หอยแครงนอกทะลัก! ชาวคลองโคนหวั่น "หอยไทย" ถูกกดราคา วอนรัฐเร่งจัดการก่อนอุตสาหกรรมหายไป

หากพูดถึง "หอยแครงคลองโคน" หลายคนคงนึกถึงของดีจากจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดและคุณภาพ จนกลายเป็นสินค้าเด่นของชุมชนชายฝั่งมานานหลายสิบปี
  แต่วันนี้ ผู้เลี้ยงหอยแครงในพื้นที่กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อหอยแครงจากต่างประเทศเริ่มทะลักเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ราคาหอยไทยลดลง ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงกลับสูงขึ้นต่อเนื่อง

ปัญหาไม่ได้มีแค่ "ราคาตก"
  - ชาวบ้านมองว่าปัญหาครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมหอยแครงไทย
  - ในอดีต คลองโคนถือเป็นหนึ่งในแหล่งเพาะเลี้ยงหอยแครงที่สำคัญของประเทศ และไทยเคยส่งออกหอยแครงไปต่างประเทศได้
  - แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งปัญหาน้ำเสีย สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลง และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ผลผลิตหอยไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง จนผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยต้องหันไปพึ่ง ลูกพันธุ์หอยจากต่างประเทศ แทน

ไทยยังต้องนำเข้าหอยจากต่างประเทศ
  - ปัจจุบัน ลูกพันธุ์หอยที่ใช้ในคลองโคนจำนวนมากนำเข้าจาก  เมียนมา  มาเลเซีย บางช่วงมีจากอินเดียสาเหตุหลักคือสามารถหาซื้อได้ครั้งละจำนวนมาก แม้อัตราการรอดจะไม่สูงนัก
  - ที่ผ่านมา ไทยเคยนำเข้าหอยแครงมีชีวิตจากอินเดียมากกว่า 1.4 ล้านกิโลกรัม มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และปัจจุบันก็ยังมีการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพราะผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ

คนได้ประโยชน์ไม่ใช่เกษตรกร
  - แม้การนำเข้าจะช่วยเพิ่มปริมาณสินค้าในตลาด แต่ผู้เลี้ยงหอยไทยกลับได้รับผลกระทบโดยตรง
  - เมื่อหอยนำเข้ามีราคาถูกกว่า ผู้รับซื้อสามารถใช้เป็นเครื่องมือต่อรองราคา ทำให้ราคาหอยไทยหน้าฟาร์มลดลง
  - ขณะที่ราคาขายปลีกในตลาดไม่ได้ลดลงมากนัก จึงเกิดคำถามว่า ใครคือผู้ได้รับประโยชน์จากหอยราคาถูกกันแน่

ต้นทุนสูง ใช้เวลานานกว่าจะเก็บเกี่ยว
- การเลี้ยงหอยแครงไม่ใช่อาชีพที่ใช้เงินลงทุนน้อย ผู้เลี้ยงต้องลงทุนตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลายล้านบาทต่อรอบ
- บางพื้นที่มีต้นทุนสูงกว่า 7 ล้านบาทต่อรอบการผลิต ใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
- หากราคาถูกกดลงอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้หลายฟาร์มขาดสภาพคล่อง และต้องเลิกอาชีพในที่สุด

ชาวคลองโคนเรียกร้องอะไร?
- ข้อเรียกร้องของผู้เลี้ยงหอยไม่ได้ต้องการปิดกั้นการนำเข้า
- แต่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เช่น
- ตรวจสอบปริมาณการนำเข้า
- ควบคุมมาตรฐานด้านสุขอนามัย
- ติดตามผลกระทบต่อราคาหอยในประเทศ
- ส่งเสริมการฟื้นฟูพันธุ์หอยท้องถิ่น
- สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยไทยให้แข่งขันได้

บทสรุป
  - หอยแครงนำเข้าอาจช่วยเพิ่มปริมาณสินค้าในระยะสั้น แต่หากไม่มีการบริหารจัดการที่สมดุล ก็อาจส่งผลให้ผู้เลี้ยงหอยไทยทยอยเลิกอาชีพ จนประเทศไทยต้องพึ่งพาหอยจากต่างประเทศมากขึ้นในอนาคต
  - คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ "ควรนำเข้าหรือไม่" แต่คือ "จะทำอย่างไรให้การนำเข้าไม่กระทบต่อเกษตรกรไทย และยังรักษาอุตสาหกรรมหอยแครงของประเทศไว้ได้"
  - หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปโดยไม่มีมาตรการรองรับ วันหนึ่ง "หอยคลองโคน" ที่หลายคนคุ้นเคย อาจเหลือเพียงชื่อในความทรงจำเท่านั้น
เพื่อน ๆ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ควรเปิดนำเข้าตามกลไกตลาด หรือควรมีมาตรการคุ้มครองผู้เลี้ยงหอยไทยมากกว่านี้?

ที่มา dailynews




แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่