวจากทุกประเทศเป็นเรื่องเดียวกัน
"ผู้ปลุกพลังหมายเลขศูนย์ช่วยโลกจากเกทระดับภัยพิบัติ"
คลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก
ไม่มีใครลืมภาพชายผู้ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า ก่อนใช้เพียงการโจมตีครั้งเดียวลบเกททั้งบานออกจากโลก
แต่ถึงอย่างนั้น...
เสียงวิจารณ์ก็ยังแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งกล่าวว่า
"เขาคือผู้พิทักษ์"
อีกฝ่ายกลับตอบ
"วันนี้เขาช่วยโลก...วันหน้าถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ"
โลกยังคงหวาดกลัวพลังที่ไม่มีใครหยุดได้
ทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรี
"ท่านคิดว่าเขาเป็นฮีโร่หรือเป็นภัย"
นายกรัฐมนตรีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ
"เขาไม่ใช่ทั้งสองอย่าง"
นักข่าวมองหน้ากัน
นายกรัฐมนตรีพูดต่อ
"เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง"
"และมนุษย์ทุกคนถูกตัดสินจากการกระทำ"
"จนถึงวันนี้ เขาเลือกช่วยประชาชน"
คำตอบนั้นถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก
หลายประเทศเริ่มเปลี่ยนท่าที
แม้ยังไม่ไว้วางใจเต็มที่
แต่ไม่มีใครกล้าเรียกทีว่า "ปีศาจ" อีก
ศูนย์ควบคุมพิเศษ
ทีนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง
เจ้าหน้าที่นำอาหารมาวางเหมือนทุกวัน
ไม่มีการใส่กุญแจมือ
ไม่มีการคุมด้วยอาวุธหนัก
เพราะทุกคนรู้ว่า...
ถ้าเขาคิดจะออกไป
กำแพงคอนกรีตก็ไม่มีความหมาย
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเดินเข้ามา
"นายกรัฐมนตรีฝากข้อความมาครับ"
ทียกสายตาขึ้น
"มีคนอยากพบคุณ"
ทีขมวดคิ้ว
"ใคร"
เจ้าหน้าที่เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
"ผู้หญิงคนนั้น"
ห้องรับรองพิเศษ
ประตูค่อย ๆ เปิดออก
หญิงสาวเดินเข้ามาช้า ๆ
ไม่มีโซ่ตรวน
ไม่มีเจ้าหน้าที่จับแขน
เธอเดินมาหยุดตรงหน้าที
ทั้งสองเงียบ
เวลาหลายเดือนที่ไม่ได้พบกัน
เหมือนยาวนานกว่าหลายปี
เธอเป็นฝ่ายพูดก่อน
"...สบายดีไหม"
ทีหัวเราะเบา ๆ
"ยังไม่ตาย"
หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา
"คนทั้งโลกกำลังพูดถึงนาย"
ทีส่ายหน้า
"ฉันไม่สน"
เขามองเธอ
ก่อนถามเพียงประโยคเดียว
"เธอสบายดีไหม"
หญิงสาวพยักหน้า
"รัฐบาลไม่เคยทำร้ายฉัน"
"พวกเขาแค่คุ้มครอง"
ทีถอนหายใจโล่งอก
นอกห้อง
เจ้าหน้าที่กำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิด
นายกรัฐมนตรีเดินเข้ามา
เขามองจออยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหันไปสั่ง
"ปิดภาพ"
หัวหน้าหน่วยตกใจ
"แต่ท่านครับ..."
นายกรัฐมนตรีตอบเรียบ ๆ
"ช่วงเวลานี้ไม่ใช่เรื่องของความมั่นคง"
"แต่เป็นเรื่องของคนสองคน"
จอมอนิเตอร์ดับลง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ชีวิตกลับเข้าสู่ความสงบ
ทีใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านหนังสือ ศึกษาวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และฝึกควบคุมพลังของตนเอง
ผู้ปลุกพลังระดับ S จากประเทศต่าง ๆ เริ่มส่งจดหมายมาขอพบ
บางคนอยากประลอง
บางคนอยากเรียนรู้
บางคนเพียงอยากเห็นว่า...
ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกเป็นคนแบบไหน
แต่ทีปฏิเสธทั้งหมด
เขาพูดกับนายกรัฐมนตรีเพียงประโยคเดียว
"ฉันเหนื่อยกับการพิสูจน์ตัวเอง"
นายกรัฐมนตรีพยักหน้า
"งั้นก็ไม่ต้องพิสูจน์"
"ใช้ชีวิตของคุณ"
ทีไม่รู้เลยว่า...
ในคืนเดียวกันนั้น
ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร
ชายหนุ่มคนหนึ่งสะดุ้งตื่นจากฝัน
เหงื่อไหลเต็มใบหน้า
ในความฝันนั้น...
เขาเห็นโลกถูกเปลวเพลิงสีแดงกลืนกิน
และชายที่ยืนอยู่เหนือซากโลก...
มีใบหน้าของ "ที"
ชายคนนั้นคือผู้ปลุกพลังคนใหม่
ผู้ที่ทั่วโลกจะรู้จักในอีกไม่นานในนาม...
"ออราเคิล"
จบบทที่ 4
บทที่ 5: ออราเคิล ผู้เห็นวันสิ้นโลก
สามเดือนหลังเหตุการณ์เกทสีดำ
ทั่วโลกเริ่มสงบลงอีกครั้ง
ผู้คนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
แต่ในเมืองเล็กแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งกลับไม่เคยหลับอย่างสงบอีกเลย
ทุกคืน...
เขาจะฝันถึงอนาคต
และทุกความฝัน...
กลายเป็นจริงเสมอ
เด็กคนนี้มีชื่อว่า อีธาน แต่ทั่วโลกเรียกเขาว่า
"ออราเคิล"
ผู้เห็นโชคชะตา
ผู้ที่ไม่เคยทำนายผิดแม้แต่ครั้งเดียว
คืนหนึ่ง...
เขาใช้สกิล Dream Dive
สติหลุดออกจากร่าง
เขาเดินอยู่บนโลกที่ไร้ผู้คน
เมืองยังคงตั้งอยู่
แต่ไร้เสียง
ไร้ลมหายใจ
แล้วเขาเงยหน้าขึ้น
เหนือโลก...
ชายคนหนึ่งลอยอยู่ในอวกาศ
เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนรอบตัว
โลกทั้งใบแตกสลายต่อหน้าต่อตา
ก่อนที่ออราเคิลจะเห็นใบหน้าของชายคนนั้น
มันคือ...
ที
ในวินาทีสุดท้ายก่อนตื่น
เขาเห็นตัวเองถูกเปลวเพลิงสีแดงเผาผลาญ
และได้ยินเสียงเบา ๆ
"ขอโทษ..."
ออราเคิลสะดุ้งตื่น
เขาไม่เคยเห็นนิมิตที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน
สองวันต่อมา
องค์การผู้ปลุกพลังโลกจัดประชุมฉุกเฉิน
นายกรัฐมนตรีของหลายประเทศเข้าร่วม
ออราเคิลยืนอยู่หน้าห้องประชุม
ก่อนกล่าวประโยคที่ทำให้ทั้งห้องเงียบ
"ผมเห็นวันสิ้นโลก"
เขาฉายภาพจากความทรงจำ
โลกถูกเผา
ทะเลระเหย
ทวีปแตกออก
และชายผู้ยืนอยู่เหนือทุกสิ่ง
คือที
เสียงในห้องประชุมเริ่มดังขึ้น
"เราต้องกำจัดเขา!"
"ก่อนจะสายเกินไป!"
แต่นายกรัฐมนตรีของไทยยกมือขึ้น
"ผมคัดค้าน"
ทุกคนหันมามอง
"จนถึงวันนี้ ทีช่วยโลกมาโดยตลอด"
"ผมจะไม่ตัดสินใครจากภาพอนาคตเพียงภาพเดียว"
ออราเคิลจึงพูดขึ้น
"ผมเองก็สงสัย"
ทุกคนชะงัก
"ในนิมิต..."
"เขาไม่ได้ยิ้ม"
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้