🤍🤍🤍 นิทานเซน: วัดเงียบ 🤍🤍🤍




          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เชิงเขาอันเงียบสงบในเมืองเกียวโต มีวัดเก่าแก่ชื่อ “โทฟุกุจิ” ตั้งอยู่เงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ท่ามกลางไผ่ที่ลู่ลมและแสงแดดอ่อนยามเช้า มีพระอาจารย์เซนรูปหนึ่งชื่อว่าโชอิจิ ผู้มีดวงตาเพียงข้างเดียว แต่สายตานั้นกลับเปล่งประกายแห่งปัญญาญาณที่ลึกซึ้งยิ่งนัก

          พระอาจารย์โชอิจิไม่ใช่เพียงพระอาจารย์ธรรมดา ท่านมีวัตรปฏิบัติที่แตกต่างจากวัดทั่วไป และมีถ้อยคำที่ศิษย์ต่างเก็บไว้เป็นอมตะว่า “ความเงียบ คือเสียงของโพธิญาณ”

          ที่วัดโทฟุกุจิ ไม่มีเสียงระฆัง ไม่มีเสียงสวด ไม่มีแม้แต่เสียงพูดจากของศิษย์ใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกวัน ทุกคืน วัดทั้งวัดเหมือนหยุดนิ่งอยู่ในมิติแห่งความสงบ แม้ใบไม้ร่วงแตะพื้นก็แทบจะได้ยินเสียงชัดเจน

          ครั้งหนึ่ง ศิษย์ใหม่คนหนึ่งชื่อเคนโตะ เณรน้อยผู้เพิ่งมาจากวัดทางเหนือ เดินเข้ามาถามอาจารย์หลังจากนั่งสมาธิจนเมื่อยขา “อาจารย์ขอรับ ทำไมที่นี่ถึงไม่มีใครสวด ไม่มีเสียงบทสวดเลยแม้แต่น้อย?”
          พระอาจารย์โชอิจิลืมตามองเณรหนุ่มด้วยสายตานิ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น “เพราะเสียงในใจเจ้าดังพออยู่แล้ว… จงเงียบ เพื่อฟังเสียงภายในนั้นให้ชัด”

          นับแต่นั้น ศิษย์ทั้งวัดต่างใช้เวลาทั้งวันในการนั่งสมาธิ ไม่มีบทเรียน ไม่มีพระสูตร ไม่มีการสวดมนต์ มีเพียงเสียงลมหายใจของตนเอง และเสียงธรรมชาติรอบกายที่เปรียบเสมือนครูสอนอีกองค์หนึ่ง
          แม้แต่ยามรับประทานอาหาร ศิษย์ทั้งหลายก็ไม่พูดกันเลยสักคำ ทุกชามข้าว ทุกช้อนซุป ล้วนกลายเป็นการภาวนาในรูปแบบหนึ่ง

          วันหนึ่ง มีเสียงกวาดลานเบา ๆ ดังขึ้นตอนรุ่งเช้า เณรเคนโตะเดินเข้าไปถามพี่ศิษย์คนหนึ่งว่า “พี่ชาย ท่านอาจารย์ไม่ให้มีแม้แต่เสียงกวาดลานเหรอขอรับ?”
          พี่ศิษย์คนนั้นยิ้มเพียงเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยเสียงกระซิบ “ถ้ากวาดด้วยใจที่เงียบ แม้ไม้กวาดก็ไม่ส่งเสียง”

          คืนหนึ่ง เดือนเต็มส่องแสงสีนวลเหนือหลังคาวัด ลมค่ำพัดผ่านลานทราย เงาต้นสนทอดยาวบนพื้นราวกับพู่กันจารึกบทกวีแห่งความว่างเปล่า
          ภายในกุฏิไม้หลังเล็ก พระอาจารย์โชอิจินั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่เช่นทุกคืน ท่ามกลางความมืดและความเงียบที่ลึกเกินคำบรรยาย ศิษย์ทั้งวัดก็ยังคงนั่งสมาธิอย่างสงบ ไม่มีใครรู้ว่าอาจารย์นั่งเช่นนี้มากี่ชั่วโมงแล้ว หรืออาจจะหลายวันด้วยซ้ำ

          รุ่งเช้าวันหนึ่ง ศิษย์คนหนึ่งเข้าไปถวายชาร้อนให้อาจารย์ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลับพบว่าพระอาจารย์โชอิจินั่งนิ่ง ดวงตาที่เหลืออยู่ข้างเดียวปิดสนิท ริมฝีปากมีรอยยิ้มบาง ๆ
          “อาจารย์…” ศิษย์เอ่ยเรียกด้วยเสียงเบา แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ
          เณรน้อยเคนโตะซึ่งอยู่ด้านหลังรีบเข้ามา ก่อนจะทรุดลงคุกเข่า “อาจารย์… จากไปแล้ว…” เขาพูดด้วยเสียงสั่น รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ถาโถมมาดังคลื่นเงียบ

          ทันใดนั้น เสียงระฆังวัดก็ดังขึ้น “ก่งงงง…” เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เสียงระฆังดังกังวานสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ตามมาด้วยเสียงสวดพระสูตรจากกุฏิใหญ่ ศิษย์ทั้งวัดต่างรวมตัวกัน สวดส่งจิตครูผู้ล่วงลับ

          ห่างออกไปในหมู่บ้านข้างวัด หญิงชราผู้เคยนำดอกไม้สดมาถวายหน้าประตูวัดในทุกวัน ได้ยินเสียงระฆังและเสียงสวดนั้น เธอหยุดยืนกลางทาง แล้วเงยหน้ามองยอดไม้ด้วยน้ำตาคลอ
          “ท่านพระอาจารย์โชอิจิ… จากไปแล้วสินะ…” เธอพึมพำกับตนเองเบา ๆ

         แม้จะไม่มีข่าวใดแพร่ออกไป แต่เสียงของการสวดนั้นได้บอกทุกคนในหมู่บ้านว่า วัดซึ่งเคยเงียบที่สุดในเกียวโต… เพิ่งสิ้นอาจารย์ผู้เปล่งแสงแห่งโพธิญาณ

         ณ ลานทรายหน้ากุฏิ เสียงสวดค่อย ๆ จางหาย กลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง ทว่าความเงียบนี้ กลับไม่เหมือนเดิม มันเต็มไปด้วยเสียงแห่งปัญญาที่สืบทอดอยู่ในใจศิษย์ทุกคน
         แม้ไร้เสียง… แต่คำสอนยังดังก้องไปชั่วนิรันดร์


*** (นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความเงียบไม่ใช่เพียงการไม่เปล่งเสียง แต่คือการวางใจอย่างสงบ จนสามารถได้ยินเสียงภายในตนเองอย่างแท้จริง เมื่อเราสงบจากภายนอก ใจเราจะเริ่มพูด เมื่อเราสงบจากภายใน สรรพสิ่งรอบตัวย่อมเป็นครู แม้เพียงลมหายใจ หรือเสียงไม้กวาด ก็อาจเป็นบทสวดอันลึกซึ้งยิ่งกว่าคำใด

         “เมื่อเสียงแห่งโลกถูกรั้งไว้ด้วยความเงียบ เสียงแห่งใจจะดังก้องขึ้นมาเอง และในห้วงแห่งความเงียบนั้นเอง เราจะได้ยินความจริงที่คำพูดไม่อาจเอื้อนเอ่ย”)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก



วัดเงียบสงบไร้ ..... สุ้มเสียง
ฝึกไม่ส่งสำเนียง ..... เกี่ยวข้อง
ปฎิบัติมุ่งฟังเพียง ..... ในจิต       
   เสียงสัจธรรมแท้ก้อง ..... เพื่อรู้ปล่อยวาง.


Kitaro - Tienshan
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

Kitaro - Silence
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่