JJNY : ชาวบุรีรัมย์รอไม่ไหว│‘ยิ่งชีพ’ลั่นค่อยๆ เปิด│สส.ปชน.เสนอตัดงบ│หมอสุภัทรชี้ส่อยื้อ│“ภัทรพงษ์”ตำหนิ│เตือนมรสุมไทย

ชาวบุรีรัมย์รอรัฐบาลไม่ไหว ลงขันซื้ออาหาร-ช่วยกันซ่อมบ้านให้ยายถูกตัดสิทธิ์ “บัตรคนจน”
https://ch3plus.com/news/social/morning/467298
.

.
ชาวบ้านรอรัฐบาลไม่ไหวแล้ว หลังยายวัย 67 ปี ชีวิตลำบาก แต่ถูกตัดสิทธิ์ “บัตรคนจน” เพราะลูกชายทำประกันชีวิตให้หวังเป็นค่าทำศพ ล่าสุดรวมตัวกันลงขันซื้ออาหาร-อุปกรณ์ ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันซ่อมบ้านให้ยาย
.
วันที่ 22 ก.ค.2569 กรณีโลกโซเชียลต่างแชร์สภาพความเป็นอยู่ของนางสมัย ชะรุมรัมย์ อายุ 67 ปี ชาวบ้าน ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่งตามลำพัง สภาพบ้านล้อมด้วยสังกะสี ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเตาแก๊ส มีเพียงไฟโซล่าเซลเอาไว้ส่องแสงสว่างภายในบ้าน 1 หลอด พบเครื่องปรุงอาหารอยู่ภายในบ้าน มีน้ำตาล 1ถุง น้ำปลา 1ขวด เกลือ 1 ถึงและผงชูรส 1 ถุง หุงหาอาหารกินเอง สภาพความเป็นอยู่แร้นแค้นแต่กลับถูกตัดสิทธิบัตรคนจน เพียงเพราะลูกชายซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัดทำกรมธรรม์ประกันชีวิตเอาไว้ให้ในวงเงิน 200,000 หวังเอาไว้เป็นทุนเตรียมไว้จัดงานศพให้กับแม่หากแม่ต้องจากไป ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
.
ล่าสุดชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างอยากรู้อยากเห็นด้วยตาของตัวเอง เดินทางมาเยี่ยมนางสมัย และสภาพความเป็นอยู่แล้วทุกคนต่างมองเป็นภาพเดียวกันว่า ไม่น่าถูกตัดสิทธิบัตรคนจน โดยเฉพาะสภาพความเป็นอยู่ที่ทรุดโทรม บางคนรีบไปซื้อสังกะสี บางคนไปจ้างช่างมาเปลี่ยนหลังคาบ้านให้ เพราะหลังคาเป็นรูพรุนเชื่อว่าฝนตกไม่น่าจะมีที่หลบฝน บางคนซื้อข้าวสารอาหารแห้งมาให้ ทั้งหมดไม่อยากรอให้รัฐบาลมาช่วยเหลือเพราะเกรงว่าจะไม่ทันการ
.
ชาวบ้านในหมู่บ้านและเป็นคนโพสต์ภาพบ้านยายลงโซเชียล เล่าว่า ตนมาเห็นภาพแล้วรับไม่ได้กับสภาพความเป็นอยู่และการถูกตัดสิทธิบัตรคนจนแล้ว จึงโพสต์ลงธรรมดาไม่คิดว่าจะมีคนสนใจมากขนาดนี้
.
ด้านชาวบ้านอีกราย เล่าว่า หลังจากทราบทางข่าวสาร ตนไม่มั่นใจว่าภาพแบบนี้มีอยู่ในหมู่บ้านของตัวเอง จึงเข้ามาดูด้วยตา พบว่าแร้นแค้นน่าเห็นใจโดยเฉพาะหลังคาบ้านที่ผุพัง และเชื่อว่าถ้าฝนตกลงมายายไม่น่าจะมีที่อยู่ จึงตัดสินใจไปซื้อหลังคาเหล็กมาและจ้างช่างมาซ่อมหลังคาให้ใหม่ทันที
.
ขณะที่นายณภัค บูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม อบต.ปังกู กล่าวว่าก่อนหน้านี้เคยขอซ่อมแซมบ้านให้กับยายสมัยไว้แล้ว แต่ตอนนี้อยู่ในห้วงปิดงบประมาณ ประกอบกับที่ดินดังกล่าวไม่ใช่ที่ดินของนางสมัย ซึ่งจะหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป
.

.
‘ยิ่งชีพ’ลั่น วันหลังจะค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลโกงเลือก สว.อีก ถ้าโดนฟ้องยิ่งนำเสนอพยานหลักฐานเพิ่มขึ้น
https://www.dailynews.co.th/news/6048058/
.
'ยิ่งชีพ'ลั่น วันหลังจะค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลโกงเลือก สว.อีก ถ้าโดนฟ้องยิ่งนำเสนอพยานหลักฐานเพิ่มขึ้น ไม่ต้องฟ้องกันจะดีกว่า ไม่ได้พูดลอยๆ เพราะทำการบ้านเรื่องนี้มาตลอด
.
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊กถึงการยื่นหนังสือให้วิปฝ่ายค้านตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่า
.
“ตอนที่คิดว่าจะไปยื่นหนังสือให้ฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลเรื่องการโกงเลือก สว. สารภาพว่า ไม่ได้คิดเรื่องการพลีชีพ การกล้าหาญ การเอาตัวไปเสี่ยงอะไรมากนัก
.
ความกลัวมีแต่ว่า กกต. จะสั่งยกฟ้องพวกนี้ไปหมด โดยสาธารณะไม่ได้รู้ความจริงเลยหรือเปล่า กลัวว่าเราจะทำอะไรได้ไม่ทัน ทำได้ไม่ดี แล้วมาเสียใจทีหลังหรือเปล่า แล้วทำไมไม่มีใครพูดอะไรให้มันตรงๆ ก็เพราะข้อกล่าวหาต่อคนของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา มันลอยไปลอยมา เป็นตัวย่อบ้าง เป็นชื่อสมญาบ้าง เป็นคำกล่าวของคนนั้นคนนี้
.
หน้าที่ของผมคือ การจับข้อเท็จจริงที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว ออกข่าวออกสื่อมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ดัง เอามาเรียบเรียงต่อเข้าด้วยกัน ให้เป็นระบบ แล้วนำเสนอรวมกันครั้งเดียว ไม่ได้คิดจะทำสิ่งใหม่ เรื่องพวกนี้เคยได้ยินคนพูดถึงมาแล้วนับไม่ถ้วน
.
อาจจะมีต้องใช้ความรู้และทักษะบ้าง คือ ก่อนจะนำเสนอก็เปิดหาโดยละเอียดว่า แต่ละคำ แต่ละประโยคจะอ้างอิงจากไหน ไม่ได้คิดขึ้นเอง ประเมินแล้วว่าถ้ามีคดีความจะอธิบายคำไหนประโยคไหนอย่างไร สิ่งที่อยากยืนยันมีเรื่องเดียว คือ ไม่ได้พูดลอยๆ นะครับ พวกเราทำการบ้านเรื่องนี้มาตลอด เรารู้มากกว่าที่เราพูดไปแล้วมาก ถังข้อมูลเรื่องนี้มันใหญ่กว่านั้นมาก แค่วันนี้เลือกนำเสนอเท่านี้ก่อน แล้ววันหลังจะมีมากกว่านี้ ก็จะค่อยๆ ตามมา ถ้าโดนฟ้องก็พร้อมจะนำเสนอหลักฐานและพยานที่มากขึ้น ชัดเจนขึ้น เป็นทางการมากขึ้น ถ้าไม่ต้องฟ้องกันก็ดีกว่า
.
ขอบคุณการเรียนวิชานิติศาสตร์ ที่ไม่ได้เพียงทำให้รู้กฎหมายอยู่บ้าง แต่ทำให้ชอบนั่งอ่านอะไรเยอะๆ พออ่านแล้วรู้ว่าจะโน้ตส่วนที่สำคัญเอามาใช้งานต่อได้อย่างไร ข้อมูลเรื่องการโกงเลือก สว. นั้นไม่ได้ลอยนะครับ แต่ “หนัก” มากเลยครับ”
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid02muNfdqh7RRorzaB4qo1TsGpuvtKTDxa83UGDbNoSiwcKZwd8rNo8xbdeiYMDVSjdl
.

.
สส.ปชน. เสนอตัดงบผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคตัวเอง 2 ล้าน ที่ประชุมงบเห็นชอบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5817599
.
สส.ปชน. เสนอตัดงบผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคตัวเอง 2 ล้าน ที่ประชุมงบเห็นชอบ
.
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายณรงเดช อุฬารกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์รูปภาพผ่านเฟซบุ๊กพร้อมระบุข้อความ ว่า
.
“ส.ส. อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ พรรคประชาชน อนุกรรมาธิการ งบฯ70
.
ห้องแผนงานบูรณาการหน่วยงานของรัฐสภาฯ เสนอตัดงบ ผู้นำฝ่ายค้านเดินทางต่างประเทศ 2.616 ล้านบาท ที่ประชุมเห็นชอบ”
.
โดยได้ระบุเพิ่มเติมว่า
.
“รายการนี้ตัดทั้งก้อน 100% ครับ”
.
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้มาคอมเมนต์ว่า “ตัดเองนักเลงพอ!”
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid03tu4An6SmPeodBeDzjAjauTiwfbvsajx8Vkk15ScimJTX8eK9sRxtEKTKTLy4nj3l&id=100063544998735
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid02dvsPTYPZn5QdVvG229pjsREG6YKQNpY3H6bLqSQLbJrSHKnGaRsAGvS83BZCWUgGl
.

.
หมอสุภัทร ชี้สัญญาณอนุทิน ส่อยื้อถอดถอน นพ.สรณ แนะจับตา วันประชุมกสทช. ถ้ายังมาก็ชัด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5817327
.
หมอสุภัทร ชี้สัญญาณอนุทิน ส่อยื้อถอดถอน นพ.สรณ แนะจับตา วันประชุมกสทช. ถ้ายังมาก็ชัด
.
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง อนุทิน ส่อแววยื้อ การทูลเกล้าถอดถอน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.? โดยมีเนื้อหาดังนี้
.
การ นพ.สรณ ยื้ออยู่ในตำแหน่งมาได้ถึง 4 ปี ย่อมไม่ธรรมดา ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงการเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายชั่วโมงของรามาธิบดีนั้น ปรากฏมาตั้งแต่วันแรกแรกที่ทำหน้าที่ ประธาน กสทช. เป็นลูกจ้าง รับค่าตอบแทน มีหลักฐานการเสียภาษี แต่ยังยื้อมาได้สี่ปี เส้นใหญ่แน่นอน
.
หลังกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.มีมติ 4.0 ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 ทำให้นายแพทย์สาณะหลุดจากตำแหน่งประธาน กสทช. บัดนี้หนังสือแจ้งมติ อย่างเป็นทางการของกรรมการสรรหา ได้ถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว
.
มีข่าวลือที่ดังมาก บอกว่า “นายกฯทำท่าจะยื้อ” ครับ
.
โดยจะทำกระบวนการ ส่งรายงานให้วุฒิสภาทราบก่อน ซึ่งตอนนี้ปิดสมัยประชุม จะเปิดอีกทีก็ 25 สิงหาคมโน่น กว่าวุฒิสภาจะบรรจุวาระ จะรับทราบ จะส่งกลับมาก็อาจจะกันยายนตุลาคม ก็รู้ๆ กันอยู่ ว่า ใครคุมวุฒิสภา
.
โดยกฎหมาย นายกรัฐมนตรีสามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เลย ไม่ต้องยื้อเวลา ส่งให้วุฒิสภาก็ได้ กสทช.จะได้เดินหน้าได้
.
วันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ก็ต้องมารอลุ้นว่า นพ.สรณ จะมาเข้าร่วมประชุมด้วยในฐานะประธานหรือไม่ โดยอ้างว่ายังไม่มีพระบรมราชโองการออกจากตำแหน่ง ถ้ามาประชุมอีก ก็เป็นสัญญาณที่ชัดว่า “ยื้อ”
.
นายกอนุทินเคยพูดว่าจะรีบทูลเกล้า ขอให้ทำตามที่ที่พูดไว้ อย่ายื้อเลย กสทช. จะได้เดินหน้า ปัญหาค้างสะสมมากมายจะได้ค่อยค่อยแก้ไข “ต้องเป็นนายกของคนไทย ไม่ใช่ของพวกพ้องและชนชั้นนำ”
.
https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/pfbid04KFZ6jm5xNa8ntWPp43dKrEVmEDiX1Ehd8s1JW92P828FoK8tsuTYfWKaLXcm6uYl
.

.
“ภัทรพงษ์” ตำหนิ “นายกฯอนุทิน” ปล่อยโอกาสหลุดมือ ตั้งใจลืมคุยกับจีนเรื่องแม่น้ำพิษจากการทำเหมือง
https://www.thairath.co.th/news/politic/2947970
.
“ภัทรพงษ์” ตำหนิ “นายกฯอนุทิน” ปล่อยโอกาสหลุดมือ ตั้งใจลืมคุยกับจีนเรื่องแม่น้ำพิษจากการทำเหมือง ยืนยันปลายทางแร่ส่วนใหญ่ส่งไปที่จีน
.
วันที่ 22 ก.ค. 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงประเด็นการพูดคุยปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน จากการไปเยือนจีนเมื่อวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ว่า ถือเป็นโอกาสที่รัฐบาลไทยปล่อยหลุดมือไป เพราะนายกฯ อนุทินตอบคำถามของสื่อ ที่ถามว่าได้มีการพูดคุยกับจีนเรื่องสารพิษในแม่น้ำกกหรือไม่ และได้คำตอบว่า “ไม่ได้พูดคุยกับจีน เพราะเป็นปัญหาระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องพูดคุยกันเองให้เรียบร้อยก่อน” ซึ่งในฐานะที่ทำงานติดตามปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง เห็นว่า คำตอบของนายกฯ อนุทินเป็นคำตอบที่ตื้นเขินมาก เพราะแร่ส่วนใหญ่จากเหมืองเหล่านี้ มีปลายทางอยู่ที่ประเทศจีน
.
ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายพร้อมข้อมูลอย่างละเอียด รวมถึงตัวเลขการนำเข้าแร่จากเมียนมาเข้าสู่ไทยก่อนส่งออกไปยังจีน หรือตัวเลขการครองตลาดแร่หายากของจีน ที่จีนนำเข้าโดยตรงจากเมียนมา ซึ่งเหมืองจำนวนมากอยู่ต้นน้ำของประเทศไทย ในการอภิปรายต่อรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง และเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ได้นำข้อมูลอย่างละเอียดยื่นต่อเอกอัครราชทูตจีนในประเทศไทยเช่นกัน ทางรัฐบาลจีนมีข้อมูลเหล่านั้นในมือพร้อมอยู่แล้ว แต่คุณอนุทินกลับยังมองปัญหานี้เป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ทิ้งโอกาสในการคุยกับรัฐบาลจีนให้ร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นนี้ผ่านเวทีล้านช้าง-แม่โขง” นายภัทรพงษ์ กล่าวและว่า
.
หากนายกฯ ทำการบ้าน จะไม่ได้ทราบเพียงแค่ว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาระหว่างไทยกับเมียนมา แต่จะทราบด้วยว่าปัญหาการจัดการระหว่างสองประเทศไม่มีความคืบหน้าอะไรมา 1 ปีแล้ว แค่เฉพาะ TOR คณะทำงานร่วมไทย-เมียนมา ก็ยังจัดการกันไม่เสร็จ ซึ่งไทยเองก็ไม่มีมาตรการอะไรภายในประเทศออกมา และยังปล่อยให้ประเทศเราเป็นทางผ่านของแร่พิษจากเมียนมาไปประเทศที่สามเหมือนเดิม
.
น่าเสียดาย เพราะหากรัฐบาลไม่ได้ทำการบ้านด้วยตนเอง ก็สามารถลอกการบ้านพรรคประชาชน จากข้อมูลที่เรานำเสนอทั้งหมดก็ได้ แต่รัฐบาลกลับไม่ทำ และยังนิ่งเฉยโดยไม่สนผลกระทบกับประชาชน ถ้ารัฐบาลลงพื้นที่และฟังเสียงจากประชาชน จะรู้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่มันคือปัญหาที่ทำลายวิถีชีวิต การทำมาหากิน รวมถึงสุขภาพที่สารพิษจากเหมืองพวกนี้จะสะสมในร่างกายของประชาชนคนไทยโดยที่คนไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเหมืองเหล่านี้เลย
.
นายภัทรพงษ์ ยังทิ้งท้ายด้วยว่า “โอกาสมี อำนาจมี แต่ไม่ทำ แบบนี้คำถามต่อไปที่ต้องถามคือ คุณมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่ออะไร”
.
https://www.facebook.com/pleelaphat/posts/pfbid02FBPkQugXDURD4x6oDUnk3KQQ4ysEEMcaDV5bXFQma3DFjnyRu2jA75a21bZrT1qwl
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่